ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 48 หอพักหญิง
“นาย! นายอยู่ห้องไหน?! คนที่ถือธงคนเดิมอยู่ไหน?!?” ทันทีที่พิธีเชิญธงจบลง ครูที่รับผิดชอบก็วิ่งหน้าเครียดมา
หาหลินชีเยี่ย แล้วซักถามทันที
ตอนนี้หลินชีเยี่ยไม่มีเวลามาสนใจอีกฝ่าย เขาเดินเลี่ยงไปทางอื่นทันที
ครูที่รับผิดชอบเบิกตากว้าง เขาสอนหนังสือมานานหลายปี ไม่เคยเจอนักเรียนที่ไร้มารยาทแบบนี้มาก่อน!!
“หยุดนะ! ครูกำลังคุยกับนายอยู่ แสดงท่าทีแบบนี้ได้ยังไง!! ไม่เชื่อก็ลองดู ฉันจะลากนายไปห้องปกครอง แล้วจะ
ประกาศลงโทษให้ทั้งโรงเรียนรู้!!”
เขาคว้าไหล่หลินชีเยี่ยแล้วตะคอกใส่!
หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้า
ค่อยๆ หันกลับมา
ภายในดวงตาคู่นั้น
เปลวเพลิงสีทองพลันลุกโชนขึ้น!
ในชั่วขณะนั้น แรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ได้แผ่ปกคลุมหัวใจของครูคนนั้น!
ภายใต้สายตาที่จ้องมองอย่างไม่ลดละ เขารู้สึกราวกับว่าตนกำลังจ้องมองไปยังจักรวาลอันกว้างใหญ่ ท่ามกลาง
ความมืดมิดและความไม่รู้ที่ไร้จุดสิ้นสุด เขาก็เป็นเพียงเศษเม็ดทรายเท่านั้น
แรงกดดัน!
นี่คือแรงกดดันที่อยู่เหนือกว่าระดับชีวิต!
เพียงชั่วพริบตา แผ่นหลังของคุณครูก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ราวกับว่าร่างกายกำลังจะแตกสลาย
เปลวเพลิงในดวงตาของหลินชีเยี่ยพลันมลายหาย เหลือเพียงดวงตาสีดำสนิทที่ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“เรื่องเมื่อกี้ผมผิดเอง คุณจะประกาศตำหนิผมต่อหน้าทั้งโรงเรียนก็ได้ หรือจะไปร้องเรียนที่ห้องปกครองก็ได้”
หลินชีเยี่ยมองครูที่กำลังหายใจหอบถี่ แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น
“แต่… รอให้ผมจัดการงานให้เสร็จก่อนนะ”
สิ้นเสียง หลินชีเยี่ยก็หันหลังกลับ วิ่งออกไปท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของครูที่รับผิดชอบ
“หัวหน้า”
“ชีเยี่ย รายงานสถานการณ์มา”
“ผมตรวจสอบครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนแล้ว… สถานการณ์เลวร้ายมาก ผมคิดว่าการจะจัดการเรื่องนี้แบบ
เงียบๆ นั้นยากมากครับ”
“เล่ารายละเอียดมา”
“สามระดับชั้น ม.4 และ ม.6 มีผู้ติดเชื้อค่อนข้างน้อย รวมกันแล้วไม่เกินสิบคน สถานการณ์ของม.5 ร้ายแรงที่สุด
มีผู้ติดเชื้อทั้งหมดสามสิบคน มีอยู่ห้องหนึ่งที่ติดเชื้อไปแล้วครึ่งห้อง!”
“นั่นเพิ่งนักเรียนนะครับ ในบรรดาครูและผู้บริหารก็มีผู้ติดเชื้อเกือบยี่สิบคน!”
“ดังนั้นผมจึงคาดการณ์ได้ว่า ในโรงเรียนแห่งนี้ มีนักเรียนและครูอย่างน้อยสิบคนที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไป
แล้ว!”
อีกด้านหนึ่งของหูฟังตกอยู่ในความเงียบงัน
“หัวหน้า มีผู้ติดเชื้อกว่าสิบคน! แม้ว่าผู้ติดเชื้อแต่ละคนจะเป็นแค่ขั้นจั่น แต่ในโรงเรียนแห่งนี้ก็มีสัตว์ประหลาดขั้น
จั่นมากกว่าสิบตัวนะ!”
“ถ้าเราเจอร่างจริงของสิ่งลี้ลับตัวนี้ ผู้ติดเชื้อขั้นจั่นกว่าสิบคนนี้ต้องเข้าสู่ภาวะคลุ้มคลั่งแล้วโจมตีครูและนักเรียน
โดยไม่เลือกหน้าอย่างแน่นอน!”
“พวกมันมีจำนวนมากเกินไป หากมีตัวใดตัวหนึ่งหลุดรอดออกไปจากโรงเรียนได้ นั่นจะเป็นหายนะที่แผ่ขยายไป
ทั่วเมืองชางหนาน!”
หลินชีเยี่ยพูดข้อสันนิษฐานของเขาอย่างใจเย็น
“ชีเยี่ย ไม่ใช่แค่ว่า ‘หาก’ มีตัวใดตัวหนึ่งหลุดรอดออกไปจากโรงเรียน…” เสียงฟันดาบดังมาจากอีกด้านหนึ่งของ
หูฟัง เฉินมู่เหยี่ยกล่าวช้าๆ “พวกมันกำลังแทรกซึมออกมาแล้ว”
ณ เวลานี้ ห่างจากโรงเรียนไปหลายกิโลเมตร ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง
เฉินมู่เหยี่ยถือดาบ ก้าวข้ามกองเลือดและเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ข้างๆ เขามีอู๋เซียงหนานที่ทำหน้า
เคร่งเครียด
“เราไปตรวจสอบบ้านของหลิวเสี่ยวเยี่ยน หานรั่วรั่ว และครูปกครองที่นายพูดถึง พบว่าครอบครัวของพวกเขาก็
ติดเชื้อเช่นกัน เราเพิ่งจะกำจัดอีกฝ่ายไป”
“สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เราคิดไว้”
“งั้น…”
“เราต้องไปที่บ้านของผู้ติดเชื้อทีละคน เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโดยเร็วที่สุด ดังนั้นจึงไม่สามารถไปช่วย
พวกนายได้ชั่วคราว แต่สิ่งลี้ลับที่ยุ่งยากแบบนี้ ตัวมันเองคงไม่แข็งแกร่งมากนัก ฉันเชื่อว่าพวกนายสามคนน่าจะกำจัดมัน
ได้”
“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น โรงเรียนต้องวุ่นวายแน่ๆ การมีอยู่ของเราและสิ่งลี้ลับอาจจะถูกเปิดเผยได้”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น เรามีวัตถุผนึกต้องห้ามอย่างหนึ่งชื่อว่า [กระซิบห้วงฝัน] สามารถสร้างความฝันและลบ
ความทรงจำบางส่วนของผู้คนในขอบเขตหนึ่งได้”
“นอกจากนี้ ฉันจะให้เหลิ่งเซวียนเป็นผู้เฝ้าระวังกางอาณาเขต [น่านฟ้าไร้แดน] รอบๆ โรงเรียน ห้ามไม่ให้ใครเข้า
หรือออก ในช่วงเวลาต่อจากนี้… โรงเรียนมัธยมแห่งนี้จะกลายเป็นเกาะร้างที่ตัดขาดจากโลกภายนอก”
เฉินมู่เหยี่ยเดินไปที่หน้าต่าง ดวงตาคู่คมมองไปยังทิศทางที่หลินชีเยี่ยอยู่ แล้วกล่าวอย่างสงบ
“ศัตรูของเราในครั้งนี้ยุ่งยากมาก ไม่ต้องออมมือและไม่ต้องปิดบัง ต้องหาร่างจริงของมันให้เจอโดยเร็วที่สุด…
แล้วฆ่ามันซะ! ในขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องความปลอดภัยของนักเรียนและครูด้วย อย่าให้มีผู้เสียชีวิตมากไปกว่านี้อีก”
“ครั้งนี้… พวกนายลงมือได้เต็มที่เลย!”
หลินชีเยี่ยที่อยู่อีกด้านหนึ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินชีเยี่ยตัดการเชื่อมต่อหูฟัง อู๋เซียงหนานที่ยืนอยู่ข้างๆ เฉินมู่เหยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า
“เพิ่งจะออกปฏิบัติภารกิจครั้งแรกก็เจอเรื่องใหญ่ขนาดนี้ มันจะยากเกินไปสำหรับเขาหรือเปล่า?”
“เซียงหนาน เด็กคนนี้ไม่เหมือนกับเราสองคน” เฉินมู่เหยี่ยส่ายหัว “เขามีศักยภาพ มีจิตใจที่แน่วแน่ และมีความ
อดทน สิ่งที่เราต้องทำคือมอบเส้นทางที่ชัดเจนและเวทีที่กว้างใหญ่ให้กับเขา”
“แล้วเขาจะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยตัวเอง…”
…
โรงเรียนมัธยม หอพักหญิง
หงอิงโผล่หัวออกไปนอกหน้าต่าง มองสำรวจข้างใน แล้วโบกมือไปข้างหลัง
“ไปเร็ว ป้าคนดูแลไม่อยู่!”
ซือเสี่ยวหนานวิ่งเข้ามาจากข้างนอก กระโดดข้ามประตูอย่างรวดเร็ว แล้วแอบไปอยู่ด้านหลังห้องพักผู้อยู่เวร
หงอิงทำตาม หลังจากที่ทั้งคู่หลบพ้นห้องพักยามได้แล้วก็วิ่งขึ้นบันไดทันที ก้าวข้ามสามขั้น รวดเร็วปานติดปีก
บิน!
เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็มาถึงชั้นห้า
ยามนี้พิธีเชิญธงเพิ่งจะเสร็จสิ้น นักเรียนต่างก็กลับไปที่ชั้นเรียนเพื่อเตรียมตัวสำหรับรายวิชาต่อไป ภายในหอพัก
จึงว่างเปล่า ประตูทั้งสองข้างถูกล็อคทั้งหมด บริเวณนี้ทั้งมืดและคับแคบ มีเพียงระเบียงด้านหน้าสุดเท่านั้นที่แสงแดด
ส่องถึง
หงอิงเดินชิดกำแพงอย่างระมัดระวัง เพ่งพินิจชั้นนี้ภายใต้แสงสลัว
“หลินชีเยี่ยบอกว่าห้องของผู้หญิงพวกนั้นอยู่ตรงไหนนะ?” หงอิงกระซิบถามเสียงเบา
“นับจากห้องสุดท้ายทางทิศเหนือมาสองห้อง” ซือเสี่ยวหนานตอบ
หงอิงมองไปยังทางทิศเหนือ แล้วก้าวเดินอย่างเงียบงัน ซือเสี่ยวหนานจับชายเสื้อของเธอไว้แน่น ดวงตาฉายแวว
หวาดกลัวเล็กน้อย
“พี่หงอิง เดินช้าๆ หน่อยสิ”
“รู้แล้ว รู้แล้ว ยัยเด็กบ้านี่ ตอนสู้กับสัตว์ประหลาดไม่เห็นกลัว ดันกลัวความมืดซะงั้น” หงอิงตอบอย่างจนใจ
ทั้งสองค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ประตูห้องพัก หงอิงใช้ลวดสะเดาะกุญแจอีกครั้ง ประตูก็ค่อยๆ เปิดออก…
อย่างที่หงอิงคาดไว้ ไม่มีใครอยู่ในห้อง
ทั้งสองเข้าไปในห้องพัก แล้วค้นหาอย่างรวดเร็ว
“ว้าว หอพักโรงเรียนนี้ไม่เลวเลยนี่……ระเบียงก็ค่อนข้างใหญ่” หงอิงเปิดประตูแล้วเดินออกไปที่ระเบียง
ทันใดนั้น เธอก็พบอะไรบางอย่าง รูม่านตาพลันหดเกร็ง
บนราวตากผ้า นอกจากเสื้อผ้าและชุดชั้นในสีชมพูหวานแหววที่แขวนอยู่แล้ว…
ยังมีผิวหนังมนุษย์บางๆ สี่แผ่น
กำลังพริ้วไหวไปตามลม