ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1172 หนังสือสมรสสิบหกอักษร!
บทที่ 1172 หนังสือสมรสสิบหกอักษร!
วันนั้นจิ่วอั้นรับสินสอดอื่นไว้ แต่กลับส่งแผ่นหยกว่างเปล่าที่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของสมบัติทั่ววังเซียนให้สวี่ชิง
ถึงอย่างไรก็แต่งลูกสาวออกไป ทั้งด้วยนิสัยเขายิ่งไม่มีทางโลภอยากได้ของสหายสนิท
ดังนั้นแผ่นหยกว่างเปล่านี้จึงเป็นไพ่ตายของสวี่ชิง
เดิมที… สำหรับสวี่ชิงแล้ว แผ่นหยกครองสิทธิ์เป็นเจ้าของสมบัติวังเซียน ความจริงจะใช้หรือไม่ล้วนได้ทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้เขาเลือกประมือกับอริยะเซียนที่สี่ตรงเตากระบี่ ใช่ว่าเป้าหมายแรกคือทำให้กระบี่สองเล่มสวามิภักดิ์
เป้าหมายจริงของเขาคืออาศัยการต่อสู้กับอริยะเซียนที่สี่ ใช้การปะทะของฝ่ายรักษาระเบียบกับฝ่ายเปลี่ยนแปลง สร้างแรงกดดันมากพอต่อกระบี่สองเล่มในเตากระบี่
ภายใต้แรงกดดันนี้เชียนจวินกับปี้อี้แทบไม่มีทางเลือกอื่น
เส้นทางตรงหน้าพวกเขา มีเพียงทางเดียว หากไม่ฉวยโอกาสเผยตัว พวกเขาย่อมเป็นฝ่ายถูกกระทำแน่
หากซิงหวนจื่อชนะ ถ้าอนาคตพวกเขาอยากทำสำเร็จ ต้องรอความเห็นชอบจากซิงหวนจื่อ ถึงอย่างไรการกำราบตนก็เป็นการรักษาระเบียบ
หากนายน้อยชนะ… คำว่าจงสวามิภักดิ์ของเขา สร้างผลกระทบต่อเชียนจวินกับปี้อี้นัก
เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาจึงไม่มีวิธีอื่น
ได้แค่ทุ่มเททุกอย่าง ฉวยโอกาสนี้กระตุ้นพลังตัวเอง ปรากฏตัวก่อนล่วงหน้า
อาศัยสิ่งนี้พลิกสถานการณ์
ถึงจะมีโอกาสรอด
ที่สวี่ชิงต้องการก็คือสิ่งนี้
นี่คืออุบายเปิดเผย
ตามแผนการเขา ขอเพียงกระบี่สองเล่มปรากฏล่วงหน้าย่อมก่อคลื่นกาลอวกาศได้ มีประโยชน์ต่อการลงมือขั้นต่อไป
แต่… ถ้อยคำของกระบี่สองเล่มยามจากไป ตื่นเต้นยินดีเกินเหตุอยู่บ้าง
สวี่ชิงจึงคิดให้พวกมันสวามิภักดิ์ นี่ย่อมส่งผลต่อคลื่นประวัติศาสตร์มากขึ้น ทั้งเป็นเรื่องดี
ดังนั้นเมื่อกระบี่ฮึกเหิมสองเล่มสะท้อนจิตเทพ จิตสำนึกเกิดคลื่นระลอก เลือกออกจากโลกชั้นสี่…
สวี่ชิงหยิบแผ่นหยกว่างเปล่าที่ประทับสิทธิ์ครองสมบัติทั่ววังเซียนออกมา
ยกมือเหวี่ยงขึ้นฟ้า
แผ่นหยกลอยขึ้นห้วงนภา
รวงแสงเจิดจรัส รังสีมงคลไร้สิ้นสุด แผ่รัศมีนับหมื่นจั้ง
เมื่อล่องลอยบนฟ้า จิตเทพสวี่ชิงพลันปรากฏ ประทับอักษรบนแผ่นหยกในช่วงเวลาสำคัญยามจิตสำนึกของเชียนจวินกับปี้อี้กำลังจากไป…
“บัดนี้มีกระบี่เซียนปรากฏ ข้าขอตั้งชื่อให้ เล่มหนึ่งนามเชียนจวิน เล่มหนึ่งนามปี้อี้… ถือเป็นกระบี่คู่กายข้า!”
เมื่อส่งจิตเทพออกมา ฟ้าดินสั่นสะเทือน
คล้ายมีเสียงมหามรรคดังก้อง คล้ายกฎเกณฑ์ฟ้าดินกำลังโคจร คล้ายมีบัญชาก่อตัว!
อักษรประทับนี้เรียกได้ว่าปิดฉาก!
ไม่เพียงกำหนดสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกระบี่สองเล่มนี้ แต่ยังตั้งชื่อด้วย…
ทั้งตั้งชื่อว่าเชียนจวินกับปี้อี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมสร้างกฎกรรมเด่นชัดถึงขีดสุด!
ภายใต้กฎกรรมนี้ กระบี่เซียนขาวดำเจิดจรัสสองเล่มบนเวิ้งฟ้าสั่นสะเทือนทันที มายาอักษรเซียนนับไม่ถ้วนล้อมรอบตัวกระบี่ชั่วพริบตา
ก่อเกิดในวังเซียน หล่อหลอมโดยวังเซียน ทั้งถือกำเนิดจากเตากระบี่ พูดได้ว่ากระบี่สองเล่มนี้เป็นของวังเซียนโดยแท้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ด้วยอำนาจอักษรเซียนบนแผ่นหยกว่างเปล่า พวกมันจึงสร้างสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับสวี่ชิงทันที
ไม่อาจต้านทาน ไม่อาจขัดขวาง ไม่อาจปฏิเสธ!
ฝ่ายเชียนจวินกับปี้อี้ซึ่งอยู่ด้านใน พวกเขาถูกมองว่าเป็นวิญญาณศัสตรา ตอนนี้ยังไม่ทันตอบสนอง
ที่จริงความรู้สึกตื่นเต้นก่อนหน้า เปี่ยมล้นจิตเทพของพวกเขา แต่การลงมือของสวี่ชิงกลับเหนือความคาดหมาย
ดังนั้นเมื่อสวี่ชิงทำการประทับ ยามกระบี่ที่แฝงตัวสั่นสะท้าน เชียนจวินกับปี้อี้อึ้งงันอย่างสิ้นเชิง
ครู่ต่อมาอานุภาพยิ่งใหญ่ปะทุออกมาจากวังเซียน ระเบิดออกมาจากกระบี่เซียน ถาโถมเข้าจิตสำนึกพวกเขาทันที…
จิตเทพของพวกเขาก่อเกิดคลื่นยักษ์ล้นฟ้า
ด้วยนี่คือผนึกวิญญาณศัสตรา ทำให้วิญญาณศัสตราสวามิภักดิ์
ส่วนพวกเขา… สภาพตอนนี้ก็คือวิญญาณศัสตรา
ดังนั้นประทับสวามิภักดิ์ที่เดิมส่งผลต่อวิญญาณศัสตรา ตอนนี้จึง… ส่งผลกับพวกเขาตามธรรมชาติ
ทั้งเป็นเพราะการตั้งชื่อของสวี่ชิง… ทำให้กฎกรรมของประทับ ไม่เพียงส่งผลต่อกาลอวกาศแห่งนี้ แต่ยังรวมถึงโลกภายนอก… ทั้งมีโอกาสสูงว่าจะคงอยู่ตลอด!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในใจเชียนจวินกับปี้อี้ตื่นตระหนก รู้สึกเพียงว่าในหัวมีอัสนีดังกระหึ่ม
นี่แหละเบิกบานถึงขีดสุขก่อนทุกข์ถนัด!
“นี่… นี่…”
“เรื่องนี้… ข้า…”
ตอนนี้ท่าทางเตรียมออกจากโลกชั้นสี่ของพวกเขาถูกขัดจังหวะ
ความเกี่ยวพันกับกฎกรรม การสวามิภักดิ์ รวมถึงประทับตั้งชื่อ…
ก่อตัวเป็นพลังชักนำเกินกว่าพวกเขาจะต้านทาน
จิตสำนึกจึงไม่อาจจากไป!
ในใจทั้งสองปั่นป่วนรุนแรง คล้ายมีพายุเคลื่อนกวาดจิตใจ สวี่ชิงยกแขนซ้ายขึ้น
กวักมือกลางเวิ้งฟ้า
“จงมา”
กระบี่เซียนขาวดำทะยานฟ้าสองเล่มสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นทันที เสียงกระบี่ครวญแฝงความยินดี…
ต่อจากนั้นยามเชียนจวินกับปี้อี้แทบคลั่ง กระบี่สองเล่มที่พวกเขาแฝงตัวพลันเปลี่ยนทิศทาง เลี้ยวโค้งกลางอากาศอย่างลิงโลดทันที มุ่งตรงมาทางสวี่ชิง!
เชื่อฟังอย่างยิ่ง
จิตสำนึกของสองคนในนั้น อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก แทบเป็นบ้าแต่กลับทำไม่ได้
ด้วยพวกเขาสัมผัสได้ว่าส่วนลึกจิตสำนึกตนลิงโลดตามกระบี่ ไม่อาจควบคุมความตื่นเต้นที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันด้วยกระบี่เซียนปรากฏล่วงหน้า ถูกสวี่ชิงฝืนประทับให้ยอมสวามิภักดิ์ คลื่นกาลอวกาศที่นี่เพิ่มขึ้นทันที!
หลอมรวมกับคลื่นก่อนหน้า คล้ายคลื่นยักษ์เหนือมหาสมุทรลูกแล้วลูกเล่า กระทั่งทับซ้อนกันเป็น… คลื่นยักษ์สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
ตอนนี้ระดับคลื่นกาลอวกาศที่นี่เหมือนคลื่นยักษ์!
คลื่นจากอัจฉริยะหลี่ คลื่นจากกงซุนชิงมู่ คลื่นจากจิ้งจอกสาว คลื่นจากจงฉือ กอปรกับคลื่นจากกระบี่สองเล่มนี้…
คลื่นยักษ์ท่วมทับเวิ้งฟ้าทันที เหนือทะเลสาบกาลอวกาศเหลวหนืด หมุนวนพลิกตลบต่อเนื่อง
จิตสำนึกสวี่ชิงหวนคืนกลับร่างแฝง ตอนนี้กำลังยืนเหนือคลื่นยักษ์!
เขาสัมผัสได้ชัดเจน ระเบียบกำลังถูกกำราบ!
จากนั้นเมื่อเขากวักมือ กระบี่สองเล่มพุ่งมาวนรอบตัวเขา ไม่ว่าเชียนจวินกับปี้อี้ดิ้นรนหรือคลุ้มคลั่งอย่างไรก็ไม่เป็นผล
ได้แค่ทำตามจิตเทพสวี่ชิง เค้นพลังกระบี่ทั้งหมด สร้างปราณกระบี่ดุดันถึงขีดสุด มุ่งตรงหาวัฏจักรกับเขตแดนข้างบน!
เสียงกึกก้องสะท้านฟ้า
เขตแดนพังทลาย วัฏจักรล่มสลาย!
เสียงระเบียบแตกละเอียดดังก้องห้วงอากาศ
อริยะเซียนที่สี่ตัวสั่น นัยน์ตาหลั่งเลือดสองสาย
ธารดาราซึ่งวิวัฒน์จากดาวนับหมื่นแสนในดวงตาพังทลายตาม แบบแผนกับข้อบังคับกลายเป็นเถ้าธุลี
สิ่งสำคัญยิ่งคือบัญญัติเขากำลังสั่นคลอน!
ตอนนี้กระบี่สองเล่มยังสำแดงอานุภาพรุนแรง หลังจากทำลายเขตแดนกับวัฏจักรแล้วยังพุ่งขึ้นฟ้า สีขาวดำตัดสลับ มุ่งตรงหาอริยะเซียนที่สี่
จิตสังหารล้นฟ้า
เชียนจวินกับปี้อี้ที่อยู่ด้านใน ด้วยจนปัญญาและร้าวระทมเจียนคลั่ง ดังนั้นเลยเค้นพลังเต็มที่
ในใจพวกเขาแค้นซิงหวนจื่อไม่น้อยเช่นกัน
อริยะเซียนที่สี่หน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังอย่างรวดเร็ว ความคิดนับพันหมื่นในใจ ทั้งหมดล้วนโกรธแค้นสวี่ชิงถึงขีดสุด
ความคิดมากมายรวมตัวกัน อริยะเซียนที่สี่สูดหายใจลึก ก่อนยกมือขวาขึ้นฉับพลัน กดนิ้วชี้ลงตรงหว่างคิ้วตัวเอง!
เมื่อยกขึ้น โซ่เหล็กแผ่แสงทองเจิดจรัสพลันถูกเขาลากออกมาจากหว่างคิ้ว
โซ่เหล็กสีทองไม่ยาวนัก มีเพียงเก้าสิบเก้าห่วง ขาดอีกหนึ่งก็ครบร้อย
แต่ละห่วงมีรอยประทับมากมาย แต่ละรอยประทับสื่อถึงระเบียบ
เมื่อปรากฏพลังระเบียบเด่นชัดยิ่ง ทั้งขานรับกับจิตสำนึกของซิงหวนจื่อนัก
ด้วยโซ่เหล็กสีทองนี้ ไม่ใช่ของอริยะเซียนที่สี่ แต่เป็น… ฐานบัญญัติของซิงหวนจื่อ!
เมื่อห่วงโซ่เหล็กครบร้อย เขาจะทะลวงพลังบำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว ก้าวเข้าสู่ระดับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียน
นี่คือเป้าหมายรักษาระเบียบของเขาบนโลกชั้นสี่
แต่ตอนนี้เขาทุ่มสุดตัวแล้ว เมื่อนำบัญญัติตนออกมา โลงศพทั้งสิบสามรายรอบตัวเขาทันที
โลงศพเหล่านี้มีทั้งใหญ่เล็ก วัสดุต่างกัน แต่กลิ่นอายระเบียบเข้มข้น
ชั่วพริบตายามปรากฏ ฟ้าดินเปลี่ยนสี
พวกเขาคือศพคู่แข่งซึ่งอริยะเซียนที่สี่สังหาร ก่อนหลอมเป็นบัญญัติแห่งตน
เดิมด้วยความสามารถของซิงหวนจื่อ ใช้ได้เพียงสามโลง แต่เขาทราบดีว่าพลังแค่สามโลง ไม่อาจสั่นคลอนกระบี่เซียน ทั้งไม่อาจกระเทือนถึงสวี่ชิงในคลื่นยักษ์กาลอวกาศได้
ดังนั้นเขาเลยกระตุ้นฐานพลังบัญญัติตน ฝืนเค้นพลัง คิดพลิกสถานการณ์ยามคับขันนี้!
ยามทำมุทรา สีหน้าเขาบิดเบี้ยว โซ่เหล็กสีทองเรืองอร่าม พันรอบโลงศพทั้งสิบสาม ทำให้แสงทองซึมซาบเข้าไปในนั้น
ครู่ต่อมาโลงศพทั้งสิบสามสั่นสะเทือนพร้อมกัน
แม้ว่าฝาโลงไม่เปิดออก แต่กลับมีเสียงกระแทกราวอัสนี ดังออกมาจากโลงศพทั้งสิบสามพร้อมกัน
เสียงอึกทึกปึงปังดังทั่วทิศ
ทั้งมีเสียงต่างกันสิบสามเสียงดังกึกก้อง ส่งเสียงทุ้มต่ำออกมาจากโลง รวมตัวกันเป็นคำพูดที่เหนือกว่าเสียงสวรรค์หรือท่วงทำนองเต๋า!
“ระเบียบตัดสิน ยืนยงนิรันดร์ ขุดค้นถึงยมโลก ประหารทันที!”
ทั้งสิบห้าคำกลายเป็นระเบียบพิพากษา เปลี่ยนเป็นป้ายหินเก่าแก่ พุ่งมาทางสวี่ชิงที่อยู่บนคลื่นยักษ์กาลอวกาศ
สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น สีหน้าเหมือนปกติ มีเพียงนัยน์ตาฉายแววดุดันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“คลื่นกาลอวกาศเปลี่ยนเป็นคลื่นยักษ์ เพียงพอจะบดบังรอยอักษร เมื่อเป็นเช่นนี้… ถึงคราวปิดฉากแล้ว”
ชั่วพริบตายามเสียงราบเรียบดังออกจากปากสวี่ชิง แผ่นเหล็กสีทองหนึ่งออกมาจากอกสวี่ชิง ลอยคว้างอยู่เบื้องหน้า
เมื่อปรากฏ ฟ้าดินเงียบสงัด กาลอวกาศไม่เคลื่อนไหว คลื่นชะงักค้าง ทั่วทิศนิ่งสงบ
มีเพียงนิมิตดีกระเพื่อมไหว มีเพียงสิ่งมงคลเด่นผงาด!
สิ่งนี้คือหนังสือสมรส
สร้างด้วยมือผู้นำเซียนจี๋กวง ควบรวมเจตจำนง ห้วงคิด คำอวยพรตน
ในนั้นแฝงความดีงามที่เขาอยากมอบให้บุตรชาย
ตัวอักษรบนนั้น เขาเขียนเองกับมือ!
สื่อถึงเจตจำนงของเขา!
‘การแต่งงานเชื่อมสองตระกูล การหมั้นหมายหลอมรวมเป็นหนึ่ง สร้างสัมพันธ์อันดีต่อจากนี้ สัญญาว่าเป็นคู่ครองที่ดี อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า จวบจนทะเลแห้งเหือดหินแหลกลาญ ดั่งนกเป็ดน้ำยึดมั่นสัญญา ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง เจริญเฟื่องฟูยิ่งขึ้นไป
สัญญาว่าจะครองคู่จนแก่เฒ่า เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ร่างสัญญาแดงเป็นมงคล บันทึกเรื่องราวความรัก
ยึดมั่นตามสัญญา รับรองอย่างเป็นทางการ’
ตอนนี้สวี่ชิงยกมือผ่านพลังกาลอวกาศซึ่งรวมตัวเป็นคลื่นยักษ์ ปิดบังตัวอักษรส่วนใหญ่ ทำให้พร่าเลือน แต่กลับมีสิบหกอักษร ชัดเจนหาใดเปรียบ
อักษรสิบหกตัว รวมกันเป็นประโยคหนึ่ง
‘สัญญาหมั้นหมาย สร้างสัมพันธ์อันดี เคียงข้างจนแก่เฒ่า จวบจนร่างเน่าเปื่อย ยึดมั่นตามสัญญา’
สวี่ชิงยกมือชี้อริยะเซียนที่สี่!
หนังสือสมรสสิบหกอักษร ส่องประกายทั่วฟ้า อานุภาพยิ่งใหญ่ ซัดมาพร้อมคลื่นกาลอวกาศ!
เพียงพริบตาวาสนาสัมพันธ์ระหว่างซิงหวนจื่อกับอริยะเซียนที่สี่พลันสิ้นสุด!
จิตสำนึกเขาพลันแห้งเหี่ยว!
คล้ายใบไม้กำลังเน่าเปื่อย!
ซิงหวนจื่อหน้าเปลี่ยนสีครั้งใหญ่!