ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 1297 ใช้ตัวเข้าสู่กระดานหมาก
บทที่ 1297 ใช้ตัวเข้าสู่กระดานหมาก
ตอนนี้ ในระบบดาวที่สี่ รอยแยกที่เป็นหนึ่งในสี่แดนต้องห้ามแต่เดิมในนั้น ก็พังทลายลงโดยสมบูรณ์
ทุกอย่างในนั้น ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
กลายเป็นความว่างเปล่า
แนวคิดของการ ‘มีอยู่’ ของมัน ถูกลอกออกไป ถูกบดขยี้
แม้แต่กระแสความปั่นป่วนของกาลอวกาศก็รวมอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน กลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่า
ราวกับเรื่องที่กำหนดแน่นอนเอาไว้แล้วซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ดำรงอยู่ที่นั่นชั่วนิรันดร์
ส่วนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นราชาเซียนที่อยู่ในระบบดาวที่สี่ หรือราชาเทพในระบบดาวอื่นๆ ตอนนี้ความรู้สึกที่มาจากตัวตนสูงส่งสูงสุดเหล่านี้ ต่างจับเป้าหมายไปยังพื้นที่อีกแห่งหนึ่งพร้อมกัน
หนักหน่วงอย่างยิ่ง
ที่ที่เหล่าองค์ท่านมองไปคือท้องฟ้าดาราของระบบดาวที่สามที่อยู่ใกล้กับระบบดาวที่สี่
ท้องฟ้าดาราผืนนั้นกำลังเกิดระลอกคลื่น
ราวกับว่ามีตัวตนที่หากไม่ใช่ระดับราชาเทพก็ไม่อาจรับรู้ได้ ตอนนี้กำลังหลอมผสานอยู่ในท้องฟ้าดาราผืนนั้น ใช้วิธีที่เหลือเชื่อเคลื่อนไปข้างหน้า
ภาพนี้สำหรับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในท้องฟ้าดาราผืนนั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ และไม่สามารถสัมผัสได้แม้แต่น้อย
เพราะนั่นคือเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้
แม้แต่เทพเจ้าที่ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นก็เช่นกัน
วิธีการดำรงอยู่แบบพิเศษนั้น ได้เกินขีดจำกัดของความรู้ความเข้าใจของพวกองค์ท่านไปแล้ว
ราวกับว่านั่นเป็นเพียงแนวคิดนามธรรมแนวคิดหนึ่งเท่านั้น
แนวคิดนี้…ก็คือราชาเทพชราที่หลบหนีออกมาจากรอยแยก!
ร่างขององค์ท่านปกคลุมท้องฟ้าดารา จิตขององค์ท่านอยู่เหนือกาลอวกาศ
การดำรงอยู่ขององค์ท่านกลายเป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่ง ดังนั้นความเร็วขององค์ท่านจึงไม่สามารถแสดงออกมาในรูปแบบที่จับต้องได้
และองค์ท่าน กำลังหลบหนี
ทุกที่ที่ผ่านไป เกิดพายุแผ่ปกคลุมไปทั่วระบบดาว สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนถือกำเนิดขึ้นในพายุนั้น และตายไปในเสี้ยวพริบตาต่อมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด กลายเป็นชะตาสวรรค์
กลายเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด และกลายเป็นพลังในการเคลื่อนไปข้างหน้าขององค์ท่านด้วยเช่นกัน
ทำให้องค์ท่านเข้าใกล้ระบบดาวที่สามไปอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ จิตขององค์ท่านเกิดระลอกคลื่นอารมณ์
เพราะองค์ท่านรู้ดีว่า ระหว่างราชาเทพเจ้ากับราชาเทพเจ้านั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าซ่างฮวงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหนักหน่วงอย่างชัดเจน แต่องค์ท่านมีตำแหน่งครึ่งก้าวสู่วิสุทธิ์เทพ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของระบบดาวชั้นบนแล้ว
การกระทำทุกอย่างล้วนจะทำให้ราชาเทพทั้งหมดหวาดหวั่น
ไม่สามารถต้านทานได้!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า องค์ท่านก็รู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองในตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะสมบูรณ์สูงสุดเช่นกัน
ตัวเองในตอนนั้นเนื่องจากช่วงชิงอำนาจเทพ พ่ายแพ้ให้กับราชาเทพของระบบดาวที่สี่ในยุคนี้ ถูกองค์ท่านสยบกำราบเป็นเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วน ถูกผนึกอยู่ตลอด ถูกลดทอนพลังอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง
ในสภาวะเช่นนี้ เผชิญหน้ากับซ่างฮวงที่เป็นครึ่งก้าวสู่วิสุทธิ์เทพ องค์ท่านนอกจากหลบหนีก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“สายสะดือวิสุทธิ์เทพไม่มีทางเปิดเพื่อข้า…”
“เส้นทางที่อยู่เบื้องหน้าในตอนนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงการไปยังระบบดาวอื่น ยืมกลิ่นอายเทพของระบบดาวอื่น เพื่อรองรับ แนวคิดของข้า เพื่อทำการซ่อนอำพราง!”
“แต่ว่าระบบดาวที่ห้าวิญญาณเซียนเต็มไปหมด จึงไม่เหมาะสำหรับการหลบซ่อนของแนวคิดแห่งอำนาจเทพ ”
ในแนวคิดที่หลอมผสานไปในท้องฟ้าดารานี้ จิตเทพของราชาเทพชราก็เป็นระลอกขึ้นลง
หลังจากที่ซ่างฮวงลงมาเยือน ผลกรรมเวรทุกอย่างพังทลาย การซ่อนเร้นนับไม่ถ้วนถูกเปิดเผยออกมา ในนี้ก็รวมถึงร่องรอยของการผลักดันที่มาจากพลังภายนอกด้วย
นี่ทำให้ปัญญาความรอบรู้ขององค์ท่าน ในผลกรรมเวรที่แตกสลายนี้ สุดท้ายก็ทำให้ข้อมูลที่ขาดหายไปเหล่านั้นค่อยๆ ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์
ในเสี้ยวพริบตาที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ ราชาเทพชราก็ยิ้มออกมา
“ราชาเซียนองค์นั้น…ด้านการวางแผนเหนือกว่าเทพเจ้า สมแล้วที่เป็นเซียนที่บรรลุระดับราชาเพียงคนเดียวนับแต่อดีตอันเนิ่นนานมาจนถึงปัจจุบัน!”
“สิ่งที่เขาวางแผนตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกก็รวมถึงข้าด้วย…เริ่มจากผสานความคิดของชะตาชีวิต ยืมผลกรรมเวร ขับเคลื่อนชะตาราชาเทพ ทำให้องค์ท่านยินดีที่จะสังเวยบูชาทุกอย่าง เพื่อเข้าสู่สายสะดือวิสุทธิ์เทพ
หลังจากนั้น ก็ชักนำซ่างฮวงขับไล่ข้า…เป้าหมายคือการให้ข้าเข้าสู่ระบบดาวที่สาม เพื่อปูทางสำหรับความคิดก้าวต่อไปของเขา”
“เขาคำนวณไว้อย่างแม่นยำว่าข้าจะไปยังระบบดาวที่สาม เพราะที่นั่น ข้าจะมีเศษเสี้ยวโอกาสที่จะรอด”
“และคำนวณไว้อย่างแม่นยำว่าข้าไม่สามารถเข้าสู่ ระบบดาวที่ห้าได้…เพราะที่นั่น ข้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
“ทีละก้าวๆ ทีละชั้นๆ ส่วนจุดเริ่มต้นคือสองคนนั้นที่ตัวเองก็เป็นผลลกรรมเวรของซ่างฮวงอยู่แล้ว!”
ภายในแนวคิดนั้น จิตเทพของราชาเทพชราก็เกิดระลอกคลื่นอารมณ์อย่างรุนแรง
เสียงหัวเราะ ค่อยๆ แผ่เป็นระลอกคลื่นออกมาภายใต้แนวคิดนั้น
“แต่ราชาเซียน เจ้าใช้ซ่างฮวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะเว้นระยะไว้ชั้นหนึ่ง ทำให้การแปดเปื้อนของผลกรรมเวรมีน้อยที่สุด แต่…ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ หรือ!”
เสี้ยวพริบตาต่อมา ภาพฉากที่ทำให้ตัวตนที่กำลังเฝ้าดูทุกสิ่งก็ต้องตกตะลึง ก็พลันปะทุขึ้นในแนวคิดนี้
ราชาเทพชรา องค์ท่านกลับเปลี่ยนทิศทาง พลิกกลับแนวคิดของตัวเองทันที มาปรากฏยัง…อีกตำแหน่งหนึ่งของระบบดาวที่สี่!
ที่นั่น ใกล้กับระบบดาวที่ห้าเป็นอย่างยิ่ง!
ภาพนี้ทำให้ระบบดาวอื่นๆ สั่นสะเทือนทันที
“คิดจะใช้ข้าเป็นหมาก…”
แนวคิดแผ่ไปยังพื้นที่เชื่อมต่อด้วยวิธีการที่ไม่อาจบรรยายได้ และในเสี้ยวพริบตาที่รุกรานระบบดาวที่ห้า จิตเทพของราชาเทพชราก็แผ่ไปทั่วสามสิบหกระบบดาวชั้นบน
“ข้าคือเทพเจ้าโดยกำเนิด สูงส่งมาทั้งชีวิต สังหารมานับไม่ถ้วน เดินทางมาจนถึงระดับราชาเทพ ทอดสายตามองเส้นทางสู่ วิสุทธิ์เทพ…”
ท่ามกลางเสียงก้องกังวานของจิตเทพ ราชาเทพต่างจิตใจเกิดคลื่นซัดโหม และแนวคิดที่แปรเปลี่ยนมาจากราชาเทพชราในเสี้ยวขณะนี้ก็เข้าสู่ระบบดาวที่ห้าอย่างแท้จริง
พลังวิญญาณเซียน เนื่องจากการดิ้นรนอย่างรุนแรงที่แผ่ออกมาขององค์ท่าน ก็แปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่น ท่ามกลางการต่อต้านนี้ ก็ทำให้แนวคิดเปลี่ยนจากไร้รูปร่างมามีรูปร่าง
ทำให้การซ่อนอำพรางของราชาเทพชราเกิดช่องโหว่ เผยให้เห็นรูปร่างอันน่าสะพรึงกลัวขององค์ท่าน
นั่นเป็นตัวตนขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยดวงดาวทั่วทั้งร่าง ในขณะที่รยางค์นับไม่ถ้วนแกว่งไกว ดวงดาวแต่ละดวงๆ ถือกำเนิดขึ้น ดวงดาวแต่ละดวงๆ ก็มอดดับไป
ราวกับว่า การดำรงอยู่ขององค์ท่าน เดิมก็เป็นส่วนหนึ่งของการโครจรของระบบดาวอยู่แล้ว
อีกทั้งเสียงขององค์ท่านก็ยังคงก้องกังวาน
“ในชาตินี้ผู้ใดที่วางแผนข้าล้วนหนีไม่พ้นชะตากรรมที่กำหนดไว้”
“ชะตาชีวิตเป็นเช่นนี้ และเจ้า…”
จิตเทพนี้ ดังก้องอยู่ในจิตใจของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในระบบดาวที่ห้า ราวกับเสียงสวรรค์คำราม ประดุจอัสนีบาตที่ฟาดผ่าไม่สิ้นสุด ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายคร่ำครวญ สรรพสิ่งทั้งปวงเหี่ยวแห้ง
ส่วนองค์ท่าน ท่ามกลางการแผ่ออกไปของจิตเทพ ก็เลือกที่จะเปิดเผยการซ่อนอำพรางของตนเอง ทำให้รูปลักษณ์ขององค์ท่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นในระบบดาวที่ห้า
ทำให้โชคชะตาแห่งระบบดาวที่ห้าเกิดระลอกคลื่นที่ยากจะรับไหว ขณะเดียวกัน จักรวาลและดวงดาวนับไม่ถ้วนก็สั่นไหวขึ้นในเสี้ยวขณะนี้ ราวกับว่าการรองรับถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว
และหลังจากเปิดเผยการซ่อนอำพรางของตนเองแล้ว ราชาเทพชราที่ยืนตระหง่านอยู่ในระบบดาวที่ห้า ร่องรอยการดำรงอยู่ของเขาก็ส่องประกายเจิดราวกับดวงดาวสะท้านสวรรค์
ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วน
และดึงดูดผู้ที่ไล่ล่าองค์ท่านด้วย
ดังนั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา ในความว่างเปล่าข้างหลังร่างหลักขององค์ท่าน รูม่านตาเคลือบทองก็พลันปรากฏขึ้น!
ในนั้นสะท้อนสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและสรรพสิ่งทั้งปวง มีจักรวาลที่ไม่สิ้นสุด ในขณะที่ยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต ก็เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจดูหมิ่นได้
เป็นดวงตาของซ่างฮวงนั่นเอง!
องค์ท่าน ในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏตัวขึ้นในระบบดาวที่ห้า ผู้บำเพ็ญทั้งหมดในระบบดาวที่ห้า ต่างมีสายฟ้าฟาดผ่าในใจ
แต่ละคนหวาดกลัวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ใจสั่นไม่หยุด อีกทั้งเลือดเนื้อก็แสดงความบิดเบี้ยวออกมา
ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ได้ปรากฏขึ้นในระบบดาวที่ห้าแล้ว
ในขณะที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายหน้าเปลี่ยนสี ดวงตาของซ่างฮวง ก็จับจ้องไปยังราชาเทพชราที่อยู่เบื้องหน้าแล้ว!
แต่ราชาเทพชราในขณะนี้กลับไม่ใส่ใจเลย ดวงตาขององค์ท่านเย็นชา สีหน้าเด็ดเดี่ยว จิตเทพในเสี้ยวขณะพลันพุ่งทะยานท่วมฟ้า หลอมผสานเจตจำนงของตัวเองเข้าไปในนั้น แปรเปลี่ยนเป็นคำพูดที่สั่นคลอนเซียน!
“ไม่มีใครที่ใช้ข้าเป็นหมากได้!”
“เจ้าใช้ข้าเป็นหมาก เช่นนั้น…กระดานหมากจะต้องพังทลาย!”
ในขณะที่ราชาเทพชรากล่าว องค์ท่านก็หันหลังกลับไปทันที เผชิญหน้ากับดวงตาของซ่างฮวง
ปล่อยให้ร่างกายของตนเองเกิดสัญญาณการสลายตัวไป ภายใต้สายตาของซ่างฮวง ไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย!
มีเพียงจิตเทพที่คำรามเลื่อนลั่นไปยังระบบดาวชั้นบน!
“ราชาเซียน ข้าขอสละโอกาสรอดในระบบดาวที่สาม และเลือกที่จะใช้ความตายของข้า ให้ลมหายใจของซ่างฮวงคงอยู่ใน ระบบดาวที่ห้าของเจ้าชั่วนิรันดร์!”
ในเสี้ยวพริบตาที่ความหยิ่งทะนงดังออกมาจากคำพูดขององค์ท่าน คุณสมบัติเทพของราชาเทพชราก็แผ่กระจายออกไปอย่างรุนแรง แปรเปลี่ยนเป็นแนวคิดนับไม่ถ้วน กลายเป็นเส้นทางชักนำ
และเสี้ยวพริบตาต่อมา สายตาของซ่างฮวงก็ปกคลุมร่างขององค์ท่านโดยสมบูรณ์ ยิ่งแผ่ลามไปอย่างรวดเร็วยังท้องฟ้าดาราทั่วทุกสารทิศตามเส้นทางที่แปรเปลี่ยนมาจากแนวความคิดขององค์ท่าน
ขอบเขตนั้นกว้างใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่เกือบสามส่วนของระบบดาวที่ห้าทั้งหมด!
จากนั้น ภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตและเทพเจ้าทั้งหลายต้องตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นแล้ว