ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน - บทที่ 5810 คือเธออย่างแน่นอน!(1)
คำพูดของหลินหว่านเอ๋อร์ ทำให้เย่เฉินรู้สึกตกใจขึ้นมา!
เขารู้สึกว่า มีเรื่องบังเอิญหลายอย่างในนั้น
ทำไมถึงได้มีเมฆครึ้มอันแปลกประหลาดเช่นนี้กดลงมาอย่างกะทันหัน?
ทำไมเมฆดำยังสามารถแสดงสัญลักษณ์จิ้งข่วยออกมาได้?
ทำไมเมฆดำอันนั้นจะต้องขาดซึ่งสายฟ้า?
ทำไมจะต้องปรากฏตัวในสถานที่ที่มารดาแห่งชาผูเอ่อร์บำเพ็ญเพียรล้มเหลวในปีนั้น?
แล้วบวกกับตัวเองที่ใช้ไม้ฟาดสายฟ้าที่ก่อตัวมาจากการที่มารดาแห่งชาผูเอ่อร์บำเพ็ญเพียรล้มเหลวพอดี สร้างสรรค์ยันต์ฟ้าร้องอันหนึ่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
มีมากมายหลายสิ่งที่ทำให้คนสงสัยและปะติดปะต่อขึ้นมา มีเพียงการคาดเดาของหลินหว่านเอ๋อร์ ถึงจะเป็นสิ่งเดียว—-ที่จะสามารถไขคำตอบของข้อสงสัยทั้งหมดได้!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เย่เฉินก็เอ่ยปากออกมาอย่างรวดเร็ว:“กระนั้นเป็นเช่นนี้ งั้นผมจะเพื่อเมฆดำที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าอันนี้เรียกฆาตสายฟ้ามาสายหนึ่ง!”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างแรง ในแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังพูดออกมาว่า:“มารดาแห่งชาผูเอ่อร์กับข้าน้อยก็ถือว่ามีบุญสัมพันธ์ รบกวนคุณชายลงมือช่วยเหลือ!”
เย่เฉินเรียกยันต์ฟ้าร้องออกมา กุมเอาไว้ในฝ่ามือ สายตาจับจ้องเมฆดำที่อยู่เหนือศีรษะอันนั้นที่ยิ่งลดต่ำลงมาเรื่อยๆ ที่ยิ่งหนาขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นหยุดลงครอบปราณทิพย์จิตประสานวิชาเป็นหนึ่งเดียว
ตามด้วย เย่เฉินตะโกนออกมาเสียงสูง:“สายฟ้ามา!!”
ทันใดนั้น ปราณทิพย์ทั่วร่างพุ่งออกมาเองทางเส้นลมปราณพิเศษ 8 เส้นอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้ามาในยันต์ฟ้าร้องบนฝ่ามือของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เพียงแค่แวบเดียว ยันต์ฟ้าร้องที่มืดดำอันนั้นพร้อมทั้งเริ่มมีแสงสีขาวจากด้านในพุ่งออกมาด้านนอก ทว่าปราณทิพย์ในร่างกายเย่เฉิน ก็มีเกินว่าครึ่งที่ถูกยันต์ฟ้าร้องดูดซับ
เย่เฉินรู้สึกว่ายันต์ฟ้าร้องที่อยู่บนฝ่ามือยิ่งสั่นสะเทือนอยู่อย่างไม่สงบ แสงสีขาวยิ่งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งด้านในยังมีเสียงของการไหลเวียนของกระแสไฟ
วินาทีนี้ เย่เฉินรู้สึกว่า สิ่งที่กุมอยู่ในมือนั้นไม่ใช่ยันต์ฟ้าร้องอะไรอีกต่อไป ทว่าคือลูกแก้วสายฟ้าที่นิยายวิทยาศาสตร์กล่าวถึงบ่อยๆ!
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน สัญชาตญาณบอกกับเธอว่า พลังของแสงที่อยู่ในมือของเย่เฉินยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลงมือไม่ทันเวลา เกรงว่าจะมีอันตรายทำให้บาดเจ็บต่อร่างกายเย่เฉิน จากนั้นเธอจึงตะโกนเสียงดังออกมาตามสัญชาตญาณ:“คุณชาย รีบปลดปล่อยวิชา อย่าได้รอแล้ว!”
เย่เฉินส่ายหน้า เอ่ยปากออกมา:“ปลดปล่อยวิชาในเวลาที่เหมาะ ไม่ใช่ตัวผมเองที่จะสามารถตัดสินใจได้แล้ว!”
ถ้าเป็นในเวลาปกติ เย่เฉินเรียกสายฟ้ามา เมฆดำบนท้องฟ้าจะกดลงมา เสียงฟ้าร้องสะเทือนเลือนลั่น สายฟ้าจะแลบออกมาจากในเมฆอย่างรวดเร็ว
แต่ว่าครั้งนี้ เย่เฉินเรียกสายฟ้าออกมา ยันต์ฟ้าร้องในมือกลับไม่ได้ทำให้เกิดสายฟ้าในทันที ทว่าคือรวบรวมพลังอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าตัวมันเองกำลังควบคุมพลังของวิชาที่จะปลดปล่อยออกมา
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตัวยันต์ฟ้าร้องเองรู้สึกว่ายังรวบรวมปราณทิพย์ไม่เพียงพอ!
ทว่าเวลานี้ เมฆดำบนท้องฟ้า ก็หนาและหนักจนถึงจุดที่เกิดคาดไปแล้ว ทั้งหมดก็คือมืดดำจนมองไม่เห็น!
หลินหว่านเอ๋อร์หวาดกลัวเหลือคณา หลุดปากพูดออกมา:“ยันต์ฟ้าร้องอันนี้ไม่ใช่คุณชายเป็นคนควบคุมเหรอ?”
เย่เฉินยกมือขวาอยู่รู้สึกว่าต้องใช้กำลังอย่างมาก มองดูแสงอันนี้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งแกร่ง พูดออกมาอย่างยากลำบาก:“คุณทายถูกแล้ว!นี่คือมารดาแห่งชาผูเอ่อร์กำลังอัญเชิญอย่างแน่นอน ยันต์ฟ้าร้องที่อยู่ในมือของผมเดิมทีก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ เวลานี้คิดว่าได้ถูกเธอควบคุมแล้ว ไม่ใช่ผมเป็นคนตัดสินใจอีกต่อไแล้ว!”
กำลังพูดอยู่ ยันต์ฟ้าร้องที่อยู่ในมือของเย่เฉินทันใดนั้นก็สูญเสียลำแสงไป ทว่าวินาทีต่อมา พลังอันแข็งแกร่งอันหนึ่งที่มองไม่เห็น จากในยันต์ฟ้าร้องปล่อยออกมาเองอย่างรุนแรง พุ่งตรงไปที่เมฆดำที่กำลังกดทับลงมา!
เย่เฉินรู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นถูกสูบไปทั้งร่าง ปราณทิพย์ในปริมาณมาก ต่างถูกใช้ไปอย่างหมดจดแล้ว
ทว่าวินาทีต่อมา ด้านในของเมฆดำอันหนาแน่นบนท้องฟ้า ทันใดนั้นแปรปรวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องสะเทือนเลือนลั่นที่ดังออกมาจากด้านใน ด้านในฟ้าผ่าฟ้าแลบบ่อยครั้ง เป็นสายฟ้าอันซับซ้อนเหมือนดั่งรากไม้ นำเอาเมฆดำแบ่งแยกออกมาเป็นชิ้นน้อยชิ้นใหญ่มากมาย ชิ้นเล็ก ๆไม่เท่ากัน
ที่ยิ่งแปลกประหลาดคือ เสียงฟ้าร้องที่ดังออกมานี้ ราวกับว่าทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าสายฟ้าที่แลบอย่างต่อเนื่องในเมฆอันนั้นยิ่งหนาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสว่างขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับว่า ยันต์ฟ้าร้องอันนั้นของเย่เฉิน เป็นเพียงการเปิดฉากของการแสดง สายฟ้าในเมฆอันนี้ กำลังผลักดันการแสดงอันสุดยอดอย่างต่อเนื่อง
ทว่าหลังจากนั้น เมฆดำอันนั้นก็ค่อยๆเริ่มเคลื่อนย้ายตำแหน่งจากด้านบนของสระสวรรค์ มุ่งไปยังที่ที่เย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่
สายตามองดูฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ยิ่งใกล้เข้ามา เย่เฉินรีบดึงมือหลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นมา พาเธอวิ่งออกไปด้านหลังหลายร้อยเมตร