ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1173 ซิงหวนจื่อ ออกไป!
บทที่ 1173 ซิงหวนจื่อ ออกไป!
จิตใจของซิงหวนจื่อในในเสี้ยวขณะนี้ เกิดคลื่นยักษ์ท่วมฟ้า ราวมีเสียงฟ้าร้องนับไม่ถ้วนฟาดผ่าในใจ ทำให้ลมหายใจของเขาถี่กระชั้น รูม่านตาหดเล็ก…
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับเจ้าของร่าง ภายใต้แน้วโน้มที่ไม่อาจต้านทาน ไม่อาจต่อกรได้ กำลังตัดขาดกันอย่างรวดเร็ว
พลังการตัดขาดไม่อาจกู้คืนกลับมาได้!
วาสนาในกาลก่อนที่ว่าคือรากฐานเหตุที่เขาสามารถสิงอริยะเซียนที่สี่ได้
และตอนนี้รากฐานนี้กำลังพังทลายลงอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งจิตสำนึกรับรู้ของเขาภายใต้แนวโน้มที่ไม่อาจต้านทานนี้ ก็เริ่มพังทลาย ส่งความเน่าเปื่อยออกมา
กระทั่งว่าส่งผลกระทบต่อโลกปัจจุบัน ราวกับว่าเหมือนใบไม้จริงๆ แห้งเหี่ยวไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนี้ จะเป็นกฎระเบียบของเขาก็ดี กฎเกณฑ์ก็ช่างต่างกำลังพังทลายลงทั้งสิ้น
ซึ่งรวมถึงโซ่สีทองที่แปรเปลี่ยนมาจากรากฐานธรรมนูญของซิงหวนจื่อด้วย
โซ่เหล็กนี้ ตอนนี้จากการแห้งเหี่ยวไปของจิตสำนึกรับรู้ซิงหวนจื่อ ก็กำลัง…ขาดสะบั้น!
การแตกร้าวของทุกข้อในนั้นล้วนทำให้จิตสำนึกรับรู้ของซิงหวนจื่อเกิดความเจ็บปวดที่ยากพรรณา ทุกอย่างนี้ทำให้เขาเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา
ส่วนการพิพากษาที่เอาอัญเชิญออกมา…
ในเสี้ยวพริบตาที่หนังสือสมรสปรากฏออกมา การพิพากษาก็ไม่อาจดำเนินการได้!
โลงศพทั้งสิบสามต่างสั่นสะเทือน เสียงในนั้นต่างคืนกลับไป…
เหมือนกับว่าทุกอย่างล้วนพลิกผัน คำพูดที่พูดออกไป ธรรมนูญที่ก่อขึ้น ตอนนี้ที่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม ล้วนหอบม้วนกลับคืน ไม่หลงเหลืออยู่อีก
พลังของผู้นำเซียนอยู่เหนือซึ่งฟ้าดิน!
และในเสี้ยวขณะนี้ ผู้ที่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมหาศาลก็ไม่ใช่แค่ซิงหวนจื่อเท่านั้น
แต่ยังมีกระบี่เซียนสองเล่มนั้นด้วย
เชียนจวินและปี้อี้ที่อยู่กางอากาศต่างสั่นสะท้านด้วยเช่นกัน ภาพฉากที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขาเกิดกว่าจินตนาการของพวกเขา
และวันนี้เรื่องที่เกินกว่าจินตนาการของเขาก็มากมายมหาศาลเสียเหลือเกิน เรื่องแล้วเรื่องเล่า
ฐานะที่ไม่มีทางได้รับ ถูกคนลึกลับคว้าเอาไปได้
เรื่องที่ว่าไม่ควรยอมรับนาย เกิดขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ
และตอนนี้…หนังสือสมรสกลับปรากฏขึ้น!
รอยตัวอักษรในนั้นกลับเอามาใช้แบบนี้ได้ด้วย
ทุกอย่างนี้ทำให้เชียนจวินและปี้อี้ในใจมีสายฟ้าฟาดผ่า
หนังสือสมรสนี้อย่างน้อยในกาลอวกาศแห่งนี้ ตำแหน่งและความหมายของมัน ต่อให้ไม่ใช่อยู่สูงส่งสูงสุดก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สูงส่ง!
สิ่งที่แฝงอยู่ในนั้นคือคำอวยพรทุุกอย่างที่ผู้นำเซียนจี๋กวงอวยพรแก่บุตรชายของเขา
คำอวยพรนี้ก็คือเจตจำนง
เจตจำนงนี้ผสานไปในระหว่างบรรทัดของหหนังสือสมรส ทำให้ทุกตัวอักษรล้วนกลายเป็นธรรมนูญของกาลอวกาศแห่งนี้!
ซึ่งเป็นข้อบังคับด้วยเช่นกัน!
ภายใต้การหลั่งไหลของมัน กฎระเบียบก็ยังต้องก้มศีรษะ กฎเกณฑ์ก็ยังต้องเปลี่ยนวิถี
หากขัดแย้งกับมัน เช่นนั้นก็เท่ากับขัดแย้งต่อเจตจำนงของผู้นำเซียนจี๋กวง
และของสิ่งนี้ทั้งวังเซียน ก็มีเพียงพ่อลูกผู้นำเซียนจี๋กวงเท่านั้นที่ถือครองได้
ดังนั้น ในทันทีที่หนังสือสมรสปรากฏขึ้น ฟ้าดินเปลี่ยนจุดจบทุกอย่างล้วนกำหนดแน่ชัดแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ส่วนเหตุที่สวี่ชิงสามารถอำพรางร่องรอยตัวอักษรบนนั้นได้ ทำให้ตัวอักษรของหนังสือสมรสปรากฏขึ้นตามที่ตัวเองคิด…
เป็นเพราะนายน้อยคนนี้ที่เขาสิงร่างอยู่ ชื่อก็อยู่บนหนังสือสมรส!
ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์
ต่อให้เป็นเช่นนี้ ก็ยังต้องอาศัยเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเวลาที่เหมาะสม…ก็คือระลอกคลื่นของห้วงกาลอวกาศนั่นเอง
อีกทั้งระลอกคลื่นนี้จะต้องถึงในระดับหนึ่งถึงจะเกิดผล
นี่ก็คือเหตุผลที่สวี่ชิงทำไมต้องให้คืนนี้ ทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมาย ล้วนเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ ล้วนก่อให้เกิดระลอกคลื่นกาลอวกาศ
เขาจะให้ระลอกคลื่นกาลอวกาศเหล่านี้สุดท้ายพลังที่ระเบิดออกมาประดุจคลื่นยักษ์!
อาศัยพลังนี้จากการนั้น ดึงเอาต้นกำเนิดของการไหลผ่านเป็นไปตามธรรมชาติที่เกิดจากระลอกคลื่นของกาลเวลา มาใช้ในการอำพรางร่องรอยตัวอักษรของหนังสือสมรส
ดังนั้นภาพนี้ในเสี้ยวขณะนี้ ดูเหมือนง่ายดาย แต่ความจริงแล้ว หากคิดจะทำให้สำเร็จ ขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยาก อีกทั้งต้องถึงเงื่อนไขเบื้องต้นทั้งหมดแล้วถึงจะระเบิดพลังขึ้นได้!
และการระเบิดพลังภายใต้ความยากลำบากเช่นนี้ ย่อมสะท้านสะเทือนทุกสิ่ง
ตอนนี้ท้องฟ้าสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ฟาดผ่าความว่างเปล่า
เสียงเปรี้ยงปร้างมาพร้อมด้วยพลังอันรุ่งโรจน์ แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่งของเตากระบี่
เงยหน้าไปมอง ผืนนภาถูกสายฟ้าล้อมรอบ ราวก่อเป็นตาข่ายสายฟ้าผืนหนึ่ง ก่อเป็นคลื่นยักษ์กับระลอกคลื่นกาลอวกาศ ประดุจสอดประสานเข้าด้วยกัน
และเงาร่างที่ยืนอยู่บนคลื่นยักษ์ ผมยาวปลิวพริ้ว รัศมีอำนาจก็สะท้านสะเทือนฟ้าดิน โดยเฉพาะความเฉียบขาดในดวงตาทั้งสอง ประดุจสามารถทะลุทะลวงทุกอย่างในโลก
กำลังจ้องมองอริยะเซียนที่สี่
บนหนังสือสมรสเบื้องหน้าเขา ตัวอักษรทั้งสิบหกตัวที่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนยิ่งระยิบระยับพร่างพราย เปล่งประกายไร้ขอบเขต แสงพราวพร่างสาดไปทั่วทุกสารทิศ
ภายใต้ประกายแสงของมัน สีหน้าของอริยะเซียนที่สี่บิดเบี้ยว ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสีดำออกมา
ไอสีดำเหล่านี้ รวมมายังเหนือศีรษะของเขากลายเป็นเงาร่างของซิงหวนจื่อที่รางเลือน กำลังสลายไป!
ความไม่ยอมจำนนทุกอย่างล้วนไร้ความหมาย
การดิ้นรนทุกอย่างล้วนไร้ประโยชน์
ท่ามกลางประกายแสงของตัวอักษรทั้งสิบหกตัวของหนังสือสมรส ภายใต้พลังที่ไม่อาจต้านทานนี้ ดวงดาวอันดับหนึ่งที่อยู่โลกภายนอกแข็งแกร่งไร้เทียมทานก็ไม่มีพลังที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเช่นกัน
เขามีแต่โดนขับไล่ และจะต้องถูกขับไล่ออกไปเท่านั้น!
วาสนาในอดีตกาลระหว่างเขากับอริยะเซียนที่สี่ขาดสะบั้นลงแล้ว พลังของใบไม้แห้งเหี่ยวโจมตีเขา สร้างความเสียหายอย่างสาหัส
และผู้ที่เดิมจะขับไล่ผู้อื่น ตอนนี้กลับถูกขับไล่
รากฐานธรมนูญของตัวเองก็แตกสลาย
ในโลกชั้นที่สี่นี้ไม่เพียงแต่ไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ยังเสียหายและบาดเจ็บจนถึงรากฐาน
ทุกอย่างนี้ทำให้ตอนนี้ก่อนที่เขาจะสลายไป ในสายตาที่มองมาทางสวี่ชิงฉายจิตสังหารอย่างรุนแรง
“ครั้งนี้ข้ายอมรับว่าเจ้าชนะแล้ว แต่…ศึกระหว่างเจ้ากับข้า ยังไม่จบ”
“ข้าจะไปยังชั้นที่ห้าที่เจ้าไม่อาจย่างก้าวเข้าไปได้ เลื่อนขั้นเป็นเตรียมเซียน!”
“และเพื่อตอบแทนที่เจ้าทำให้ข้าไม่อาจทำให้ธรรมนูญสมบูรณ์แบบได้…รอเมื่อวาสนาวังเซียนนี้จบลง เจ้าไม่มีฐานะของกาลอวกาศนี้ ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้นภายนอก ก็จะเป็นเวลาที่ข้าจะฆ่าเจ้า!”
คำพูดสะท้อนก้อง
เงาจิตสำนึกรับรู้ของซิงหวนจื่อแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ถูกขับไล่ออกไปจากห้วงอวกาศนี้
ฝ่ายรักษากฎระเบียบในการละเล่นครั้งนี้พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์
ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะพลิกสถานการณ์กลับมา
ส่วนคำพูดก่อนที่ซิงหวนจื่อจะถูกขับไล่ แม้จิตสังหารจะมากล้น แต่ในเมื่อจุดยืนถูกกำหนดแล้ว สวี่ชิงจิตใจย่อมไม่หวั่นไหวเพราะจิตสังหารของอีกฝ่าย
“รอเมื่อทันทีที่วาสนาวังเซียนสิ้นสุด ข้าจะต้องไม่ได้มีพลังบำเพ็ญแค่อย่างในตอนนี้แน่นอน!”
สวี่ชิงพึมพำในใจ หันไปมองร่างจริงของอริยะเซียนที่สี่
หลังจากที่ไม่มีจิตสำนึกรับรู้ของซิงหวนจื่อ ร่างจริงของอริยะเซียนที่สี่ก็ราวกับฟองอากาศ หายไปในอากาศ
ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด แต่เสี้ยวขณะต่อมาสีหน้าก็เป็นปกติ
และในตอนนี้ หลังจากที่ฝ่ายรักษากฎระเบียบพ่ายแพ้ กาลอวกาศส่งเสียงเลื่อนลั่น
ราวกับม้าป่าไร้ซึ่งบังเหียน น้ำป่าไหลหลากไม่มีเขื่อน ระลอกคลื่นกาลอวกาศในเสี้ยวขณะนี้พลังเหนือยิ่งกว่าก่อนหน้า ปะทุพลังออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด
เม็ดทรายกาลอวกาศมหาศาลปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ลอยขึ้นมาจากร่างของคนทั้งหลาย สรรพสิ่งทั้งปวงในวังเซียน หลอมรวมมารอบสวี่ชิง ประดุจฝนโปรยปรายลงมา
จำนวนมากมายกว่าที่เขาเคยมีเป็นร้อยเท่า!
ทรายเหล่านี้สุกใสแวววาว ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมตัวกันไม่หยุด สุดท้ายก็ก่อตัวเป็นนาฬิกาทราย!
ลอยอยู่ข้างหน้าสวี่ชิง!
และในเสี้ยวพริบตาที่นาฬิกาทรายปรากฏขึ้น ฟ้าดินสั่นไหว วังเซียนสั่นคลอน โลกทั้งใบก็ปั่นป่วน แสงสว่างที่เปล่งออกมานั้น ราวกับบดบังทุกสิ่ง
นี่คือสมบัติล้ำค่าแห่งห้วงเวลา!
สวี่ชิงจ้องมอง จิตใจของเขาในเสี้ยวขณะนี้ปั่นป่วนรุนแรง ผ่านจากธรรมนูญของเขา เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า เวลาของนาฬิกาทรายนี้คือหนึ่งก้านธูป
กล่าวให้แม่นยำ คือหนึ่งก้านธูปที่อยู่เหนือซึ่งห้วงเวลานี้!
นาฬิกาทรายนี้ สามารถใช้ได้ทุกเมื่อ ในประวัติศาสตร์ในอดีตใดๆ ก็ตาม ในกาลเวลาใดๆ ก็ตาม ฝืนเพิ่มเวลาพิเศษอีกหนึ่งก้านธูป
อีกทั้งไม่อาจถูกลบออกได้!
ราวกับว่า…มันดำรงอยู่นอกกาลอวกาศ นอกห้วงกาลเวลา!
ขณะเดียวกัน ธรรมนูญของสวี่ชิงเอง ในเสี้ยวขณะที่เขาสัมผัสรับรู้นาฬิกาทรายก็พัฒนาขึ้น
การสัมผัสรับรู้กาลเวลามากมาย ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเขา เติมเต็มธรรมนูญของเขา หล่อเลี้ยงกฎเกณฑ์ของเขา ทำให้ธรรมนูญของเขาในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ราวกับได้ผ่านไปนับไม่ถ้วน
ไปถึงขั้นสูงสุดของวิถีสูงสุดที่แปด!
และจากการพัฒนาของธรรมนูญ กลิ่นอาย กำลังรบ พลังบำเพ็ญของสวี่ชิง ล้วนแต่พุ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเสี้ยวพริบตานี้
เตรียมสู่เทวะเก้าโลก ขาดอีกเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น!
“เพราะรากฐานของข้าเพียงพอแล้ว ดังนั้นเมื่อข้าทะลวงผ่านเศษเสี้ยวนั้น ในพิบตาที่ก้าวเข้าสู่เก้าโลก นั่นก็คือทันทีที่ข้าเลื่อนขั้นสู่ระดับเจ้าเหนือหัว!”
“และระดับเจ้าเหนือหัวของข้า ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเท่านั้น อีกทั้งจากการสั่งสมพลังมา ระดับเจ้าเหนือหัว…ก็เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น!”
“บรรลุระดับเตรียมเซียน ใกล้แค่เอื้อม!”
สวี่ชิงสูดลมหายใจลึก เงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองขอบฟ้า
ปลายขอบฟ้าตอนนี้ แม้ลิขิตสวรรค์ปั่นป่วน รางเลือนไปหมด แต่ท่ามกลางความรางเลือน…จะเห็นอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกำลังลอยสู่ท้องฟ้า
ฟ้า สว่างแล้ว
แสงอาทิตย์ทะลุผ่านชั้นเมฆ ตกกระทบมายังบริเวณเตาหลอมกระบี่ และสาดทอมายังร่างของสวี่ชิง
สวี่ชิงที่อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์กลุ่มนี้ สายตาดึงกลับมาจากปลายขอบฟ้า มองไปยังทางออกของบริเวณเตาหลอมกระบี่
เอ่ยขึ้นราบเรียบ
“ออกมา”
บริเวณทางออก มิติบิดเบี้ยว เงาร่างหนึ่งหลอมรวมปรากฏขึ้นในนั้น
นี่เป็นช่นหนุ่มคนหนึ่ง สวมชุดสีขาว หน้าตาธรรมดา แต่สีหน้าบนใบหน้าอ่อนโยน รอยยิ้มอบอุ่น เหมือนว่าไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น โค้งคารวะสวี่ชิง
“โจวเจิ้งลี่ คารวะนายน้อย”
“นายน้อยในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนหรือการลงมือ ล้วนน่าทึ่งอย่างยิ่ง สมควรกล่าวได้ว่าอำนาจเซียนสะเทือนโลก เป็นมังกรในหมู่มนุษย์!”
ชายหนุ่มคนนี้ก็คือโจวเจิ้งลี่ที่ติดตามอยู่ข้างกายซิงหวนจื่อมาโดยตลอดนั่นเอง!
ตอนนี้สีหน้าของเขาสุขุม ในดวงตาจริงใจ รอยยิ้มแฝงด้วยความทอดถอนใจ แฝงด้วยความเลื่อมใส
ในดวงตาสวี่ชิงฉายความเย็นเยือกกลุ่มหนึ่งออกมา
คนคนนี้ ในทันทีที่ซิงหวนจื่อถูกขับไล่ ก็เดินเข้ามาในบริเวณเตาหลอมกระบี่ ดูเหมือนซ่อนอำพราง แต่ความจริงแล้วก็เปิดเผยกลิ่นอาย เหมือนจะเป็นฝ่ายให้โอกาสคนอื่นเปิดเผยตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นดวงดาวดวงไหนล้วนแต่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น แต่โจวเจิ้งลี่ที่อยู่ข้างกายซิงหวนจือมาโดยตลอดคนนี้ ในการต่อสู้ครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเหมือนไม่มีตัวตนอะไร
ทำให้คนง่ายที่จะมองข้ามเขาไป
แต่กลับในตอนนี้ที่ซิงหวนจื่อถูกขับไล่ แต่เขา…ก็ยังคงอยู่
นี่เดิมก็บ่งบอกถึงปัญหา
นอกจากนี้ หลังจากที่ได้รู้จักเสียหลิงจื่อ และมีความเกี่ยวพันกับเขา สวี่ชิงก็ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยมของเสียหลิงจื่อ เช่นนั้น สำหรับโจวเจิ้งลี่ที่สู้กับเสียหลิงจื่อมาโดยตลอด ก็ได้มีการตัดสินทางอ้อมแล้ว
คนคนนี้เชี่ยวชาญการซ่อนอำพราง สิ่งที่ซ่อนอำพรางไม่ใช่แค่ตัวเท่านั้น แต่ยังมีความคิด ยิ่งรวมไปถึง…เป้าหมายของเขา!
“เจ้าไม่ได้รักษากฎระเบียบ ท่าทางจุดจบของซิงหวนจื่อวันนี้ก็มีความดีความชอบของเจ้าอยู่เช่นกัน”
สวี่ชิงเอ่ยเนิบนาบ
หากซิงหวนจื่อยังอยู่ ได้ยินประโยคนี้ จิตใจจะต้องตื่นตะลึงอย่างรุนแรงแน่นอน
และคำพูดของสวี่ชิงก็มั่นใจมาก
เพราะหากโจวเจิ้งลี่รักษากฎระเบียบ เช่นนั้นหลังจากที่ซิงหวนจื่อจากไป ระลอกคลื่นกาลอวกาศจะต้องไม่ใหญ่อย่างนี้แน่นอน และความรู้สึกว่าฝ่ายรักษากฎระเบี่ยบพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ ก็จะไม่เกิดขึ้น
เช่นนั้นคำตอบมีเพียงอย่างเดียว
“นายน้อยปราดเปรื่อง”
โจวเจิ้งลี่แสดงท่าทีถ่อมตน เอ่ยเสียงเบา
“ข้าไม่มีความคิดจะเป็นศัตรูกับท่าน ไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือภายนอก”
“การที่ท่านได้ฐานะที่ไม่มีทางครอบครองได้นี้ ก็อธิบายอะไรมากมายแล้ว ท่าน…ไม่ใช่คนธรรมดา ตัวตนเช่นนี้ ข้าย่อมคิดที่จะผูกมิตรด้วย”
“ส่วนซิงหวนจื่อ เขาเชื่อมั่นในตัวเองมาก ที่จริงแล้ว บทบาทของข้าก็ไม่ได้มีผลมากมายนัก เพียงแค่ผลักดันเล็กน้อยในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น”
โจวเจิ้งลี่เอ่ยอย่างอบอุ่น
“นี่ก็คือเป้าหมายของข้า ในตอนที่สังเกตได้ว่าฐานะของท่านไม่ปกติ เป้าหมายของข้าก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น…ผูกมิตรกับท่าน”
“ส่วนในโลกชั้นที่สี่นี้ ที่จริงแล้วข้าสามารถเป็นฝ่ายรักษากฎระเบียบก็ได้ หรือจะเป็นกลางนั่งดูระลอกคลื่นและการพัฒนาของประวัติศาสตร์ในระดับใดก็ได้ และยังสามารถสร้างความปั่นป่วนได้ด้วยเช่นกัน
นี่ก็คือธรรมนูญของข้า วิถีของข้า”
พูดจบโจวเจิ้งลี่ก็ก้มศีรษะ ท่าทียังคงถ่อมตน
ในดวงตาสวี่ชิงประกายวามวามฉายวาบ เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ
“เหตุใดจึงบอกข้าละเอียดขนาดนี้”
“ข้าอยากผูกมิตรกับท่าน และอยากอยู่ต่อไป และหากท่านไม่เข้าใจข้าอย่างถ่องแท้ ก็คงไม่มีทางผูกมิตรกับข้า และไม่มีทางให้ข้าอยู่ต่อ”
โจวเจิ้งลี่สงบนิ่ง ยังคงโค้งคำนับอยู่