ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน - บทที่ 5811 คือเธออย่างแน่นอน!(2)
กว่าทั้งสองคนจะยืนนิ่ง ตำแหน่งใจกลางของสายฟ้ากับเมฆดำ ได้แขวนอยู่ด้านบนของผืนดินเหลืองที่ว่างเปล่าอันนั้นแล้ว
ในเวลานี้ สายฟ้าสายหนึ่งหนาขนาดปากถ้วยพุ่งลงมาจากใจกลางของเมฆดำเอง ฟาดตรงลงบนผืนดินเหลือง
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็สว่างขึ้นมาดั่งกลางวันในทันใด เสียงฟ้าร้องคำรามอันนั้น ดังมากราวกับว่าจุดชนวนระเบิดอยู่ข้างใบหู สะเทือนจนหูดับ
ทว่าตามลงมากับสายฟ้าอันนั้น เมฆดำอันนั้นที่บีบอัดเป็นเวลานาน ทันใดนั้นฝนขนาดใหญ่ก็เทลงมา สายฝนที่ตกลงมาจากบนฟ้าเชื่อมต่อกันเป็นเส้นแล้ว
เย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์ไม่มีที่จะหลบ ทันใดก็ถูกฝนรดจากบนถึงล่างต่างเปียกปอนไปหมดแล้ว
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้สนใจร่างกายที่เปียกปอน ก้าวเท้าวิ่งตรงไปยังดินเหลืองผืนนั้นสถานที่บำเพ็ญเพียรล้มเหลวของมารดาแห่งชาผูเอ่อร์
เย่เฉินถูกการกระทำอันนี้ของเธอดึงเอาไว้ไม่ทัน ตะโกนเสียงดัง:“อันตราย อย่าเข้าไป!”
พูดไป พร้อมทั้งจะไปดึงหลินหว่านเอ๋อร์กลับมา
แต่หลินหว่านเอ๋อร์กลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะถอยกลับ พร้อมทั้งไม่สนใจอะไรทั้งนั้นวิ่งเข้าไป พร้อมทั้งพูดกับเย่เฉินว่า:“คุณชาย ข้าน้อยรู้สึกได้ถึงเธอแล้ว!”
เย่เฉินถามออกมาตามสัญชาตญาณ:“รู้สึกได้ถึงใคร? มารดาแห่งชาผูเอ่อร์เหรอ?”
“ใช่!”น้ำเสียงของหลินหว่านเอ๋อร์มีความสั่นเทา พูดต่อว่า:“ใช่เธอ!คือเธออย่างแน่นอน!เธอฟืนคืนกลับมาแล้ว!”
ภายในใจของเย่เฉินสงสัย เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ต้นชาที่บำเพ็ญล้มเหลวเมื่อหลายร้อยปีก่อนต้นหนึ่ง ยังจะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้อย่างไร?
แต่ว่า เมฆดำที่อยู่เบื้องหน้าฟ้าเสียงฟ้าผ่าได้หยุดลงแล้ว เหลือเพียงสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทว่าในเมฆดำอันนั้น ต่างก็ไม่ได้หลงเหลือสายฟ้าอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว
เย่เฉินเห็นว่าไม่มีอันตรายของสายฟ้าแล้ว จึงไม่ได้ดึงตัวหลินหว่านเอ๋อร์กลับมา ทว่าตามเธอไปด้วยกัน มายังบนดินเหลืองผืนนั้น
เวลานี้ผืนดินเหลือง ถูกน้ำฝนกัดเซาะจนกลายเป็นโคลนตมไปแล้ว หลินหว่านเอ๋อร์ใช้มือทั้งสองข้างเช็ดหน้าเช็ดตาเช็ดน้ำฝนออกอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ไม่หยุดที่จะมองไปรอบด้านอย่างละเอียด ราวกับว่ากำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
เย่เฉินเองก็มองออกไป แต่บนดินเหลืองผืนนี้นอกจากน้ำฝนแล้วก็โคลนตมเดิมทีก็ไม่มีแม้เงาของส่ิงอื่นใด
จากนั้นเขาจึงถามหลินหว่านเอ๋อร์:“คุณหลิน คุณรู้สึกได้ถึงมารดาแห่งชาผูเอ่อร์จากที่ไหนเหรอ?”
หลินหว่านเอ๋อร์จ้องมองพื้นดิน ตะโกนออกมาเสียงดัง:“ก็คือที่นี่!”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์ก็ชี้ไปยังใจกลางของผืนดินเหลือง ตะโกนออกมาเสียงดังอย่างตื่นเต้นดีใจ:“คุณชายดูเร็ว!”
เย่เฉินมองตามทิศทางที่เธอชี้นิ้วไป ทันใดนั้นก็มองเห็นฉากฉากหนึ่งที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน
ใจกลางผืนดินเหลืองท่ามกลางสายฝนที่กำลังชะล้าง ต้นอ่อนเล็กๆสีเขียวอ่อน ท่ามกลางโคลนตมของสายฝนที่กำลังตกอย่างหนักพยายามงอกเงยขึ้นมาแล้ว
อีกทั้งต้นอ่อนต้นนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังดูเทปวิดีโอบีบอัดของระยะเวลาสิบกว่าวัน ต้นอ่อนต้นนี้หลังจากงอกเงยขึ้นมาจากโคลนตมแล้ว ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ เติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแค่แวบเดียว จากความสูงหนึ่งสองเซนติเมตร เติบโตเป็นเจ็ดแปดเซนติเมตรแล้ว ต้นอ่อนที่เดิมทียังม้วนตัวอยู่ต้นนั้น ขนาดยังไม่ใหญ่เท่านิ้วมือ กระนั้นเติบโตจนมีขนาดเท่ากับนิ้วมือแล้ว
ต่อมา ปลายสุดของต้นอ่อนต้นนั้นก็งอกยอดอ่อนอันแหลมเท่ากับเข็มอันหนึ่งออกมา ยอดอ่อนอันนั้นก็เช่นกันเติบโตอย่างรวดเร็ว
เย่เฉินอึ้งไปแล้ว ทว่าหลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างกลับมองดูอย่างปลื้มปีติ อีกทั้งคุกเข่าลงบนพื้นตามสัญชาตญาณ ใช้ร่างกายบังฝนให้กับต้นอ่อนต้นนั้น
ทว่าต้นอ่อนต้นนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นต้นกล้า ภายในเวลาสั้นๆไม่กี่นาที จากความสูงไม่กี่เซนติเมตรเติบโตถึงความสูงประมาณยี่สิบเซนติเมตรแล้ว จากสองใบในก่อนหน้านี้ ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาเป็นสิบใบแล้ว อีกทั้งแผ่กิ่งก้านออกมาสามสาขา
ก็ในเวลานี้ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทันใดนั้นก็หยุดลงแล้ว เมฆดำบนท้องฟ้ายุบตัวสู่ใจกลางอย่างต่อเนื่อง เวลาไม่ถึงครึ่งนาที ก็ได้หายไปมองไม่เห็นแล้ว
จันทราส่องสว่างกับดวงดาวเต็มท้องฟ้าที่ด้านบนของสระสวรรค์ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งน่าสงสัยคือ ดินเหลืองผืนนั้นเมื่อสักครู่อยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมา ทั้งๆที่กลายเป็นโคลนตมไปแล้ว แต่วินาทีนี้ น้ำฝนทั้งหมดราวกับว่าเหือดหายไปแล้ว
ทว่าน้ำที่อยู่บนร่างกายเย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์ กระนั้นแวบเดียวก็ไร้ร่องรอยแล้ว เสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายของทั้งสองคนเย็นสบายอย่างมาก ไม่มีร่องรอยของการเปียกจากน้ำฝนสักนิด
ทั้งหมด ก็กลับสู่สภาพที่เย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์พึ่งจะมาถึงที่นี่ในตอนนั้น
สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิม ก็คือใจกลางของดินเหลืองอันว่างเปล่าผืนนั้น มีต้นกล้าอ่อนๆต้นหนึ่งเติบโตขึ้นมาแล้ว ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของชาออกมา……