ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน - บทที่ 5839 อันตรายมากมายรออยู่ข้างหน้า(1)
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน นิยาย บท 5839
คำพูดของแม่ชี ให้เย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์ตกใจ
ทั้งสองคนคิดไม่ถึงเช่นกันว่า พวกเขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนต่อหน้าอู๋เฟยเยี่ยน แต่กลับถูกคนจับตามอง ต่อหน้าอารามแม่ชีแห่งหนึ่งของภูเขาแสนลี้
ดังนั้น เย่เฉินไม่รอให้หลินหว่านเอ๋อร์พูดจา ก็ถามใบแม่ชีคนนั้นด้วยใบหน้าที่ระมัดระวัง: “ท่านเป็นใคร? ปลอมตัวเป็นแม่ชี แสร้งทำท่าซักเสื้อผ้าอยู่ที่นี่ ก็เพื่อรอพวกเราปรากฏตัว?!”
แม่ชีสองมือพนม หันไปโค้งคำนับให้แก่เย่เฉินเล็กน้อย เอ่ยปากกล่าว: “โยม แม่ชีไม่ได้ปลอมตัว แม่ชีเป็นภิกษุณีอยู่ในอารามชิงจ้าว ออกบวชปฏิบัติธรรมอยู่ที่อารามชิงจ้าว เพียงแต่เจ้าอาวาสรู้ว่าวันนี้ท่านทั้งสองจะผ่านมาที่นี่ ดังนั้นจึงให้แม่ชีมารอที่นี่เป็นการเฉพาะ”
พูดจบ เธอก็มองไปทางหลินหว่านเอ๋อร์ กล่าวอย่างจริงจัง: “โยม เจ้าอาวาสของเรากล่าวว่าท่านมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับพุทธศาสนา อยากจะเชิญท่านไปสนทนาสบายๆที่อารามสักครู่ ไม่รบกวนเวลาท่านนานเกินไป”
หลินหว่านเอ๋อร์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยักหน้าเบาๆ กล่าว: “ได้เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านอาจารย์เล็กนำทางด้วยเจ้าค่ะ”
เย่เฉินรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความแปลกประหลาด ไม่ค่อยน่าเชื่อถืออยู่บ้าง ดังนั้นจึงกล่าว: “ถ้าอย่างนั้นผมไปด้วย”
แม่ชีคนนั้นชี้ไปยังถนนขึ้นภูเขาที่อยู่ด้านหลังเส้นนั้น เอ่ยปากกล่าว: “โยมท่านนี้ จากที่นี่ไปจนถึงยอดเขา ล้วนเป็นเขตของอารามชิงจ้าว อารามชิงจ้าว เป็นสถานที่ปฏิบัติหลักธรรมพุทธศาสนาของสามเณรีกับภิกษุณี ห้ามให้เพศชายคนใดเข้าไป ขอให้โยมได้โปรดเข้าใจ”
เย่เฉินกล่าวเสียงเย็นชา: “น่าตลก ท่านไม่ให้ผมเข้าไป ผมจะรับประกันความปลอดภัยของเพื่อนผมได้ยังไงครับ?”
แม่ชีกล่าวอย่างนอบน้อม: “ผู้ออกบวชมีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น ย่อมไม่มีทางกระทำใดๆที่เป็นการทำร้ายผู้อื่น ขอให้โยมได้โปรดวางใจ”
เย่เฉินกำลังจะปฏิเสธ หลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างลากแขนของเขาไว้ กล่าวเสียงเบา: “ที่รักคุณรอฉันอยู่ที่นี่สักครู่ ฉันไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ”
เย่เฉินโน้มน้าวเธอ: “อย่าวู่วามแบบนี้ ระวังโดนหลอก!”
หลินหว่านเอ๋อร์ยิ้มเล็กน้อย กล่าวเสียงอ่อนโยน: “ไม่เป็นไร มีคุณอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก คุณก็รอฉันด้วยความวางใจอยู่ตรงนี้เถอะ”
หลินหว่านเอ๋อร์ในเวลานี้ก็ไม่รู้เช่นกัน เจ้าอาวาสรอพบกับตนเองอยู่ที่อารามแม่ชี แท้ที่จริงแล้วมีเจตนาอะไรกันแน่
แต่ว่า ลางสังหรณ์บอกเธอว่า ที่นี่ไม่ได้มีอันตรายอะไร
เธอชัดเจนมากว่า บนโลกใบนี้ คนที่อยากจับตน มีเพียงแค่อู๋เฟยเยี่ยนกับองค์กรพั่วชิงเท่านั้น แต่ครั้งนี้ตนมาที่เตียนหนานพร้อมกันกับเย่เฉิน อู๋เฟยเยี่ยนกลับไม่ได้สังเกตเห็นอะไรใดๆ เช่นนี้สามารถคาดเดาได้ว่า คนที่รอพบตนในอารามชิงจ้าว จะต้องไม่ใช่คนของอู๋เฟยเยี่ยนแน่นอน
ในเมื่อไม่ใช่คนของอู๋เฟยเยี่ยน ถ้าอย่างนั้นความน่าจะเป็นที่อีกฝ่ายจะเป็นมีเจตนาร้ายนั้นก็น้อยมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฉินก็รอตนอยู่ที่ด้านล่างภูเขา ถ้าหากอีกฝ่ายรู้เส้นสนกลในของตนเองกับเย่เฉิน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลงมือทำอะไรตนต่อหน้าต่อตาเย่เฉิน
แต่เรื่องที่ทำให้เธอสนใจก็คือ เธอแทบจะรอไม่ไหวที่อยากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่าย ในเมื่ออีกฝ่านรู้จักตน จะต้องมีความเข้าใจต่อสถานการณ์ของตนในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสามารถคำนวณการเดินทางของตนกับเย่เฉินได้อย่างแม่นยำ จุดนี้ยิ่งทำให้น่าประหลาดใจ
อย่างไรก็ตาม เธอกับเย่เฉินเพิ่งจะตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้เมื่อหนึ่งถึงสองชั่วโมงก่อน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็ไม่มีทางทราบล่วงหน้าอย่างแน่นอน มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ก็คืออีกฝ่ายคำนวณทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็คอยเฝ้ารออยู่ที่นี่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหว่านเอ๋อร์ก็ยิ่งอยากรู้จนแทบจะอดทนไม่ไหว คนที่วางแผนการอยู่เบื้องหลัง แท้ที่จริงแล้วมีเจตนาอะไรกันแน่
เย่เฉินเห็นว่าหลินหว่านเอ๋อร์ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ก็เดาออกว่าเธอจะต้องอยากจะขึ้นไปค้นหาคำตอบเช่นกัน
ถ้าหากตนเองพยายามจะติดตามเธอไป ไม่แน่ว่าเจ้าอาวาสของอีกฝ่ายจะยอมแพ้ในการปรากฏตัว ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ไม่สามารถสืบหาเหตุผลแท้จริงที่อยู่ในนั้นได้