ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 989 เดินเล่น
ตอนที่ 989 เดินเล่น
เขาโทรไปหาหลินต้ากั๋ว
หลังจากรอนานกว่าสิบนาที สายก็เชื่อมต่อ และคนที่มารับสายก็คือติงจวิ้นเจี๋ย
“พี่เจียง ! ”
“ใช่ ฉันเอง ! ”
หลังจากทักทายกันสั้น ๆ ติงจวิ้นเจี๋ยก็ถามว่า “พี่เจียง พี่ต้องการคุยสายกับท่านผู้นำหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบรับ “อืม เขาสะดวกไหม ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ท่านผู้นำประชุมอยู่ครับ การประชุมจะสิ้นสุดในอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เพราะต้องประชุมกันหลายคน จึงมีการกำหนดไว้ล่วงหน้า สงสัยคุยตอนนี้คงไม่ได้ ต้องโทรมาใหม่แล้วล่ะครับ”
ไม่มีทาง เพราะการโทรทางไกลในยุคนี้ต้องรอนานมาก
ซึ่งหลินต้ากั๋วก็ใช่ว่าจะว่างมาคุยทุกครั้ง ถ้าเขาไม่นัดหมายล่วงหน้า ก็คงรอให้อีกฝ่ายมารับไม่ได้แน่
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ลืมมันไปเถอะ ช่วยบอกลุงรองให้ทีว่าฉันจะโทรหาเขาตอนกลางคืน ประมาณสามทุ่ม ! ”
“ไม่มีปัญหาครับ” ติงจวิ้นเจี๋ยตอบตกลงอย่างเต็มใจ
ทั้งสองพูดคุยกันอีกสองสามคำ จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็วางสายโทรศัพท์ไป
เจียงเสี่ยวไป๋เอนตัวลงบนเก้าอี้ เขาไม่ทำอะไรเลย นอกจากหยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วจุด
หลังจากสูบเข้าไปไม่กี่ครั้ง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญเข้ามาได้ ! ”
เมื่อประตูเปิดออก หวังผิงก็เข้ามา
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนขึ้นและเชิญหวังผิงนั่งลงบนโซฟาบริเวณที่ต้อนรับ ส่วนเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปหา
“นายมีอะไรหรือเปล่า ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามอย่างสบาย ๆ หลังจากยื่นบุหรี่ให้เขาแล้ว
หวังผิงรับมันไปจุด แล้วพูดว่า “ฉันว่าจะมาปรึกษาเรื่องของเยี่ยนหงกับนายน่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะถาม “เกิดอะไรขึ้นกับเยี่ยนหงงั้นเหรอ ? ”
หวังผิงยิ้ม “จะเรื่องอะไรได้อีก ก็เรื่องที่เธอกำลังจะคลอดลูกนี่ไง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันจำได้ว่าวันครบกำหนดคลอดของเธอเร็วกว่าเจียอินหลายวัน นายพาเธอไปโรงพยาบาลแล้วหรือยัง ? ”
หวังผิงกล่าวว่า “ฉันพาไปแล้ว หมอบอกอีกประมาณสิบวันก็คงจะคลอดแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นนายต้องพาเธอไปโรงพยาบาลล่วงหน้าสักวันสองวันนะ การรอคลอดในโรงพยาบาลจะปลอดภัยกว่ารอที่บ้านมาก”
หวังผิงกล่าวว่า “ฉันก็จะมาที่นี่เพื่อถามนายว่านายจะเป็นคนไปส่งเจียอินที่โรงพยาบาลไหม ? ถ้านายไป ฉันจะขอฝากเยี่ยนหงไปพร้อมกับเจียอินด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลก ทั้งที่คลอดไม่ตรงกัน ทำไมต้องมารอเขาด้วย ?
วันครบกำหนดคลอดของภรรยานายเร็วกว่าวันครบกำหนดคลอดของภรรยาฉัน ดังนั้นนายควรพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนสิ
เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “วันครบกำหนดของเจียอินอีกตั้งครึ่งเดือน หากนายรอไปพร้อมกับเธอ เยี่ยนหงคงจะต้องคลอดเองที่บ้านแน่ ๆ ”
หวังผิงพูดว่า “ที่ฉันไม่ไปส่งเธอที่โรงพยาบาลเร็ว เพราะการใช้ชีวิตในโรงพยาบาลยากลำบาก ไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปที่หมู่บ้านหวังเจีย เพื่อรับพ่อกับแม่มาอยู่เป็นเพื่อนเธอในเมือง คิดว่าจะส่งเธอไปที่โรงพยาบาลเฉพาะตอนที่เธอรู้สึกปวดท้องเท่านั้นแหละ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จริง การอยู่ในโรงพยาบาลไม่สะดวกสบายเท่าอยู่บ้านหรอก !
แต่สถานการณ์ของหวังผิงแตกต่างไปจากเขา
บ้านของหวังผิงอยู่ในเมือง จึงไปโรงพยาบาลได้ง่ายและรวดเร็วกว่า
แต่บ้านของเขาอยู่เจียงวาน ต้องใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลยี่สิบถึงสามสิบนาที แต่หากมีความล่าช้าระหว่างทาง ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
“ตอนนี้นายย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่แล้วใช่ไหม ? ” เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองหวังผิงแล้วถามขึ้นมา
หวังผิงพยักหน้า “ใช่ ฉันย้ายเข้าไปตั้งแต่ก่อนตรุษจีนแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นสัปดาห์หน้า ฉันจะให้เจียอินมาอยู่ที่บ้านของนาย เมื่อเยี่ยนหงเข้าโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ก็ให้พวกเธอไปนอนโรงพยาบาลด้วยกัน”
หวังผิงหัวเราะ “นั่นแหละที่ฉันจะบอก ถ้าทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะมีเพื่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าเจียอินไปอยู่ที่บ้านของนาย ฉันเดาว่าพ่อแม่ของฉันก็คงจะตามไปด้วย แล้วแบบนี้จะพออยู่ไหม ? ”
หวังผิงยิ้มและพูดว่า “แม้ว่าบ้านของฉันจะไม่ใหญ่เท่าบ้านของนายในเจียงวาน แต่ก็สามารถรองรับแขกได้สิบกว่าคน ไม่ต้องกังวล ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดว่า “งั้นฉันจะให้คนขับรถของเจียอิน เหลิ่งเวย ไปอาศัยอยู่ที่นั่นด้วย หากว่าพวกเธอปวดท้องคลอดเมื่อไหร่ เหลิ่งเวยจะได้พาไปโรงพยาบาลทันที ยังไงก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน”
หวังผิงยิ้มและพูดว่า “แค่คลอดลูกไม่ใช่เหรอ ? ไม่ใช่ว่าไม่เคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน ดูสิว่านายกังวลแค่ไหน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาไม่รู้ว่าทำไมหวังผิงถึงดูสบายใจขนาดนี้ เพราะเขาเองยังอดไม่ได้ที่จะกังวลมากอยู่ดี
ทั้งสองพูดคุยกันสักพักหนึ่ง จากนั้นหวังผิงก็ขอตัวออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีอะไรทำ เขาจึงโทรหาจางอี้เต๋อ, ถังจิงเทียน, ฟู่เต๋อเจิง และคนอื่นตามลำดับ
เมื่อเขากลับมาทำงานหลังปีใหม่ เขาก็ต้องโทรไปทักทายผู้นำเหล่านี้ด้วย
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น
เจียงเสี่ยวไป๋เปิดประตูสำนักงานออกมา จากนั้นจางเสี่ยวชุ่นก็ลุกขึ้นยืนทันที เพราะเขารออยู่ข้างนอกสำนักงานอยู่แล้ว
“ผู้ช่วยเจียง คุณอยากออกไปข้างนอกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ฉันจะกลับบ้าน คุณเองก็เลิกงานได้แล้วนะ ! ”
จางเสี่ยวชุ่นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะไปส่งคุณก็แล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ไม่จำเป็นหรอก ฉันอาศัยอยู่ในชนบท ฉันขับรถกลับบ้านเองได้”
จางเสี่ยวชุ่นกล่าวว่า “ผมไปส่งคุณกลับบ้านได้ แล้วพรุ่งนี้เช้าผมจะขับรถไปรับคุณเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นั่นมันเสียเวลามาก ไม่จำเป็น”
เมื่อเห็นความพากเพียรของเขา จางเสี่ยวชุ่นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้และถามว่า “แล้วพรุ่งนี้เช้าผมจะต้องมารอคุณที่ไหนเหรอครับ ? ”
เขาสอบถามและพบว่าที่อยู่ของผู้ช่วยเจียงไม่แน่นอน หากเขาไม่เตรียมการล่วงหน้า เขาอาจจะหาเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เจอก็ได้
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พรุ่งนี้เช้าเขาจะไปที่ไหน ?
เขาไม่ได้คิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ !
ยิ่งไปกว่านั้น มันก็ค่อนข้างยุ่งยากที่จะบอกให้จางเสี่ยวชุ่นฟังทุกวัน
“ช่างเถอะ งั้นพาฉันไปส่งที่บ้านดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “เมื่อกลับไปถึงบ้านฉัน ฉันจะให้คุณขับรถอีกคันมาแล้วกัน คุณสามารถขับรถอีกคันกลับได้”
ที่บ้านยังมีรถจี๊ปอีกคัน เขาจะให้จางเสี่ยวชุ่นขับคันนั้นกลับมา
จางเสี่ยวชุ่นตอบตกลงทันที
พวกเขาทั้งสองออกจากสำนักงานแล้วขึ้นรถ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รีบกลับ เขาให้จางเสี่ยวชุ่นขับรถและพาเขาไปดูรอบ ๆ เมืองชิงโจว
ซึ่งการขับรถรอบเมืองนั้น เขาเองก็ขี้เกียจ
ท้ายที่สุดแล้วการขับรถก็ถือว่าเป็นงานที่หนักไม่น้อย
เขาขอให้จางเสี่ยวชุ่นขับช้า ๆ ส่วนเขาก็สังเกตสถานการณ์บนท้องถนนไปตลอดทาง
ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียง, ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเหอ, ร้านโยวผิ่น และร้านลา ลา ลา ฮอทพอท ซึ่งทั้งหมดกำลังเปิดทำการอยู่ และดูเหมือนว่าจะมีลูกค้าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว
นอกจากนี้ เขายังเห็นว่ามีร้านนวดเท้าจำนวนสามแห่งเปิดอยู่ด้วย
แต่ไม่รู้ว่าธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง แต่ดูจากหน้าร้านเหมือนจะเงียบนิดหน่อย
อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
นอกจากนี้ เขายังเห็นร้านค้าหลายแห่งที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จากแผนกตกแต่งเฉียนเหม่ย
ไม่ต้องถามก็รู้ดีว่าร้านเหล่านี้เป็นร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมส์อินน์
เขาไม่ได้หยุดและเข้าไปถามสถานการณ์ในร้านหรือหยุดดูเลย
เขาแค่มองผ่าน ๆ อย่างสบาย ๆ เพียงแค่รู้อยู่ในใจก็พอแล้ว
ส่วนจางเสี่ยวชุ่นก็ไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดเส้นทาง
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน
กว่าหนึ่งชั่วโมงจึงจะขับวนครบ เพราะรถขับช้ามาก ท้องฟ้าข้างนอกมืดครึ้มโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
“ผู้ช่วยเจียง ผมขับรถให้คุณมาจะสุดสายแล้ว ตอนนี้เราจะไปไหนกันต่อดีครับ ? ” จางเสี่ยวชุ่นอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการกลับไปที่เจียงวาน แต่หลังจากมองท้องฟ้าสลัวภายนอก เขาก็เปลี่ยนใจและพูดว่า “ไปตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนดีกว่า”
“ได้ครับ ! ” จางเสี่ยวชุ่นตอบรับและขับรถไปที่ภูเขาฉีเฟิงโดยไม่ถามอะไรต่อ
ไม่นาน รถก็มาถึงตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืน
เวลานี้ ตลาดยังไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก แต่แผงลอยริมถนนส่วนใหญ่เริ่มมาตั้งกันแล้ว เริ่มมีการเปิดไฟระยิบระยับมากขึ้น