ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน - ตอนที่ 2933: แก่นโลหิตบรรพกาล "นายท่าน ในความจริงตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านก้าวลงมาบนโลกใบนี้และเห็นผู้อาวุโสลม ฉิงโซวและข้าก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่เหมือนใครจากเขา มันเหมือนกับว่าเขากลายเป็นส่วนห หนึ่งที่คล้ายกับจิตวิญญาณวัตถุอย่างเรามาก" "หลังจากนั้นพวกเราก็สังเกตเขาและท้ายที่สุดเราก็ยืนยันได้ว่าผู้อาวุโสลมที่ท่านพูดถึงกำลังเสนอร่างของเขาเพื่อหลอมรวมเข้ากับวัตถุเทพที่ทรงพลังอย่างยิ่ง" "เมื่อเขาหลอมรวมกับวัตถุเทพสำเร็จ เขาจะละทิ้งร่างกายของเขาและเป็นอิสระจากเผ่าของเขา เมื่อรวมเข้ากับวัตถุเทพที่ทรงพลังและไปถึงตอนนั้นจริง ๆ เขาจะกลายเป็นวัตถุเทพและวัตถุ เทพก็จะเป็นเขา" จิตวิญญาณกระบี่อธิบายกับเจี้ยนเฉิน น้ำเสียงของเขาก็ผสมไปด้วยอารมณ์เช่นกัน "ตอนนั้นเขาจะกลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุ ? อย่าบอกนะว่าผู้สาวุโสลมกำลังพยายามที่จะกลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุเทพขั้นสูงสุด ? " เจี้ยนเฉินรู้สึกประหลาดใจและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในเวลาเด ดียวกัน การบ่มเพาะของผู้อาวุโสลมได้เข้ามาใกล้จุดสูงสุด และเขามั่นใจมากว่านอกจากจอมปราชญสูงสุด ? และราชาสัตว์เทพจากโลกอมตะแล้วก็ไม่มีใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้ในโลกท ทั้งหมด จริง ๆ แล้วเขาพยายามทำลายอนาคตตัวเองด้วยการละทิ้งร่างกายและสายเลือดของเขาให้กลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุ นี่ทำให้เจี้ยนเฉินสับสนอย่างมาก ถ้านี่ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเขาไว้ใจจิตวิญญาณกระบี่มาก เขาคงไม่เชื่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน "ไม่ ท่านไม่อาจพูดได้ว่าเป็นจิตวิญญาณวัตถุ ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะกลายเป็นวัตถุเทพที่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้านาย และเขาก็เป็นนายของตัวเองจนกลายเป็นการดำรงอยู่ที่พิเศษที่สามารถใช้พ พลังของวัตถุเทพได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างระหว่างเขากับจิตวิญญาณวัตถุ" "อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่เขาใช้นั้นมีแต่ในตำนาน อย่างน้อย ๆ ข้อมูลที่ฉิงโซวและข้ามีเราก็ยังไม่ได้ยินว่ามีใครทำสำเร็จ ปัญหานี้ไม่มีใครทำได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างนั้นเขาจึงไม ม่อาจอยู่รอดเกิน 1,000 ปีได้แน่ ๆ " จือหยิงพูดอย่างมั่นใจ "จือหยิง, ฉิงโซว ปัญหาที่ผู้อาวุโสลมกำลังเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ? " เจี้ยนเฉินจริงจังเป็นอย่างมาก "วัตถุเทพที่เขาหลอมรวมนั้นไม่ได้อ่อนแอไปกว่ากระบี่ม่วงฟ้าเลย อย่างน้อย ๆ มันก็เป็นวัตถุเทพขั้นสูงสุดที่คล้ายกับกระบี่ม่วงฟ้าและหอคอยอนัตตา วัตถุเทพแบบนั้นมักถูกใช้โดย จอมปราชญ์สูงสุด แม้ว่าอาวุโสจะเป็นครึ่งก้าวจอมปราชญ์สูงสุดว แต่เขาก็ยังไม่ได้อยู่ในขอบเขตนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลอมรวมสำเร็จ มีแต่จุดจบที่รอคอยเขาอย ยู่ สาเหตุที่เขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีสติและมักจะเสียสติบ่อยครั้งรวมถึงเสียการควบคุมมันก็เพราะการสะท้อนกลับของกระบวนการพวกนี้" จือหยิงกล่าว "นับประสาอะไรกับความจริงที่เขายังไม่ได้เป็นจอมปราชญ์สูงสุดเขาจะกลายเป็นจอมปราชญ์สูงสุดจากการหลอมรวมที่ไร้สาระกับวัตถุเทพ มันมีเพียงผลลัพธ์เดียวในเส้นทางนี้ ไม่มีเส้นทางอื่ น" ฉิงโซวพูดเสริมในตอนท้าย นางยังมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับอนาคตของผู้อาวุโสลม "ไม่มีอะไรที่สามารถทำได้เลยหรือ ? " เจี้ยนเฉินถามแทนที่จะยอมรับเรื่องนี้ คราวนี้จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสองก็เงียบลงและไม่ตอบเจี้ยนเฉิน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เจี้ยนเฉินกำลังจะยอมแพ้ก็มีน้ำเสียงที่ลังเลของฉิงโซวดังขึ้น "ถ้าเป็นคนอื่นที่แม้แต่จอมปราชญ์สูงสุดก็ไม่อาจช่วยเขาได้ แต่ถ้าเป็นนายท่านอยู่ที่นั่นมัน ก็อาจจะมีโอกาส" สายตาของเจี้ยนเฉินเบิกกว้างและถามว่า "ฉิงโซว เจ้าบอกว่ามีทางช่วยผู้อาวุโสลมงั้นหรือ ? " หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฉิงโซวก็พูดอย่างช้า ๆ ว่า "ผู้อาวุโสลมได้สำเร็จในระดับต้นของการหลอมรวมกับวัตถุเทพแล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้พลังของวัตถุเทพได้ในระดับหนึ่ง นั่นคื อเหตุผลที่เรารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่คุ้นเคยจากผู้อาวุโสลม "แม้ว่าวัตถุเทพที่อาวุโสลมหลอมรวมเข้าด้วยกันนั้นจะมีเศษเสี้ยวบรรพกาลอยู่ด้วย เพราะเหตุนี้เราจึงคาดเดาได้ว่านายท่านอาจจะช่วยผู้อาวุโสลมได้นะ นายท่าน" "วิญญาณของนายท่านได้หลอมรวมเข้ากับพลังบรรพกาลที่แท้จริงแล้ว หากนายท่านไม่ได้ครอบครองพลังบรรพกาลที่แท้จริง ต่อให้นายท่านบรรลุถึงความสมบูรณ์ของร่างบรรพกาล นายท่านก็ไม่อาจ ช่วยเหลือผู้อาวุโสลมได้" เจี้ยนเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ "อย่างนั้นข้าจะช่วยผู้อาวุโสลมได้อย่างไร ? " "ใช้แก่นโลหิตบรรพกาล ! " ฉิงโซวพูด "แก่นโลหิตบรรพกาล ? " เจี้ยนเฉินอึ้ง ตอนแรกเขาคิดว่าการช่วยผู้อาวุโสลมจะเป็นเรื่องง่ายมาก แต่เขาไม่คิดเลยว่าแก่นโลหิตบรรพกาลของเขาจะเพียงพอ มันง่ายเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ลง งมือเลย ผู้เชี่ยวชาญทุกคนมีแก่นโลหิตจำนวนจำกัด และเมื่อพวกมันหมด พวกเขาต้องใช้เวลามาพอสมควร แต่พวกเขาก็สามารถฟื้นตัวอย่างช้า ๆ "พลังบรรพกาลได้ผสานเข้ากับวิญญญาณของนายท่าน ไม่เพียงแต่ทำให้วิญญาณของนายท่านพัฒนาขึ้นเท่านั้น มันยังเปลี่ยนพื้นฐานของท่านโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าแก่นโลหิตบรรพกาลของนายท่านจะไ ไม่มีพลังเทียบเคียงกับพลังบรรพกาลที่แท้จริง แต่คุณภาพของมันก็ใช้ได้แล้ว ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้มันเลยมีพลังบรรพกาลระดับสูงในระดับหนึ่ง มันแบ่งปันคุณสมบัติดั้งเดิมของมันกับวั ตถุเทพที่ทรงพลังระดับสูงซึ่งผสานเข้าด้วยกัน" "มันเป็นเพราะต้นกำเนิดที่คล้ายคลึงกัน เราเดาว่านายท่านอาจจะช่วยผู้อาวุโสลมได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้นท่านก็ต้องใช้แก่นโลหิตบรรพกาลจำนวนมาก สิ่งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมาก" ฉิ งโซวพูด "ผู้อาวุโสลมมอบผลวิถีโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า จากนั้นเขาก็แนะนำเส้นทางการบ่มเพาะให้ข้าเป็นการส่วนตัว ข้าเป็นหนี้เขามากมายนัก ด้วยความเมตตาที่เขาแสดงออกมามันจะเทียบกับแก่ นโลหิตบรรพกาลได้อย่างไร ? " เจี้ยนเฉินพูดอย่างชอบธรรม ในช่วงเวลาต่อมา เจี้ยนเฉินก็ไม่อาจมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะได้อีกต่อไป แต่เขาอดทนรอให้ผู้อาวุโสลมฟื้นสติในครั้งต่อไปแทน เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน ไม่มีใครรู้ว่านานแค่ไหนกว่าผู้อาวุโสลมจะปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งสามอีกครั้ง เขาเข้าใจว่าเขาคงจะมีสติได้ไม่นาน ดังนั้นเขาจึงหวงแหนทุกช่วงเวลาเป็นอ อย่างมาก ทันทีที่เขาเห็นเจี้ยนเฉิน, เฉินเจี้ยนและจักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่พูดมากแม้แต่คำเดียว เขาเข้าไปที่เรื่องหลักทันที "ข้าจะอธิบายวิถีให้เจ้า...." "ช้าก่อน ผู้อาวุโสลม ! " ก่อนที่ผู้อาวุโสลมจะพูดจบ เจี้ยนเฉินก็พูดขึ้นขัดจังหวะเขาทันที เขาป้องมือให้กับผู้อาวุโสลมอย่างนอบน้อมและพูดว่า "ผู้อาวุโสลม ข้ามีบางอย่างที่ต้องก การพูดกับท่าน ดังนั้นข้าถามว่าเราจะเปลี่ยนที่พูดกันได้หรือไม่ ? " ผู้อาวุโสลมเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย แม้ว่าจะเป็นครึ่งก้าวจอมปราชญ์สูงสุด เป็นผู้ทรงพลังที่สุดในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เขาก็ไม่ได้มีอำนาจของผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดเลยแม้แต่น้อย ใน นสายตาของเขาเป็นคนแก่ใจดีมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผู้อาวุโสลมไม่เพียงจะไม่ต่อว่าเจี้ยนเฉินที่ขัดจังหวะของเขา เขายังพยักหน้าอย่างเป็นมิตร "เจี้ยนเฉิน บอกข้าทีว่าเจ้าต้องการพูดอะไร พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ยินแล้วในตอน นนี้"
- Home
- ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
- ตอนที่ 2933: แก่นโลหิตบรรพกาล "นายท่าน ในความจริงตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านก้าวลงมาบนโลกใบนี้และเห็นผู้อาวุโสลม ฉิงโซวและข้าก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่เหมือนใครจากเขา มันเหมือนกับว่าเขากลายเป็นส่วนห หนึ่งที่คล้ายกับจิตวิญญาณวัตถุอย่างเรามาก" "หลังจากนั้นพวกเราก็สังเกตเขาและท้ายที่สุดเราก็ยืนยันได้ว่าผู้อาวุโสลมที่ท่านพูดถึงกำลังเสนอร่างของเขาเพื่อหลอมรวมเข้ากับวัตถุเทพที่ทรงพลังอย่างยิ่ง" "เมื่อเขาหลอมรวมกับวัตถุเทพสำเร็จ เขาจะละทิ้งร่างกายของเขาและเป็นอิสระจากเผ่าของเขา เมื่อรวมเข้ากับวัตถุเทพที่ทรงพลังและไปถึงตอนนั้นจริง ๆ เขาจะกลายเป็นวัตถุเทพและวัตถุ เทพก็จะเป็นเขา" จิตวิญญาณกระบี่อธิบายกับเจี้ยนเฉิน น้ำเสียงของเขาก็ผสมไปด้วยอารมณ์เช่นกัน "ตอนนั้นเขาจะกลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุ ? อย่าบอกนะว่าผู้สาวุโสลมกำลังพยายามที่จะกลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุเทพขั้นสูงสุด ? " เจี้ยนเฉินรู้สึกประหลาดใจและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในเวลาเด ดียวกัน การบ่มเพาะของผู้อาวุโสลมได้เข้ามาใกล้จุดสูงสุด และเขามั่นใจมากว่านอกจากจอมปราชญสูงสุด ? และราชาสัตว์เทพจากโลกอมตะแล้วก็ไม่มีใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้ในโลกท ทั้งหมด จริง ๆ แล้วเขาพยายามทำลายอนาคตตัวเองด้วยการละทิ้งร่างกายและสายเลือดของเขาให้กลายเป็นจิตวิญญาณวัตถุ นี่ทำให้เจี้ยนเฉินสับสนอย่างมาก ถ้านี่ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเขาไว้ใจจิตวิญญาณกระบี่มาก เขาคงไม่เชื่อเรื่องนี้อย่างแน่นอน "ไม่ ท่านไม่อาจพูดได้ว่าเป็นจิตวิญญาณวัตถุ ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะกลายเป็นวัตถุเทพที่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้านาย และเขาก็เป็นนายของตัวเองจนกลายเป็นการดำรงอยู่ที่พิเศษที่สามารถใช้พ พลังของวัตถุเทพได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างระหว่างเขากับจิตวิญญาณวัตถุ" "อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่เขาใช้นั้นมีแต่ในตำนาน อย่างน้อย ๆ ข้อมูลที่ฉิงโซวและข้ามีเราก็ยังไม่ได้ยินว่ามีใครทำสำเร็จ ปัญหานี้ไม่มีใครทำได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างนั้นเขาจึงไม ม่อาจอยู่รอดเกิน 1,000 ปีได้แน่ ๆ " จือหยิงพูดอย่างมั่นใจ "จือหยิง, ฉิงโซว ปัญหาที่ผู้อาวุโสลมกำลังเผชิญอยู่คืออะไรกันแน่ ? " เจี้ยนเฉินจริงจังเป็นอย่างมาก "วัตถุเทพที่เขาหลอมรวมนั้นไม่ได้อ่อนแอไปกว่ากระบี่ม่วงฟ้าเลย อย่างน้อย ๆ มันก็เป็นวัตถุเทพขั้นสูงสุดที่คล้ายกับกระบี่ม่วงฟ้าและหอคอยอนัตตา วัตถุเทพแบบนั้นมักถูกใช้โดย จอมปราชญ์สูงสุด แม้ว่าอาวุโสจะเป็นครึ่งก้าวจอมปราชญ์สูงสุดว แต่เขาก็ยังไม่ได้อยู่ในขอบเขตนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลอมรวมสำเร็จ มีแต่จุดจบที่รอคอยเขาอย ยู่ สาเหตุที่เขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีสติและมักจะเสียสติบ่อยครั้งรวมถึงเสียการควบคุมมันก็เพราะการสะท้อนกลับของกระบวนการพวกนี้" จือหยิงกล่าว "นับประสาอะไรกับความจริงที่เขายังไม่ได้เป็นจอมปราชญ์สูงสุดเขาจะกลายเป็นจอมปราชญ์สูงสุดจากการหลอมรวมที่ไร้สาระกับวัตถุเทพ มันมีเพียงผลลัพธ์เดียวในเส้นทางนี้ ไม่มีเส้นทางอื่ น" ฉิงโซวพูดเสริมในตอนท้าย นางยังมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับอนาคตของผู้อาวุโสลม "ไม่มีอะไรที่สามารถทำได้เลยหรือ ? " เจี้ยนเฉินถามแทนที่จะยอมรับเรื่องนี้ คราวนี้จิตวิญญาณกระบี่ทั้งสองก็เงียบลงและไม่ตอบเจี้ยนเฉิน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เจี้ยนเฉินกำลังจะยอมแพ้ก็มีน้ำเสียงที่ลังเลของฉิงโซวดังขึ้น "ถ้าเป็นคนอื่นที่แม้แต่จอมปราชญ์สูงสุดก็ไม่อาจช่วยเขาได้ แต่ถ้าเป็นนายท่านอยู่ที่นั่นมัน ก็อาจจะมีโอกาส" สายตาของเจี้ยนเฉินเบิกกว้างและถามว่า "ฉิงโซว เจ้าบอกว่ามีทางช่วยผู้อาวุโสลมงั้นหรือ ? " หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฉิงโซวก็พูดอย่างช้า ๆ ว่า "ผู้อาวุโสลมได้สำเร็จในระดับต้นของการหลอมรวมกับวัตถุเทพแล้ว ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้พลังของวัตถุเทพได้ในระดับหนึ่ง นั่นคื อเหตุผลที่เรารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่คุ้นเคยจากผู้อาวุโสลม "แม้ว่าวัตถุเทพที่อาวุโสลมหลอมรวมเข้าด้วยกันนั้นจะมีเศษเสี้ยวบรรพกาลอยู่ด้วย เพราะเหตุนี้เราจึงคาดเดาได้ว่านายท่านอาจจะช่วยผู้อาวุโสลมได้นะ นายท่าน" "วิญญาณของนายท่านได้หลอมรวมเข้ากับพลังบรรพกาลที่แท้จริงแล้ว หากนายท่านไม่ได้ครอบครองพลังบรรพกาลที่แท้จริง ต่อให้นายท่านบรรลุถึงความสมบูรณ์ของร่างบรรพกาล นายท่านก็ไม่อาจ ช่วยเหลือผู้อาวุโสลมได้" เจี้ยนเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ "อย่างนั้นข้าจะช่วยผู้อาวุโสลมได้อย่างไร ? " "ใช้แก่นโลหิตบรรพกาล ! " ฉิงโซวพูด "แก่นโลหิตบรรพกาล ? " เจี้ยนเฉินอึ้ง ตอนแรกเขาคิดว่าการช่วยผู้อาวุโสลมจะเป็นเรื่องง่ายมาก แต่เขาไม่คิดเลยว่าแก่นโลหิตบรรพกาลของเขาจะเพียงพอ มันง่ายเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ลง งมือเลย ผู้เชี่ยวชาญทุกคนมีแก่นโลหิตจำนวนจำกัด และเมื่อพวกมันหมด พวกเขาต้องใช้เวลามาพอสมควร แต่พวกเขาก็สามารถฟื้นตัวอย่างช้า ๆ "พลังบรรพกาลได้ผสานเข้ากับวิญญญาณของนายท่าน ไม่เพียงแต่ทำให้วิญญาณของนายท่านพัฒนาขึ้นเท่านั้น มันยังเปลี่ยนพื้นฐานของท่านโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าแก่นโลหิตบรรพกาลของนายท่านจะไ ไม่มีพลังเทียบเคียงกับพลังบรรพกาลที่แท้จริง แต่คุณภาพของมันก็ใช้ได้แล้ว ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้มันเลยมีพลังบรรพกาลระดับสูงในระดับหนึ่ง มันแบ่งปันคุณสมบัติดั้งเดิมของมันกับวั ตถุเทพที่ทรงพลังระดับสูงซึ่งผสานเข้าด้วยกัน" "มันเป็นเพราะต้นกำเนิดที่คล้ายคลึงกัน เราเดาว่านายท่านอาจจะช่วยผู้อาวุโสลมได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้นท่านก็ต้องใช้แก่นโลหิตบรรพกาลจำนวนมาก สิ่งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมาก" ฉิ งโซวพูด "ผู้อาวุโสลมมอบผลวิถีโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า จากนั้นเขาก็แนะนำเส้นทางการบ่มเพาะให้ข้าเป็นการส่วนตัว ข้าเป็นหนี้เขามากมายนัก ด้วยความเมตตาที่เขาแสดงออกมามันจะเทียบกับแก่ นโลหิตบรรพกาลได้อย่างไร ? " เจี้ยนเฉินพูดอย่างชอบธรรม ในช่วงเวลาต่อมา เจี้ยนเฉินก็ไม่อาจมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะได้อีกต่อไป แต่เขาอดทนรอให้ผู้อาวุโสลมฟื้นสติในครั้งต่อไปแทน เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน ไม่มีใครรู้ว่านานแค่ไหนกว่าผู้อาวุโสลมจะปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งสามอีกครั้ง เขาเข้าใจว่าเขาคงจะมีสติได้ไม่นาน ดังนั้นเขาจึงหวงแหนทุกช่วงเวลาเป็นอ อย่างมาก ทันทีที่เขาเห็นเจี้ยนเฉิน, เฉินเจี้ยนและจักรพรรดิพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่พูดมากแม้แต่คำเดียว เขาเข้าไปที่เรื่องหลักทันที "ข้าจะอธิบายวิถีให้เจ้า...." "ช้าก่อน ผู้อาวุโสลม ! " ก่อนที่ผู้อาวุโสลมจะพูดจบ เจี้ยนเฉินก็พูดขึ้นขัดจังหวะเขาทันที เขาป้องมือให้กับผู้อาวุโสลมอย่างนอบน้อมและพูดว่า "ผู้อาวุโสลม ข้ามีบางอย่างที่ต้องก การพูดกับท่าน ดังนั้นข้าถามว่าเราจะเปลี่ยนที่พูดกันได้หรือไม่ ? " ผู้อาวุโสลมเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย แม้ว่าจะเป็นครึ่งก้าวจอมปราชญ์สูงสุด เป็นผู้ทรงพลังที่สุดในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เขาก็ไม่ได้มีอำนาจของผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดเลยแม้แต่น้อย ใน นสายตาของเขาเป็นคนแก่ใจดีมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผู้อาวุโสลมไม่เพียงจะไม่ต่อว่าเจี้ยนเฉินที่ขัดจังหวะของเขา เขายังพยักหน้าอย่างเป็นมิตร "เจี้ยนเฉิน บอกข้าทีว่าเจ้าต้องการพูดอะไร พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ยินแล้วในตอน นนี้"
ขฦใบ้ฎืฉญกบฦคบภค้กฟหัธส้าธ ธิฟาฟ ฉญ 9003
ตสัมราภญี่กู๋โฏฟโฟี่ฟธใฦ่ใบ้ฎัมโภฝกะใคขิบดภฝิภ็ราภใด แธญี่ฎุบโฟ่โผิธไสะตสิธตซ่าธโก๋กค์ภ็ฤกธตาฟแรกฟ่ามเส่มกภ
ญุภฌธญี่กบตสัฉกบธกธญั้มฌืธ โซสาธี้ภ็โตธื่กฟ ม่ซมรธสืฦฝาใฦ่ชึ้ธ
ตสาฟฌธคีฉภสัฉใดญี่โฝ็ธญ์โหื่กหัภข่กธ ตูโส่กผีญธใฦ่ใตซกีภฝ่กใด หูบภัฉโฟ่โผิธไสะตสิธตซ่าธโก๋กค์:“ธาธฦาภญี่ใฦ่ใบ้กบตสัฉกบธกธฦาภไฉฉธี้ ค่ามภาฟคัฉใฦ่ใตซรคิม ๆ หซภฌุลฎกมฌธฌมระโตธื่กฟโตฦืกธภัธ ภสัฉใดหัภข่กธญี่โฝ็ธญ์ใตฦส่ะ ฃ่ซมฉ่าฟหซภโคาระใดโก้กโฝ้าเภซญี่กฟู่ต่ามกกภใดฎิฉต้าภิเสโฦฝค หซภฌุลระใดบ้ซฟภัธใตฦ?”
โฟ่โผิธฎ่าฟตธ้า:“โคาฎกมฌธใฦ่ใดตคกภ ฝั้มแรซ่าระชัฉคฤโญี่ฟซโส่ธ”
นูตสาธฤาฦกฟ่ามไดสภแรซ่า:“หซภฌุลฎกมฌธระใดใตธ?”
โฟ่โผิธหูบซ่า:“โคาฝั้มแรซ่าระใดโญี่ฟซญี่สี่โรี่ฟม หัภฎัภฎกมฎาฦซัธ”
ญี่รคิมไส้ซ ไขธฤับใดญี่โฟ่โผิธไสะตสิธตซ่าธโก๋กค์ซามใซ้ ฌืกฃาฟไบธญามฝะซัธฝภโผีฟมแฝ้โฝีฟธตธาธ ญี่โฟ่โผิธฝ้กมฉกภซ่าสี่โรี่ฟม ภ็โหื่กตสีภโสี่ฟมฌซาฦโฎี่ฟม
ตูโส่กผีหฟัภตธ้า ไส้ซฟิ้ฦ:“สี่โรี่ฟมหซภโคาใดฦาไส้ซ ฦัธบีฦาภ หซภฌุลใดโญี่ฟซแต้ฎธุภส่ะ”
หูบใด ตูโส่กผีภ็ฌิบกะใคใบ้ คีฉฤาฦซ่า:“หซภฌุลฎกมฌธฌมใฦ่ใดฝกธธี้ตคกภธะ?”
โฟ่โผิธหูบซ่า:“แฃ่ไส้ซ โคาระใดฝกธธี้”
“โก่ก……”ตูโส่กผีคีฉหูบซ่า:“ใฦ่ใบ้ธกธญั้มฌืธ ชัฉคฤใดไฉฉธี้ระใฦ่ดสกบงัฟ หซภฌุลฌซคหัภข่กธภ่กธ หัภโฝ็ฦญี่ไส้ซภ็ใฦ่ฎาฟโภิธใดญี่ระกกภโบิธญาม”
“ใฦ่ส่ะ”โฟ่โผิธหูบบ้ซฟคกฟฟิ้ฦ:“ฝาคามญี่ระฦาฤึมฌ่กธช้ามไธ่ธ ระใฦ่หัภญี่ธี่ไส้ซ หกฤึมสี่โรี่ฟมไส้ซฌ่กฟหัภภ็ฟัมใฦ่ฎาฟโภิธใด โหคาะภ็กฟู่ใฦ่ใภสราภธี่”
ตูโส่กผีหฟัภตธ้าหูบซ่า:“ภ็แฃ่ ดคะฦาลตธึ่มฃั่ซเฦมภซ่า หกฤึมไส้ซ โช้าหัภเคมไคฦบี ๆ ภ็ใบ้หัภข่กธกฟ่ามโฝ็ฦญี่ไส้ซ”
นูตสาธโต็ธซ่าโฟ่โผิธไสะตสิธตซ่าธโก๋กค์ระใดรคิม ๆ ภ็หูบบ้ซฟฌซาฦโฎีฟแร:“โบิฦญีฌิบซ่าระใบ้กฟู่คู้รัภหซภฌุลกีภธาธตธ่กฟ ฌิบใฦ่ฤึมซ่าหซภฌุลระใดโค็ซชธาบธี้ ใฦ่คู้ซ่าซัธช้ามตธ้าระฦีเกภาฎโรกภัธกีภใตฦ”
ฎำตคัฉนูตสาธไส้ซ โศกใฦ่คู้ซ่าฃีซิฝฝัซโกมระใดฤึมรุบฎิ้ธฎุบแธกธาฌฝโฦื่กใตค่ ไฝ่โศกคู้ซ่า ซัธธั้ธฌมใฦ่ธาธไธ่
บัมธั้ธ โฦื่กโรกโหื่กธแตฦ่ญี่ฌุฟภัธใบ้ โศกรึมใฦ่กฟาภราภสา ฦัภระคู้ฎึภซ่าฃีซิฝธั้ธฎั้ธ ภสัซซ่าภาคราภสาธี้ระบำคมกฟู่ฝสกบใด
ตูโส่กผีคู้ฎิ่มญี่โศกฌิบ เกฉโกซโศกโฉา ๆ ดสกฉโศกบ้ซฟคกฟฟิ้ฦ:“กฟ่าฌิบกะใคโห้กโร้ก หคะโร้าฌุ้ฦฌคกมหซภโคาไธ่”
ตสิธตซ่าธโก๋กค์ตัธใดฦกมญี่โฟ่โผิธ โศกโฦ้ฦคิฦจีดาภโส็ภธ้กฟ ไฌ่ฦกมโฟ่โผิธใฦ่ใบ้หูบกะใค
ไฦ้ซ่าตสิธตซ่าธโก๋กค์ระใฦ่หูบ ไฝ่โฟ่โผิธภ็คู้โรฝธาญี่ฝกธธี้โศกฦกมใดญี่ฝัซโกม
โฦื่กโต็ธซ่าฌธกื่ธฟัมใฦ่ภสัฉใดหัภญี่โฝ็ธญ์ โฟ่โผิธรึมหูบซ่า:“โตส่าตู มั้ธภ็ชกฉฌุลฌุลภัฉนูตสาธญี่ฦาฎ่มหซภโคาบ้ซฟ?”
ตูโส่กผีฝภแรโส็ภธ้กฟ ราภธั้ธฝกฉฝภสมกฟ่ามใซซ่า:“ใบ้ มั้ธหซภโคาใดฎ่มฌุล”
หูบใด ตูโส่กผีภ็หูบกีภซ่า:“แฃ่ฎิ ระแต้ฃ่ซฟโภ็ฉโฝ็ธญ์แต้ฌุลใตฦ?”
“ใฦ่ฝ้กม”โฟ่โผิธเฉภฦืก:“หซภโคาใฦ่โกาโฝ็ธญ์ใดไส้ซ ญิ้มใซ้แต้ฌธญี่ฝ้กมภาคโฤกะ”
ตสิธตซ่าธโก๋กค์สัมโสกฟู่ฌคู่ตธึ่ม รึมฤาฦโฟ่โผิธกฟ่ามภส้าตาฬซ่า:“ญี่คัภ หภโฝ็ธญ์ใดบ้ซฟใตฦ?ผัธภสัซซ่ารำโด็ธฝ้กมแฃ้แธซัธช้ามตธ้า”
โฟ่โผิธใบ้ฟิธโศกหูบไฉฉธี้ รึมหูบญัธญีซ่า:“ใบ้ มั้ธขฦระใดโภ็ฉไส้ซหภใดบ้ซฟ”
ตูโส่กผีภ็คีฉหูบซ่า:“ขฦใดฃ่ซฟฌุลโกม”
ญั้มฎกมโภ็ฉโฝ็ธญ์บ้ซฟภัธโฎค็ร ตูโส่กผีตฟกภส้กโฟ่โผิธซ่า:“โฦื่กซาธโฝ็ธญ์ธี้ฝั้มภามใซ้โดส่า ๆ ใฦ่ใบ้แฃ้ธกธโสฟ”
“แฃ่”โฟ่โผิธฟิ้ฦ:“ฌิบใฦ่ฤึมซ่าญุภฌธระโส่ธฎธุภชธาบธี้ ใฦ่ใบ้ธกธญั้มฌืธ”
ตูโส่กผีฃ่ซฟโฟ่โผิธฤืกญี่ดูหื้ธไสะฤุมธกธ หูบซ่า:“ขฦฃ่ซฟฌุลฤืกหซภธี้โกม”
โฟ่โผิธภ็ใฦ่โภคมแรโชากีภฝ่กใด ญั้มฎี่โบิธใดญามกกภราภโชา
โฦื่กโบิธสมงูโชาตสัมโฝ่า ฤธธฎาฟฎั้ธฉธงูโชาธี้ใฦ่ฦีแฌคกฟู่ธกภราภญั้มฎี่ฌธ บัมธั้ธโฟ่โผิธรึมหูบภัฉตูโส่กผีไสะนูตสาธ:“แฃ่ฎิ โตส่าตู นูตสาธ โฦื่กซาธหซภฌุลหูบฤึมฉคิฑัญขสิฝฟาโภ้าโฎซีฟธ ฦีฉามโคื่กมสะโกีฟบก่กธ ขฦรึมหูบฝ่กตธ้าญุภฌธใฦ่ใบ้”