ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1082 หมู่ขุนเขาตอบขานกึกก้อง มิเคยลืมเลือน
บทที่ 1082 หมู่ขุนเขาตอบขานกึกก้อง มิเคยลืมเลือน
………………..
นางเดิมเป็นคนธรรมดา ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฝึกบำเพ็ญเลย
แต่กลับใช้สติปัญญาพรสวรรค์ของตนเอง เติมเต็มห่วงสุดท้ายดวงตะวันแห่งแสงอรุณให้สมบูรณ์เพื่อเผ่ามนุษย์ ทำให้นับจากนั้นเผ่ามนุษย์จึงมีสมบัติล้ำค่าประจำเผ่าของตนเองอย่างแท้จริง
นี่คือผู้ทรงปัญญายิ่งใหญ่
แต่กลับถูกประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์ปิดบังอำพราง ผู้ที่รู้มีเพียงน้อยนิด ประกายแสงรัศมีเจิดจรัสทุกอย่างล้วนไปอยู่กับผู้เป็นสามีของนาง
นางผู้ทรงศักดิ์เป็นถึงจักรพรรดินี มีโอรสถึงสองพระองค์ เดิมในใจมีเพียงพระสวามี แบ่งเบาความกังวลของพระสวามี คิดคำนึงถึงพระสวามี เพื่อโอรสและเพื่อพระสวามีนางยินยอมสละทุกสิ่ง จิตใจภักดีมั่นคงไม่เคยเป็นอื่น
แต่สุดท้ายกลับพบจุดจบที่ต้องพลัดพรากจากหน่อเนื้อเชื้อไข ตัวเองจะถูกพระสวามีสังหารอย่างโหดเหี้ยม
ทุกอย่างเพียงเพราะพระสวามีของตัวเองเพื่อที่จะสำเร็จเทพ จะละทิ้งซึ่งความรู้สึก
นางไม่รู้ว่าตัวเองผิดที่ตรงไหน และไม่เข้าใจว่าทำไมเส้นทางของตัวเองจึงเป็นเช่นนี้
ดังนั้นความโศกเศร้าหมองหม่นอยู่เคียงข้างนางในครึ่งชีวิตแรก ความหมดหวังไร้หนทางสลักไปในวิญญาณของนาง
นางเคยคุกเข่าใต้ผืนฟ้า อ้อนวอนต่อแดนศักดิ์สิทธิ์
แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ขานตอบ
นางเคยคุกเข่าคารวะต่อหน้าขุนนางชั้นสูงทั้งหลาย ขอให้ช่วยในโชคชะตาวาสนา
แต่ขุนนางชั้นสูงทั้งหลายกลับเงียบนิ่ง
นางเคยร้องไห้ เคยโกรธแค้น เคยโศกเศร้า เคยเงียบนิ่ง
จวบจนกระทั่ง ในช่วงเวลาที่นางสิ้นหวังที่สุดในชีวิต ยามพลบค่ำในวันนั้น ในวังหลวง ในยามที่นางมองรูปสลักมหาจักรพรรดิครองกระบี่อย่างอ่อนแรงก่อนตาย ก็ได้หลั่งน้ำตาหยดสุดท้ายออกมา
น้ำตาหยดนั้นไหลมาตามแก้มของนาง ในพริบตาที่หยดลงบนพื้น นางได้ยินเสียงหยดน้ำแตกกระจาย ได้ยินเสียงถอนหายใจที่สะท้อนก้องในโชคชะตา
“เผ่ามนุษย์ไม่ควรทำเช่นนี้…เด็กเอ๋ย เผ่ามนุษย์ผิดต่อเจ้าแล้ว…”
จากนั้น นางก็ได้เห็นเงาร่างแก่ชราที่ชีวิตนี้ยากที่จะลืมร่างหนึ่ง เดินผ่านร่างของนางมา
แล้วฟาดกระบี่ลงมากระบี่หนึ่งไปยังต้นกำเนิดความโศกเศร้าหมองหม่นของนางที่อยู่ข้างหลัง
กระบี่นี้ทำลายโชคชะตา เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
“มหาจักรพรรดิดุจบิดา”
จักรพรรดินีพึมพำ
ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตนาง เป็นมหาจักรพรรดิครองกระบี่ที่ช่วยนางออกมา
ในยามที่ชีวิตของนางทุกข์ระทมที่สุด เป็นมหาจักรพรรดิครองกระบี่ที่ให้ความหวังแก่นาง
ในยามที่นางสับสนในความหมายของชีวิต ก็เป็นมหาจักรพรรดิครองกระบี่ที่มอบพลังบำเพ็ญให้กับนาง
และมอบเผ่ามนุษย์ให้กับนาง
ดังนั้น นางแปลงเป็นเสวียนจั้น นำพาเผ่ามนุษย์ให้ผงาดขึ้น ยิ่งอยู่ภายใต้การปกป้องสุดท้ายจากมหาจักรพรรดิ ถอดหน้ากาก สำเร็จเป็นเทพเจ้า เป็นจักรพรรดินีเพียงคนเดียวที่ไม่เคยมีมาก่อนของเผ่ามนุษย์
“แต่ปกป้องเผ่ามนุษย์เดิมไม่ใช่ความปรารถนาของข้า นี่เป็นความปรารถนาชั่วชีวิตของท่านมหาจักรพรรดิ ดังนั้นเรื่องนี้ ก็กลายเป็นความปรารถนาของข้า”
จักรพรรดินีมองรูปสลัก ในใจพึมพำ ความคิดถึงในดวงตายิ่งเข้มข้น ฉายความยืนหยัดแน่วแน่ออกมา
นางจะฟื้นคืนชีพมหาจักรพรรดิที่ประดุจบิดาคนนั้น!
ตอนนั้นเป็นท่านที่ช่วยข้าออกมาจากความสิ้นหวัง
วันนี้ข้าจะช่วยท่านให้กลับมาจากความตาย
ในดวงตาจักรพรรดินีฉายประกายแสงแรงกล้าออกมา ท่ามกลางการสั่นสะท้านของมหาจักรพรรดิปีกมาร ในเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นของดาวจักรพรรดิโบราณ ภายใต้สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของเอ้อร์หนิว ท่ามกลางความตื่นเต้นของสวี่ชิง…
นางก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ยืนอยู่กลางฟ้าดิน
“ข้าในฐานะจักรพรรดิมนุษย์!”
“ขอรวบรวมชะตาเผ่ามนุษย์แห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไว้ที่ตัวข้า ในวันนี้ ณ ที่นี่…”
สายตาของจักรพรรดินีคล้ายว่าสามารถมองทะลุโลกใบนี้ จับจ้องไปทางแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มองไปทางเผ่ามนุษย์
“ขออัญเชิญความทรงจำต่อมหาจักรพรรดิครองกระบี่ในดวงใจไพร่ฟ้าประชาชนเผ่ามนุษย์ทั้งหลายมาเป็นจิตมนุุษย์แห่งมหาจักรพรรดิ!”
คำพูดของนางเพียงดังออกมาก็ราวอัสนีสวรรค์ปะทุ ฟาดผ่ามายังแผ่นดินเผ่ามนุษย์ สะท้อนก้องไปในสมองของเผ่ามนุษย์ทุกคน
ให้ความทรงจำของชาวเผ่ามนุษย์ทุกคนในดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิตลอดจนในแผ่นดินใหญ่ทั่วทุกแว่นแคว้นพลุ่งพล่านขึ้นมา ท่ามกลางกระแสคลื่นอารมณ์อันรุนแรง ความทรงจำที่เกี่ยวกับมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ล้วนผุดขึ้นมา
ขอเพียงมีคนจำได้ เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะกลับคืนมา
และความทรงจำเกี่ยวกับมหาจักรพรรดิครองกระบี่ ใครเล่าจะลืมได้ลง…
เป็นเขา ที่หลังจากจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไปก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป ปกป้องคุ้มครองเผ่ามนุษย์ ทำให้เผ่ามนุษย์ไม่ถูกต่างเผ่ากลืนกิน
เป็นเขา ในสงครามปกป้องเผ่ามนุษย์นับครั้งไม่ถ้วน ในสถานการณ์ที่ร่างจริงรบตาย มีเพียงร่างแยกที่ยืนตระหง่าน ก็ยังคงสังหารเทพเจ้าเพื่อเผ่ามนุษย์ รักษาซึ่งความสงบสุข
สงครามเป็นตายนับครั้งไม่ถ้วนสั่นสะท้านทั่วทั้งแปดทิศ
ต่อให้เป็นในช่วงบั้นปลายชีวิตก็ยังคงเก็บพลังกระบี่สุดท้ายไว้ ทำให้ต่างเผ่าล้วนหวาดกลัวจับจิต
พูดได้ว่า หากไม่มีเขา เผ่ามนุษย์สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปนานแล้ว
ชีวิตเขาทั้งชีวิตเคียงข้างด้วยฝนเลือด และประวัติศาสตร์เผ่ามนุษย์หลังจากที่เสวียนโยวจากไป
มหาจักรพรรดิเช่นนี้ไม่มีใครลืมได้!
และตอนนี้ ความทรงจำที่เกี่ยวกับเขากลายเป็นจุดแสงประกายระยิบระยับมากมาย ลอยออกมาจากในสมองของเผ่ามนุษย์ทุกคน ลอยขึ้นฟ้า จากทั่วทุกสารทิศ พุ่งตรงไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร รวมไปยังผลเต๋าผลนั้น
สุดท้าย หลังจากความทรงจำของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ในสมองสวี่ชิงกลายเป็นจุดแสงลอยออกไป จุดแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วน กลายเป็นวิญญาณมนุษย์ของมหาจักรพรรดิกลุ่มหนึ่ง ผสานไปในรูปสลัก
“มหาจักรพรรดิชีวิตนี้ปกป้องเผ่ามนุษย์ ปกป้องดินแดน วันนี้ขออัญเชิญจิตแห่งขุนเขา สายธาร ดินแดนทั่วทุกแห่งหนของเผ่ามนุษย์มาเป็นจิตดินของมหาจักรพรรดิ!”
เสียงของจักรพรรดินีราวอาญาประกาศิต ดังเลื่อนลั่นไปในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ กึกก้องกัมปนาทไปในดินแดนเผ่ามนุษย์ทั้งหมด ดังนั้นขุนเขาล้วนสั่นสะเทือน แม่น้ำสั่นไหม ธุลีทุกเม็ด สิ่งก่อสร้างทุกอย่างล้วนส่งเสียงเลื่อนลั่น
ฟ้ามีจิต ดินย่อมมีจิตเช่นกัน
จิตนี้ตอนนี้ถูกปลุกขึ้นมา แปรเปลี่ยนเป็นจุดแสงระยิบระยับลอยขึ้นฟ้า กลายเป็นทิวทิศน์อันน่าอัศจรรย์แห่งแดนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ท่ามกลางความหวาดกลัวของผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนในแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร ภายใต้ความตื่นเต้นของผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ ก็ผสานไปในผลเต๋า ผสานไปในรูปสลักของมหาจักรพรรดิ
“จิตมีสามดวง มนุษย์ ดิน ฟ้า ขออัญเชิญพลังชะตาเผ่ามนุษย์ นับจากตงเซิ่งมา ผ่านความรุ่งโรจน์และตกต่ำมาอย่างเนิ่นนาน ตลอดจนยามที่ข้าขึ้นครองราชย์ขึ้นสู่จุดสูงสุด แปรเปลี่ยนเป็นจิตฟ้าของมหาจักรพรรดิ!”
คำพูดนี้เพียงดังออกไป ฟ้าดินเผ่ามนุษย์แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ พลังชะตาเผ่ามนุษย์พุ่งทะยานสู่ผืนเมฆ เมินซึ่งการขัดขวางจากผู้บำเพ็ญทั้งหลายของเผ่าปีกมาร เมินซึ่งการขัดขวางอุปสรรคทุกอย่าง มาพร้อมด้วยความเด็ดเดี่ยว ความทรงอำนาจ ความหนักแน่นของตัวเอง…
พุ่งไปยังผลเต๋า พุ่งไปในรูปสลักมหาจักรพรรดิครองกระบี่
รูปสลักสั่นสะเทือน
ตอนนี้ความทรงจำของเผ่าพันธุ์เป็นวิญญาณมนุษย์ ดินแดน ขุนเขา สายธารเป็นวิญญาณดิน พลังชะตานับหมื่นล้านปีเป็นวิญญาณฟ้า
สามจิต ครบ!
การฟื้นคืนชีพครั้งนี้เป็นเรื่องของมหาจักรพรรดินี และเป็นเรื่องของเผ่ามนุษย์ทั้งเผ่าด้วยเช่นกัน!
นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของจักรพรรดิมนุษย์ด้วย!
“จิตมีสาม วิญญาณมีเจ็ด!”
จักรพรรดินีพลันหันไปมองยังดาวจักรพรรดิโบราณ จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นทั้งห้าขัดสมาธินั่งสมาธิ ทันทีที่มองไป ทั้งห้าท่านนี้ก็ลืมตาพร้อมกัน จ้องมองจักรพรรดินี
“ผู้คนทั่วไปยากจะสำเร็จวิญญาณจักรพรรดิ มหาจักรพรรดิชั่วชีวิตล้วนทำเพื่อเผ่ามนุษย์ เช่นนั้นความทรงจำของเราผ่ามนุษย์ ขุนเขาสายธาร พลังชะตาสร้างสามจิต จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นสร้างวิญญาณ!”
“หนึ่งวิญญาณพุ่งทะยานสู่ฟ้า ใช้อดีตของข้าเป็นวิญญาณที่หนึ่ง!”
จักรพรรดินีพลันเอ่ยปาก มือขวายกขึ้นฟันกระบี่หนึ่งมาที่ตัวเองอย่างรุนแรง
จากการฟันลงมากระบี่นี้ ร่างของนางเป็นภาพเงามายาไปเล็กน้อย ตัดอดีตไปเป็นวิญญาณที่หนึ่ง ผสานไปในรูปสลักมหาจักรพรรดิ
“วิญญาณที่สองคือความฉลาดเฉียบแหลม!”
บนดาวจักรพรรดิโบราณ จักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋นร่างทะยานขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นประกายแสงเย็นเยือก ผสานไปในรูปสลักมหาจักรพรรดิ
“วิญญาณที่สามเป็นปราณ มหาจักรพรรดิเต้าซื่อ!”
เต้าซื่อลุกขึ้น เพียงก้าวออกไป ก็เดินเข้าไปในรูปสลัก
“วิญญาณที่สี่คือพละพลัง จักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง!”
พลังอำนาจเทพบนร่างของตงเซิ่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณไป
“วิญญาณที่ห้าเป็นแกนกลาง ใช้อนาคตของข้าหลอมขึ้นมา!”
จักรพรรดินียิ่งเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น หลังจากที่ฟันอดีตแล้วก็ฟันอนาคตออกมา ใช้อนาคตอันเป็นอนันต์ของตัวเองมาเป็นวิญญาณแกนกลางของมหาจักรพรรดิ!
“วิญญาณที่หกเป็นสารกาย จักรพรรดิมนุษย์เซิ่งเทียน!”
เซิ่งเทียนหลับตา แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีขาว เป็นต้นกำเกินวิญญาณให้กับมหาจักรพรรดิ
“วิญญาณที่เจ็ดเป็นความองอาจกล้าหาญ จักรพรรดิมนุษย์เสวียนจั้น!”
เสวียนจั้นเงยหน้า ในส่วนลึกของดวงตามีความรู้สึกละอายติดค้างกลุ่มหนึ่ง ค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ ยินยอมเป็นวิญญาณที่เจ็ด
ตอนนี้สามจิตครบ เจ็ดวิญญาณสมบูรณ์
รูปสลักมหาจักรพรรดิส่งเสียงคำรามลั่น โลกใบนี้ส่งเสียงเลื่อนลั่น แดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารสะท้านสะเทือน
ส่วนมหาจักรรพรรดิปีกมารที่อยู่ที่ไกลเห็นทุกอย่างนี้ ในใจก็เดาขั้นต่อไปได้ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป สีหน้าโศกเศร้า แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะถอยไป เลือกที่จะออกไปจากผลเต๋าใบนี้
ข้างนอก เขาถอนหายใจยาว รู้ว่าไม่อาจพลิกสถานการณ์กลับมาได้แล้ว ทำได้เพียงใช้ความเร็วที่เร็วที่สุด หอบม้วนเอาผู้สืบสายเลือดสายตรงจำนวนหนึ่งไปจากแดนศักดิ์สิทธิ์
ในเสี้ยวขณะที่เขาถอยออกไป จักรพรรดินีที่ยืนอยู่ในฟ้าดินผลเต๋า สีหน้าของนางฉายความเย็นชาออกมา สายตาเย็นเยียบมองไปทางแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร มือขวายกขึ้น
“ข้าไม่ยอมให้ล้มเหลว และผลเต๋าผลนี้แห้งเหี่ยวแล้ว ดังนั้น…”
“ขอใช้สรรพชีวิตทั้งหลายของแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร เซ่นสังเวย!”
“เป็นสารอาหารให้กับผลเต๋าหมื่นอัศจรรย์กำเนิดชีวิตผลนี้!”
วาจาของจักรพรรดินีดุจเสียงสวรรค์ ดังสะท้านก้องในโลกผลเต๋า ทะลุออกไป แดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารทั้งดินแดนระเบิดปะทุ
สิ่งที่ปะทุขึ้นมาด้วยยังมีภูเขาเจ้าเหนือหัวที่สิบที่จักรพรรดินีเคยอยู่
ภูเขาลูกนี้สลายการอำพรางซ่อนเร้นทุกอย่าง กลายเป็นภูเขาเทพลูกหนึ่ง แล้วพลันโคจรวิชาเทพที่จักรพรรดินีหล่อเลี้ยงเอาไว้ที่นี่นานแล้วขึ้นมา!
วิชาเทพนี้ ละทิ้งนิยามของราตรีไปจนหมดสิ้น ทำให้แสงสว่างกลายเป็นทุกสิ่ง
ประดุจแสงอรุณทางหนึ่ง สาดส่องไปในแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร
ทุกที่ที่ประกายแสงสาดส่อง บิดเบี้ยว รางเลือน ครวญคราง กลายเป็นทุกอย่างในเสี้ยวพริบตา
แปรเปลี่ยนที่นี่กลายเป็นดุจดินแดนเทวะ
ภายใต้สถานการณ์ที่มหาจักรพรรดิปีกมารเลือกที่จะจากไป สรรพชีวิตทั้งหลายของแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารเผชิญหน้ากับเคราะห์ภัยนี้ ไม่อาจขัดขวางต้านทานได้เลย
ต่อหน้าผู้บำเพ็ญระดับบันไดเทวะขั้นสุดยอด ผู้บำเพ็ญระดับต่ำกว่ามหาจักรรรดิลงมาล้วนประดุจมดปลวก
ในเสี้ยวขณะนี้ แสงส่งประกายพร่างพรายในแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารประดุจการระเบิดของดาวดวงใหม่ ดึงดูดสายตาของสรรพชีวิตทั้งหลายในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ขณะเดียวกัน พลังระดับบันไดเทวะสุดยอดของจักรพรรดินีก็ปะทุพวยพุ่งขึ้นทุกด้านอย่างไม่ออมพลังแม้แต่น้อยในเสี้ยวขณะนี้ โหมทะลักเข้าไปในผลเต๋าที่อยู่ แทนที่เส้นลมปราณของนาง แทนการโคจรของนาง กลายเป็นพลังดูดสูงสุดกลุ่มหนึ่ง แล้วพลันแผ่ขยาย ปกคลุมไปทั่วทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร
ดูดซับสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ดูดซับวิญญาณทุกดวง ดูดซับเลือดเนื้อทั้งหมด
ผู้บำเพ็ญเผ่าปีกมารนับไม่ถ้วนที่ถูกมหาจักรพรรดิปีกมารทอดทิ้ง ภายใต้แสงแห่งบันไดเทวะนี้ ภายใต้การดูดจากผลเต๋า ก็กายและจิตดับสลายไปในพริบตา กลายเป็นเศษเนื้อเละๆ เขละๆ มากมาย ถูกแรงดูดที่แผ่ออกมาจากผลเต๋าชักนำ ผสานเข้าไปข้างใน
จากเลือดเนื้อมากขึ้นเรื่อยๆ หลอมรวม จากเคราะห์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารที่ดำเนินต่อไป ผลเต๋าผลนั้นก็เปลี่ยนแปลงจากสภาวะที่แห้งเหี่ยว ค่อยๆ มีประกาย ค่อยๆ อวบอิ่ม
วิธีเช่นนี้เห็นได้ชัดถึงความเด็ดขาดโหดเหี้ยมของจักรพรรดินี!
และจักพรรดินีก็ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น ยกมือชี้ไป เชื่อมโยงผลเต๋าใบนี้กับรูปสลักมหาจักรพรรดิเข้าด้วยกัน
ปากส่งเสียงพึมพำออกมา
“หมื่นอัศจรรย์กำเนิดชีวิต!”
เสียงเพียงดังออกมา ผลเต๋าที่ดูดซับเลือดเนื้อนับไม่ถ้วนจนอวบอิ่มก็พลันสั่นสะเทือน ตราประทับอักขระนับไม่ถ้วนลอยขึ้น วนล้อมโคจรซึ่งกันและกัน ประดุจเปิดประตูแห่งวัฏสงสาร เปิดเส้นทางแห่งความตาย
ฟ้าดินเปลี่ยนสี
ท้องฟ้าคำรามเลื่อนลั่น
จากนั้นผลเต๋าลูกนี้ก็แห้งเหี่ยวอีกครั้งอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า สารอาหารในนั้น ซัดโหมไปยังรูปสลักมหาจักรพรรดิทั้งหมดในเสี้ยวขณะนี้
ในรูปสลักตอนนี้มีสามจิตเจ็ดวิญญาณแล้ว ชีวิตคล้ายกำลังหล่อเลี้ยงขึ้น และสารอาหารป้อนเข้ามาก็ทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์
เห็นเพียงกายดินของรูปสลักสาดแสงพร่างพรายระยิบระยับ ค่อยๆ กลายเป็นกายเลือดเนื้อขึ้นมา
ขณะเดียวกันกลิ่นอายการฟื้นตื่นก็ปะทุข้างใน และกลิ่นอายที่ทำให้คนคุ้นเคยดีของมหาจักรพรรดิครองกระบี่…ก็ปรากฏขึ้นแล้ว
กลิ่นอายนี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ !
ทะลวงโลกผลเต๋า ทะลวงแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร สะท้านสะเทือนทุกสิ่งในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนให้จับจ้องมา
จักรพรรดินีตื่นเต้น สวี่ชิงก็ตื่นเต้นเช่นกัน
ทว่า…ในพริบตาที่สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมา รูปสลักนั่นก็พลันสั่นสะเทือน กลิ่นอายที่พุ่งทะยานจนถึงขั้นสุดยอดเกิดอาการไม่เสถียร เริ่มพังทลาย!
“ไม่!!”
จักรพรรดินีดวงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที