ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1407 ยาลูกกลอนขับไล่สิ่งชั่วร้าย
เมื่อได้ยินคำพูดที่เรียบง่ายของไป๋หลี่พั่งพั่ง ทุกคนต่างตกตะลึงพร้อมกัน
“เทียนจุน?!!” หลินชีเยี่ยเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ รีบหันไปมองในทิศทางของร่างนั้นทันที
เหนือคลื่นทะเลที่ม้วนตัว ร่างของนักพรตที่รวบผมด้วยปิ่นนั้นพลันวูบหายไป แล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งตรงหน้า
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ!
ในระยะใกล้เช่นนี้ หลินชีเยี่ยมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นได้อย่างชัดเจน เป็นหยวนสื่อเทียนจุนที่เขาเคยพบหน้า
กันมาหลายครั้งจริงๆ!
หยวนสื่อเทียนจุนยืนอยู่บนผิวน้ำทะเล มองดูหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ที่กำลังลอยคว้างว่ายน้ำในท่าสุนัขกลาง
ทะเล ดวงตาฉายแววสงสัยและไม่เข้าใจอย่างที่ไม่ค่อยเป็น……
“พวกเจ้า… กำลังทำอะไรกันอยู่?”
หลินชีเยี่ย “……”
ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัด หลินชีเยี่ยเงียบไปนาน ในที่สุดก็กลั้นใจพูดออกมาประโยคหนึ่ง
“พวกเรา กำลังฝึกซ้อมอยู่”
“ใช่ๆๆ พวกเรากำลังฝึกอยู่!” ทุกคนรีบตอบรับพร้อมกัน
หยวนสื่อเทียนจุนแสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือ แขนเสื้อกว้างของเขาห่อหุ้มหลินชี
เยี่ยและคนอื่นๆ เอาไว้
“ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกเจ้า เรื่องฝึกค่อยว่ากันทีหลัง”
เมื่อโบกแขนเสื้อ หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ร่างกายลอยออกจากน้ำทะเลแล้วตกลงบน
หาดทรายนุ่มในพริบตา
“เอ๊ะ! ทำไมพวกนายถึง……”
หลี่เคิงเชียงที่ยืนรออยู่บนหาดทรายเห็นหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศก็ชะงักไป ยังพูดไม่ทัน
จบ ร่างของนักพรตก็ปรากฏขึ้นข้างๆ พวกเขา
หลี่เคิงเชียงหยุดพูดกะทันหัน
เขามองนักพรตผู้นั้น รีบเก็บสีหน้าทะเล้นแล้วกล่าวอย่างจริงจัง
“วีรวิญญาณหลี่เคิงเชียง ขอคารวะหยวนสื่อเทียนจุน”
“ไม่ต้องมากพิธี” หยวนสื่อเทียนจุนพยักหน้าเบาๆ นึกถึงท่าทางของหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ เมื่อครู่ จึงถามด้วย
ความสงสัย “อ้อใช่ เมื่อครู่พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่? พวกเขาบอกว่ากำลังฝึก?”
“เอ่อ……นั่น……นั่นน่ะ……”
หลี่เคิงเชียงกระแอมไอด้วยความเขินอาย พูดไม่ออกในชั่วขณะนั้น
“ผู้อาวุโสหลี่เป็นคนเตรียมการฝึกด่านจิตใจให้พวกเรา” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยขึ้นเบาๆ
“นอกจากการแข่งว่ายน้ำท่าสุนัขแบบช้าที่สุด ยังมีระบำกระโปรงหญ้า ยืนด้วยมือ แข่งความเร็ว ไพ่ป๊อกเด้ง……”
ท่ามกลางน้ำเสียงที่แฝงความน้อยใจของไป๋หลี่พั่งพั่ง สีหน้าของหยวนสื่อเทียนจุนดูแปลกพิกล เขามองดูหลี่เคิง
เชียงที่ก้มหน้าไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“หลินชีเยี่ย” หยวนสื่อเทียนจุนหันไปมองหลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ หยิบกล่องยาลูกกลอนออกมาจากอก “นี่คือโอสถ
ที่หยางเจี่ยนและซุนหงอคงไปขอมาจากเต้าเต๋อเทียนจุนเพื่อเจ้า ข้ามาส่งมอบให้”
หลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่
“แต่… หูของผมก็ใกล้จะหายดีแล้วนะครับ” หลินชีเยี่ยรับกล่องยามา
ตอนอยู่ที่แอสการ์ด หูของหลินชีเยี่ยได้รับบาดเจ็บจากเสียงของสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกออกมาโดยจอกศักดิ์สิทธิ์
หลังจากกลับมาต้าเซี่ย หยางเจี่ยนและซุนหงอคงก็กลับไปสรวงสวรรค์ด้วยกันเพื่อขอยาให้หลินชีเยี่ย แต่เวลาผ่านไปนาน
ขนาดนี้แล้ว การได้ยินของหลินชีเยี่ยก็ฟื้นฟูเกือบหายดีแล้ว
หยวนสื่อเทียนจุนส่ายหน้า “ไม่ว่าสัตว์ประหลาดที่ทำร้ายพวกเจ้าจะเป็นตัวอะไร ที่มาของมันย่อมไม่ธรรมดา
บาดแผลของเจ้าไม่ได้มีแค่แก้วหูแตกเท่านั้น…
ไม่ใช่แค่เจ้า หลังจากหยางเจี่ยนกับซุนหงอคงกลับสรวงสวรรค์ แม้บาดแผลดูเหมือนจะหายดี แต่ในส่วนลึกของ
จิตวิญญาณพวกเขา ต่างมีต้นตอของโรคประหลาดฝังอยู่ หากมิใช่เพราะข้าบังเอิญมองออก ยามนี้พวกเขาทั้งสองคงยัง
ไม่รู้ตัว”
“ท่านหมายความว่า ทุกคนที่ถูกเสียงนั้นโจมตี ต่างถูกปลูกฝังต้นตอของโรคโดยไม่รู้ตัวหรือครับ?” หลินชีเยี่ย
ขมวดคิ้วแน่น ในหัวของเขาผุดภาพปากยักษ์ที่โผล่ออกมาจากวังวนเมฆขึ้นมาอีกครั้ง
ที่จริงแล้ว หลินชีเยี่ยก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นเสียงนั้นทำให้แก้วหูของเขาแตก ทำให้เขาสูญเสียการ
ได้ยินชั่วคราว แต่ด้วยร่างกายที่เคยกินท้อสวรรค์ และผ่านการชำระล้างด้วยพลังโชคชะตามาแล้ว บาดแผลเล็กๆ แบบนี้
น่าจะหายเร็วกว่านี้
แต่หลังจากที่เขากลับมาที่ต้าเซี่ยและกินโอสถวิเศษแล้ว บาดแผลก็ยังไม่หายสนิท ถ้าเป็นแค่แผลที่แก้วหูธรรมดา
คงไม่มีทางเป็นแบบนี้
หยวนสื่อเทียนจุนพยักหน้า “ตอนนี้ต้นตอของโรคในร่างของหยางเจี่ยนและซุนหงอคงถูกขจัดออกไปหมดแล้ว
ส่วนต้นตอของโรคในร่างของเจ้า หากปล่อยไว้ไม่จัดการ ในระยะสั้นก็คงไม่มีปัญหา แต่อาจจะเป็นภัยคุกคามถึงชีวิตใน
วันข้างหน้า
โอสถนี้เต้าเต๋อเทียนจุนปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเจ้า นอกจากจะขับไล่ต้นตอของโรคในร่างกายเจ้าได้หมดแล้ว
ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของเจ้าด้วย เจ้ากินมันเถอะ”
หลินชีเยี่ยเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าแล้วเปิดกล่องยาในมือออกทันที
พลังวิญญาณลอยออกมาจากรอยแยกของกล่องยา ยาลูกกลอนสีขาวนวลเม็ดหนึ่งวางนิ่งอยู่ตรงกลาง กลิ่นยา
หอมฟุ้งเข้าจมูกของหลินชีเยี่ย
หลินชีเยี่ยหยิบยาลูกกลอนขึ้นมา ในดวงตาฉายแววสงสัยใคร่รู้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสยาลูกกลอนของสรวงสวรรค์จริงๆ ไม่รู้ว่ายาลูกกลอนนี้จะเหมือนกับที่เขียนไว้ใน
หนังสือหรือเปล่า แค่กินคำเดียวก็จะได้ขึ้นสวรรค์ มีอายุยืนยาวเท่าฟ้าดิน?
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในสมองก็ถูกปฏิเสธไปทันที เทพปกรณัมก็แค่ตำนานเล่าขาน ถ้าสรวงสวรรค์สามารถผลิต
ยาอมฤตระดับนี้ได้ง่ายๆ ต้าเซี่ยคงใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็สามารถจัดการอาณาจักรเทพอื่นๆ ได้แล้ว
ยาลูกกลอนของสรวงสวรรค์อาจจะมีความมหัศจรรย์จริง แต่คงไม่เกินจริงอย่างในตำนานแน่นอน อย่างไรเสีย
หลิงเป่าเทียนจุนก็ใช้เวลาหลายพันปีทุ่มเทพลังมากมายถึงได้ปรุงโอสถนิรันดร์และโอสถอมตะขึ้นมาสองเม็ด
หลินชีเยี่ยกลืนยาลูกกลอนลงท้อง รู้สึกถึงกระแสอุ่นๆ ที่ไหลไปทั่วร่าง เขารีบนั่งขัดสมาธิอยู่กับที่ เริ่มรับรู้ถึง
ทิศทางการโคจรของกระแสอุ่นๆ นั้น
ในสายตาของคนอื่น แสงสว่างจางๆ พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลินชีเยี่ย แผ่กระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว……
ด้านข้าง อันชิงอวี๋ดันแว่นพลางมองภาพตรงหน้าด้วยความสนใจ
ปัง!
จู่ๆ ก็มีเสียงดังกังวานออกมาจากร่างของหลินชีเยี่ย!
หลินชีเยี่ยลืมตาขึ้นทันที ก้มตัวลงอาเจียน ครู่ต่อมาของเหลวสีดำข้นหนืดก็พุ่งออกมาจากลำคอเป็นจำนวนมาก
เฉาเยวียนและคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ขมวดคิ้วแน่น
“เกิดอะไรขึ้น?”
ของเหลวนี้หกลงบนหาดทราย แต่ไม่ได้ซึมกระจายออกเหมือนน้ำ กลับรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว หลอมรวมเป็นเงา
ที่บิดเบี้ยวไปมา แล้วพุ่งตรงไปยังน้ำทะเลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม!
หยวนสื่อเทียนจุนดูเหมือนจะคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้แล้ว จึงดีดนิ้วขึ้นกลางอากาศ เปลวไฟใสก็ห่อหุ้มของเหลว
นั้นไว้ เผาไหม้อย่างรุนแรง!
เสียงกรีดร้องประหลาดดังออกมาจากกองเพลิง ของเหลวนั้นบิดเบี้ยวไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่
กำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อไฟลุกโชนมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็กลายเป็นควันจางๆ แล้วหายวับไป
หลังจากของเหลวนั้นออกจากร่างไป สีหน้าของหลินชีเยี่ยก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นด้วยฤทธิ์
ยาที่ปรับสมดุล ผิวก็กลับมาขาวผ่องเป็นปกติ
ลมหายใจหนักๆ ของเขากลับมาสงบ ด้วยฤทธิ์ยาที่ยังเหลืออยู่ พลังจิตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
หลังจากผ่านไปสักพัก หลินชีเยี่ยจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสว่างไสว!