ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน - บทที่ 5840 อันตรายมากมายรออยู่ข้างหน้า(2)
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน นิยาย บท 5840
ภายใต้ความจำใจ เย่เฉินทำได้แค่เพียงพยักหน้า กล่าวกับหลินหว่านเอ๋อร์: “ผมจะมองดูพวกขึ้นไปข้างบนจากตรงนี้ จะเริ่มจับเวลาตั้งแต่วินาทีที่คุณหายไปจากสายตาของผม ผมรอคุณยี่สิบนาที ถ้าหากยี่สิบนาทีแล้วคุณยังไม่ออกมา ผมก็จะขึ้นไปหาคุณ!”
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นว่าเย่เฉินปล่อยวาง จึงรีบพยักหน้ากล่าว: “ค่ะ! แค่ยี่สิบนาที!”
แม่ชีน้อยคนนั้นเห็นดังนี้ จึงพนมมือโค้งตัวทำความเคารพเย่เฉินอีกครั้ง กล่าวอย่างนอบน้อม: “โยมโปรดรอสักครู่”
พูดจบ ก็กล่าวกับหลินหว่านเอ๋อร์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม: “โยมโปรดเดินตามแม่ชีมาเถอะ”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า ยิ้มให้เย่เฉินทีหนึ่งเพื่อให้เขาสบายใจ เข้าไปใกล้กล่าวกำชับเสียงเบาข้างหูเขา: “รบกวนคุณชายรอที่นี่สักครู่ ข้าน้อยไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย มองตามเธอกับแม่ชีน้อยขึ้นเขาไปพร้อมกัน
เย่เฉินมองตามทั้งสองคนที่ยิ่งเดินไกลออกไปเรื่อยๆ จ้องมองทั้งสองคนเดินขึ้นไปบนยอดเขาทีละก้าวๆ จ้องมองแม่ชีน้อคนนั้นเปิดประตูใหญ่ของอารามแม่ชีให้หลินหว่านเอ๋อร์อย่างนอบน้อม แล้วก็จ้องมองหลินหว่านเอ๋อร์ที่หันหลังกลับมาโบกมือให้แก่ตนที่อยู่ไกลๆจากนั้นก็สาวเท้าเดินเข้าไปข้างใน
เย่เฉินในเวลานี้ ภายในใจมีความเป็นกังวลอยู่ไม่มากก็น้อย
เขาคิดว่า ต่อให้อีกฝ่ายไม่ใช่คนชั่วอะไร อีกฝ่ายทำนายตนกับหลินหว่านเอ๋อร์ได้แม่นยำแบบนี้ ก็ทำให้เขาแผ่นหลังเย็นวาบ นับตั้งแต่ที่ได้รับตำราเก้าเสวียนเทียน เขายังไม่เคยมีความรู้สึกกังวลใจและไม่สบายใจแบบนี้มาก่อน
และในเวลานี้ หลินหว่านเอ๋อร์ได้สาวเท้าก้าวเข้าประตูใหญ่ของอารามชิงจ้าว แล้ว
อารามชิงจ้าว ไม่ถือว่าเป็นวัดใหญ่โตอะไร พื้นที่ไม่ใหญ่มาก ภิกษุณีที่ปฏิบัติธรรมก็ไม่นับว่ามากมาย รวมสามเณรีที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี ทั้งหมดก็แค่สิบกว่าคนเท่านั้น
อีกทั้ง คนของอารามชิงจ้าว ก็ไม่ได้มากนัก ตลอดทางที่หลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้ามา ไม่เห็นมีผู้ที่มาจุดธูปสักการะพระพุทธเจ้าเลยแม้แต่คนเดียว
เธอกับแม่ชีน้อยเดินทะลุเข้ามาถึงลานด้านหน้า ตอนที่ภิกษุณีทั้งหมดเห็นเธอ ต่างก็โค้งตัวทำความเคารพเธอ นี่ทำให้ในใจของเธอหลินหว่านเอ๋อร์ยิ่งอดที่จะสงสัยมากกว่าเดิมไม่ได้
แม่ชีน้อยพาเธอเดินทะลุจากลานด้านหน้า จนมาถึง วิหารหลักที่ด้านหลัง
วิหารหลักไม่นับว่าใหญ่โตโอ่อ่า แต่สามารถเห็นได้ว่าทุกที่ถูกดูแลรักษาค่อนข้างละเอียด ถึงแม้ว่าพระพุทธรูปจะเก่าแก่ แต่สีสันสดใสงดงาม ไม่มีฝุ่นเกาะ จะเห็นได้ว่ามีการซ่อมแซมและทำความสะอาดเป็นประจำ
ภายในวิหารหลัก แม่ชีเฒ่าผมสีดอกเลาท่านหนึ่ง กำลังยืนอยู่ด้านหน้าพระพุทธรูป เติมน้ำมันลงในตะเกียงที่จุดอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปอย่างระมัดระวัง
แม่ชีเฒ่ามองดูไปอายุน่าจะประมาณเจ็ดถึงแปดสิบปีแล้ว ถึงแม้จะอายุมากแล้ว แต่ร่างกายกลับค่อนข้างแข็งแรง ยกกาน้ำมันที่มีน้ำหนักหลายชั่งได้ น้ำมันตะเกียงที่เทออกมาไม่ไหวติงเลยสักนิด เห็นได้ว่ามือนั้นค่อนข้างนิ่งเป็นพิเศษ
แม่ชีน้อยพาหลินหว่านเอ๋อร์เดินเข้ามา กล่าวอย่างนอบน้อม: “อาจารย์ ศิษย์เชิญโยมท่านนั้นมาแล้ว”
แม่ชีเฒ่ากลับหลังหันมา จ้องมองหลินหว่านเอ๋อร์ สองมือพนม กล่าวอย่างค่อนข้างนอบน้อม: “แม่ชีบุ่มบ่ามรบกวนโยม ขอให้ขอโปรดอย่าได้ถือสา”
หลินหว่านเอ๋อร์ก็พนมมือทั้งสองข้างทำความเคารพกลับ กล่าวน้ำเสียงแจ่มใส: “ซือไท่ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเช่นนี้ เพียงแค่ดิฉันกับแฟนหนุ่มเดินเขาด้วยกัน ตอนนี้เขายังรออยู่ที่เชิงเขา ดังนั้นขอให้ซือไท่พูดมาตรงๆเจ้าค่ะ”
แม่ชีเฒ่าโบกมือให้แก่แม่ชีน้อย แม่ชีน้อยรีบหันหลังกลับถอยออกไป ในเวลาเดียวกันยังปิดประตูวิหารหลักให้อีกด้วย
หลังจากที่รอเธอออกไป แม่ชีเฒ่าถึงได้ถอนหายใจออกมาทันที กล่าว: “มีอันตราย และอุปสรรคมากมายรออยู่ข้างหน้า……แม่ชีบังอาจขอร้องคุณหลินให้ช่วยเกลี้ยกล่อมคุณเย่ อย่าได้ให้เขามุ่งไปข้างหน้าอีกเลย!”
การถูกอีกฝ่ายเรียกขานชื่อ ในใจของหลินหว่านเอ๋อร์ตกตะลึงไป จ้องมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าสงบ เอ่ยปากกล่าวอย่างเรียบๆ: “ซือไท่ คุณเย่มีความหมกมุ่นกับหนทางข้างหน้า ฉันเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่อ่อนแอไร้กำลังคนหนึ่ง จะไปเกลี้ยกล่อมเขาได้อย่างไร?”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์จ้องมองแม่ชีเฒ่า เปลี่ยนหัวข้อสนทนา กล่าวอย่างจริงจัง: “นอกเสียจากว่าซือไท่จะบอกดิฉันได้ว่า หนทางข้างหน้ามีอันตรายอะไรรออยู่กันแน่?”