ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 975 เงินปีใหม่
ตอนที่ 975 เงินปีใหม่
วันที่ 30 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ
วันนี้เรียกอีกอย่างว่าวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ในตอนนี้จะได้ยินเสียง ‘วี๊ด บู้ม’ ของดอกไม้ไฟดังขึ้นเป็นระยะ และเสียงดอกไม้ไฟพวกนี้ก็เป็นเสียงของดอกไม้ไฟที่เด็ก ๆ จุดกัน
เจียงไห่หยางลุกขึ้น วันนี้เขาดูกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เขาเดินออกไปก็เห็นเจียงชานและเจียงถิงกำลังเล่นดอกไม้ไฟกันอยู่ จึงโบกมือเรียกหลานสาวสองคนของเขา
“ชานชาน ถิงถิง มานี่ ! ”
“คุณปู่ สวัสดีปีใหม่นะคะ ! ”
“คุณปู่ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ! ”
เจียงชานและเจียงถิงต่างก็หยุดเล่น แล้ววิ่งไปหาเจียงไห่หยางอย่างเชื่อฟัง พร้อมทั้งกล่าวสวัสดีปีใหม่ด้วยท่าทางสดใส
“สวัสดีปีใหม่ ! สวัสดีปีใหม่ ! ” เจียงไห่หยางตอบทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบซองอั่งเปาหนาสองซองออกมาจากกระเป๋าของเขา ยื่นซองหนึ่งให้เจียงชาน แล้วพูดว่า “นี่เป็นของชานชาน ! ” จากนั้นก็ยื่นอีกซองให้เจียงถิง และกล่าวว่า “นี่ของถิงถิง ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณปู่ ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณปู่ ! ”
เจียงชานและเจียงถิงต่างพูดอย่างมีความสุขหลังจากได้รับซองอั่งเปาจากปู่ของพวกเธอ
“ธนบัตรรูปประชาสามัคคีปึกใหญ่ ! ”
หลังจากที่เจียงชานได้รับซองอั่งเปา เธอก็เปิดมันออกมาดู ก่อนจะเห็นธนบัตรรูปประชาสามัคคีปึกใหญ่อยู่ข้างใน จนเธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
“ฉันก็ได้ธนบัตรรูปประชาสามัคคีปึกใหญ่เหมือนกัน ! ”
เจียงถิงอุทานออกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุข
ในวันส่งท้ายปีเก่าจะมีการให้อั่งเปากับผู้ที่อายุน้อยกว่า ซึ่งเรียกว่าการให้เงินนำโชค
มีความเชื่อว่าอั่งเปา หรือที่เรียกว่าเงินนำโชคนั้นสามารถกัน ‘วิญญาณชั่วร้าย’ หรือสิ่งที่โชคร้ายได้ ว่ากันว่าเงินนำโชคสามารถปราบปรามวิญญาณชั่วร้ายได้
ดังนั้น ในวันส่งท้ายปีเก่า ผู้สูงอายุในครอบครัวจะแจกเงินอั่งเปาปีใหม่ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้กับลูกหลาน ซึ่งหมายความว่าลูกหลานจะมีชีวิตอย่างสงบสุขในช่วงเวลาหนึ่งปีหลังจากที่ได้รับเงินปีใหม่
“ชานชาน ถิงถิง ! ”
ในขณะนี้ หวังซิ่วจวี๋ก็เข้ามาด้วย และเธอก็มอบซองอั่งเปาให้เจียงชานและเจียงถิงอีกคนละซอง
“ขอบคุณมากค่ะคุณย่า ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณย่า ! ”
เจียงชานและเจียงถิงดีใจขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ได้รับอั่งเปา และแทบรอไม่ไหวที่จะเปิดซองอั่งเปาดู ในซองมีธนบัตรรูปประชาสามัคคีปึกใหญ่อยู่ข้างใน
“ปีนี้เราได้เงินนำโชคเยอะมาก ! ”
เจียงถิงพูดกับเจียงชานด้วยรอยยิ้ม พวกเธอแบ่งปันความสุขให้กันและกันฟัง
ต้องรู้ก่อนว่าในปีที่แล้ว คุณปู่และคุณย่าก็ให้เงินปีใหม่เหมือนกัน แต่พวกเขาให้เพียง 2 เหมาหรือ 5 เหมาเท่านั้น พวกเธอไม่เคยได้รับเงินปีใหม่เยอะขนาดนี้มาก่อน
“พ่อ แม่ ! ”
เจียงเสี่ยวหยูเข้ามาและตะโกนเรียกพ่อแม่ของเธอ ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกาย
วันนี้ เธอจะได้รับเงินอั่งเปาเท่าไหร่กัน
เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กออกมา เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็หยิบซองอั่งเปาออกมาแล้วยื่นให้เจียงเสี่ยวหยูคนละซอง
เจียงไห่หยางไม่ได้พูดอะไร แต่หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอาไปเสี่ยวหยู นี่คือเงินนำโชคของลูก ! ”
“ขอบคุณนะคะพ่อ แม่ ! ” เจียงเสี่ยวหยูขอบคุณทั้งสองอย่างมีความสุข “หนูขอให้พ่อและแม่มีความสุขในวันปีใหม่และมีสุขภาพแข็งแรง ปีนี้หนูจะตั้งใจเรียนให้มาก ๆ ค่ะ ! ”
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ยิ้มออกมาขณะฟังคำพูดหวาน ๆ ของลูกสาวตัวน้อย มันทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
“พ่อ แม่ ปีนี้ขอให้รวยยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกนะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยก็สวมเสื้อผ้าใหม่เหมือนกัน เขาเดินลงมาและพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปหาเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ “ไหนล่ะซองอั่งเปาของผม ! ”
เจียงไห่หยางตะคอกออกมาเสียงดัง “ฉันไม่เคยเห็นคนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อนเลย ! ”
แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา แต่เขาก็ยังหยิบซองอั่งเปาออกมาและตบมันลงบนฝ่ามือของเจียงเสี่ยวเหลยอย่างแรง
ว่ากันว่าจักรพรรดิให้ความสำคัญกับลูกชายคนโต แต่คนทั่วไปจะรักลูกชายคนเล็ก อาจกล่าวได้ว่าเจียงไห่หยางทั้งรักทั้งชังลูกชายคนสุดท้องคนนี้เลยก็ว่าได้
หวังซิ่วจวี๋มองไปที่เจียงไห่หยางแล้วพูดว่า “วันนี้เป็นวันตรุษจีน ทำไมคุณถึงพูดจาไม่ดีแบบนี้ ? ” เธอหยิบซองอั่งเปาออกมาแล้วมอบให้เจียงเสี่ยวเหลย “เอาน่า เหลยเหลย นี่ของลูก ยังไงปีนี้ก็ตั้งใจเรียนนะ ! ”
“ขอบคุณครับแม่ ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยพูดด้วยรอยยิ้มโดยไม่สนใจเจียงไห่หยาง และแทบรอไม่ไหวที่จะเปิดซองอั่งเปาทั้งสองซองดู
เช่นเดียวกับซองอั่งเปาของเจียงชานและเจียงถิง ซองอั่งเปาของเขาก็มีเงินอยู่ในนั้นปึกใหญ่เหมือนกัน
“ได้มายี่สิบหยวน ! ”
เจียงเยวเหลยพูดเสียงดังโดยไม่ปิดบังความตื่นเต้นของเขาแม้แต่น้อย
อย่าประมาทเงิน 20 หยวนนี้เชียว เพราะในช่วงตรุษจีนปีที่แล้ว หลังจากที่ได้อั่งเปามาจากญาติผู้ใหญ่จนครบแล้ว เมื่อนับรวมกัน เขายังได้ไม่ถึง 20 หยวนด้วยซ้ำ
ปีนี้แค่พ่อกับแม่ก็ให้เขาคนละยี่สิบหยวนแล้ว และเขายังจะได้จากพี่รอง พี่สาม พี่ใหญ่ พี่เขย ลุงใหญ่ ป้าใหญ่ อาสาม น้าสาม และลูกพี่ลูกน้องของเขาอีก..
เจียงเสี่ยวเหลยกำลังนับในใจ ว่ามีใครที่ต้องให้เงินนำโชคแก่เขาบ้าง เมื่อลองนับดู ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
“พ่อ แม่ ! ”
“พ่อ แม่ ! ”
ในตอนนี้ก็มีเสียงสองเสียงดังขึ้นมา นั่นคือเสียงของเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ที่เดินออกมาจากห้อง
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างก็พยักหน้าทักทายทั้งสอง
แต่ก็ไม่มีการมอบอั่งเปาใด ๆ ให้
ตามวิถีชนบท ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่จำเป็นต้องมอบอั่งเปาให้กับผู้ที่แต่งงานแล้ว
“พี่สาม พี่สะใภ้สาม ยังไงปีนี้ก็ขอให้รวยยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไหนล่ะอั่งเปาของผม ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้มองหน้ากันและยิ้มออกมา ไม่นานทั้งสองก็หยิบซองอั่งเปาออกมาแล้วยื่นให้เจียงเสี่ยวเหลย
ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับน้องชายคนเล็กคนนี้เป็นอย่างมาก
เจียงเสี่ยวเหลยมีความสุขมากจนเขาไม่สามารถหุบยิ้มได้เมื่อได้รับซองอั่งเปา เห็นได้ชัดว่าซองอั่งเปานี้หนักกว่าซองอั่งเปาที่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ให้เขามาก่อนหน้า
“ขอบคุณครับพี่สาม ! ”
“ขอบคุณครับพี่สะใภ้สาม ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวขอบคุณและเปิดซองอั่งเปาออกมาดูด้วยความกระตือรือร้น
พระเจ้า ซองอั่งเปาทั้งสองนี้มีธนบัตรรูปประชาสามัคคีตั้งสิบใบเชียวนะ
“ไอ้หยา เยอะมาก ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
เจียงไห่หยางเม้มริมฝีปาก “เจ้าสาม ทำไมแกถึงใส่เงินให้เขามากมายขนาดนี้ ? ”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “การให้เงินนำโชคเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทศกาลเท่านั้น แบบนี้มันเยอะเกินไปแล้ว ! ”
หลัวเจาตี้ยิ้มและพูดว่า “พ่อคะ แม่คะ ตอนนี้เหลยเหลยเรียนอยู่มัธยมปลายแล้ว อาจจะต้องเอาเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียนบางอย่างที่จำเป็น”
ในขณะที่พูด เธอได้ยื่นซองอั่งเปาให้เจียงเสี่ยวหยูอีกซองหนึ่ง
ซึ่งเงินในซองมีมูลค่าหนึ่งร้อยหยวนเช่นกัน
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวเฟิงก็เอาอั่งเปาให้เธอเหมือนกัน
“ขอบคุณพี่สามและพี่สะใภ้สามมากนะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวหยูก็มีความสุขพอ ๆ กัน จากนี้เงินค่าขนมของเธอก็จะมีเพิ่มมากขึ้นแล้ว
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อเห็นเงินที่เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้เอาให้เจียงเสี่ยวหยู
ประการแรก เจียงเสี่ยวเหลยได้รับเงินหนึ่งร้อยหยวน เจียงเสี่ยวหยูก็ได้รับเงินหนึ่งร้อยหยวน นี่ถือเป็นการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
ประการที่สอง เป็นเพราะผู้เฒ่าทั้งสองรู้ว่าเจียงเสี่ยวหยูจะไม่ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายแน่นอน
“ชานชาน ถิงถิง นี่คือเงินนำโชคของพวกหนู ! ”
หลังจากที่หลัวเจาตี้มอบเงินปีใหม่ให้เจียงเสี่ยวหยูแล้ว เธอก็เรียกเจียงชานและเจียงถิง
“ขอบคุณค่ะอาสะใภ้ ! ”
“ขอบคุณค่ะแม่ ! ”
เจียงชานและเจียงถิงต่างก็รับซองอั่งเปามาด้วยสีหน้ามีความสุข
“แต่อาสะใภ้คะ หนูยังไม่ได้ไปโรงเรียนเลยนะ ทำไมถึงให้เงินหนูตั้งหนึ่งร้อยหยวน ! ” เจียงชานเปิดซองอั่งเปาดู แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
หลัวเจาตี้พูดออกมาว่า “ชานชานก็จะได้เข้าโรงเรียนในปีหน้าไม่ใช่เหรอ ? เก็บเงินนี่เอาไว้ซื้ออะไรก็ได้ที่หนูอยากกินที่โรงเรียน”
“ค่ะ ! ” เจียงชานพยักหน้าอย่างมีความสุข
จากนั้น เจียงเสี่ยวเฟิงก็ยื่นซองอั่งเปาให้เด็กทั้งสองคน คนละหนึ่งร้อยหยวนเหมือนกัน
เจียงถิงถือซองอั่งเปาสองสามซองไว้ในมือเล็ก ๆ ของเธอ มองดูหลัวเจาตี้ แล้วถามอย่างแผ่วเบา “แม่คะ ปีนี้หนูขอเก็บเงินปีใหม่ไว้ใช้เองได้ไหม ? ”
ในชนบท เด็ก ๆ มักจะต้องนำเงินนำโชคที่ได้รับมาเก็บไว้ที่ผู้ใหญ่ในตอนท้าย
นั่นเป็นเพราะหนึ่งคือกังวลว่าเด็ก ๆ จะทำเงินพวกนี้หาย และอีกอย่างคือมีคนให้เงินนำโชคแก่ลูกของคุณ ดังนั้นคุณจึงต้องให้เงินนำโชคกับคนอื่นด้วย
ยุคนี้มีคนจนเยอะมาก ถ้าไม่เอาเงินปีใหม่ของลูกมาใช้ แล้วจะเอาเงินปีใหม่จากไหนไปให้ลูกของคนอื่น ?