พระเอกแสนดีผู้นี้คือสามีของข้า - ตอนที่ 13 : บทที่ 5 สร้างความอับอาย สอง (1/3)
หลังจากวันนั้นเหวินซีซีก็พักอยู่ที่เรือนของสกุลจ้าวอยู่
หลายวัน และไม่มีวันไหนเลยที่นางไม่ร้องไห้เสียใจ ในทุกวัน
นางจะเอาแต่ร่ำไห้กับความเสียใจที่ต้องพบเจอ แต่ในที่สุดก็
เหมือนว่านางจะคิดได้จึงเข้าไปคุยกับจ้าวเยว่ชิงถึงเรื่อง
ข้อเสนอนั้นภายในห้องหนังสือในตอนเช้า
ที่บ้านของตระกูลจ้าวในแต่ละวันแทบจะไม่มีคนอยู่
เพราะต้องออกไปตรวจตราดูแลกิจการร้านค้าต่างๆ มากมาย
หลายที่ เวลาจ้าวเยว่ชิงกระทำสิ่งใดครอบครัวจึงไม่ค่อยรู้
ความมากนัก อีกทั้งนางยังกำชับกับคนในบ้านเอาไว้อย่างเป็น
มั่นเป็นเหมาะ เลยไม่มีผู้ใดแพร่งพรายเรื่องออกไปให้ประมุข
ของบ้านหรือคนในครอบครัวได้ยิน
“คารวะเจ้าค่ะคุณหนูจ้าว” เหวินซีซีย่อกายทำความ
เคารพจ้าวเยว่ชิงที่นั่งอ่านตำราอยู่บนโต๊ะภายในห้องหนังสือ
“คิดได้แล้วหรือ” จ้าวเยว่ชิงละสายตาจากตำราในมือ
แล้วหันมามองผู้ที่เข้ามาใหม่ ไม่ต้องถามให้มากความนางก็
รับรู้ได้ว่าเม่นางเหวินผู้นี้เข้ามาหานางเพราะเรื่องใด
“เจ้าค่ะ ข้าอยากฟังข้อเสนอของท่าน” นัยน์ตาที่แน่ว
แน่ของเหวินซีซีช่างถูกใจจ้าวเยว่ชิงยิ่งนัก ดี…อย่างนี้ค่อยตก
ลงกันได้ง่ายหน่อย
“หึ! ได้สิ อย่างนั้นข้าขอถามสักอย่าง เจ้ายังรักจงเผย
ชวนอยู่หรือไม่” จ้าวเยว่ชิงปิดพับตำราในมือแล้ววางลงไปบน
โต๊ะ พร้อมกับลุกออกจากเก้าอี้และเดินตรงมาหาเหวินซีซีที่ยืน
อยู่ด้านหน้า พลางส่งสายตาไปให้อาเฟยนำเก้าอี้มาให้คน
ท้องแก่ได้นั่ง
“ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถตอบได้ว่ารักหรือเกลียดเขา
เพียงแต่ว่าตอนนี้ข้าอยากได้ผลประโยชน์สูงสุดให้กับลูกน้อย
ในครรภ์ของข้า ข้าอยากให้เขามีชีวิตที่ดี” เหวินซีซีนั่งลงบน
เก้าอี้ที่อาเฟยนำมาให้พร้อมกับค้อมหัวขอบคุณ
หัวอกของคนเป็นมารดาย่อมอยากให้บุตรได้อยู่อย่าง
สุขสบายและมีความสุข หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรค่อยไป
ตายกันเอาดาบหน้าก็แล้วกัน ในตอนนี้นางเพียงแค่อยาก
มั่นใจว่าบุตรของนางจะได้รับผลประโยชน์ขั้นสูงสุดก็เท่านั้น
“หากเจ้าให้ความร่วมมือกับข้า เจ้าก็จะได้อย่างที่หวัง
แน่นอน แต่ถ้าไม่เจ้าก็ต้องไปขวนขวายเอาเอง” จ้าวเยว่ชิงยิ้ม
เย็นพลางลูบคางมนของตนเองอย่างเจ้าเล่ห์
“ข้าพร้อมเจ้าค่ะ” เหวินซีซีตอบรับอย่างตั้งมั่น นาง
ตั้งใจแล้วว่าจะให้ความร่วมมือกับคุณหนูจ้าว เพราะว่านางไม่
มีทางเลือกอีกแล้ว…
หากไม่ได้คุณหนูจ้าวให้ความช่วยเหลือเหวินซีซีก็แทบ
คิดไม่ออกเลยว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร นางและบุตรใน
ครรภ์ก็เป็นเพียงคนธรรมดาไม่สามารถเอาผิดคนพวกนั้นหรือ
มาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองได้ เมื่อได้คุณหนูจ้าวชี้
ทางให้นั่นนับว่าเป็นบุญคุณอย่างเหลือล้นแล้ว
“ดี อย่างนั้นจงเชื่อฟังข้า” จากนั้นจ้าวเยว่ชิงจึงพูดถึง
แผนการที่ต้องขอความร่วมมือจากเหวินซีซี นั่นก็คือการหัก
หน้าจงเผยชวนในงานแต่งงานอย่างในตอนนี้อย่างไรล่ะ
จ้าวเยว่ชิงได้ให้เหวินซีซีช่วยนางเล่นละครให้สมบทบาท
เพื่อป่าวประกาศให้ผู้คนได้รู้ว่าจงเผยชวนนั้นเลวทรามเพียงใด
อีกทั้งยังสามารถพังงานแต่งงานในวันนี้ของหญิงโฉดชายชั่วได้
อีกด้วย ได้กำไรตั้งหลายต่อ…เป็นเช่นนี้แล้วจ้าวเยว่ชิงจะไม่สุข
ใจได้อย่างไรกัน
หากถามว่าแล้วเหวินซีซีจะได้ผลประโยชน์ใดจากการ
กระทำในครั้งนี้ ก็อาจจะโดนรับไปเป็นภรรยาอีกคนของจงเผย
ชวนอย่างไรล่ะ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นภรรยาเอกแต่รับรองได้ว่า
ชีวิตความเป็นอยู่ของนางและลูกน้อยจะได้อยู่อย่างไม่ขัดสนมี
กินมีใช้ตลอดไป
เพราะฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลจงนั้นเป็นคนเที่ยงตรง
และยุติธรรม ก่อนหน้านี้นางอาจจะไม่ทราบถึงเรื่องราวที่
หลานชายได้ทำไว้กับจ้าวเยว่ชิงเพราะว่าทั้งครอบครัวได้ปิด
เอาไว้ แต่ว่านางจะต้องให้ความยุติธรรมแก่เหวินซีซีและลูก
น้อยในอนาคตได้เป็นแน่ อีกทั้งบุตรในครรภ์ของเหวินซีซียัง
เป็นบุตรชายอีกด้วย เป็นหลานชายคนแรกอย่างนี้จะไม่สร้าง
ความน่ายินดีให้แก่ตระกูลจงหรอกหรือ
และเรื่องนี้ผู้คนก็ต่างรับรู้กันโดยทั่วหากไม่รับไว้คงโดน
ตราหน้าเป็นแน่ ส่วนกับฉู่เจียวเจียวนั้นจะเป็นอย่างไรนางไม่
ขอพูดถึง ให้ทั้งคู่ไปรบกันในบ้านก็แล้วกัน เหวินซีซีทั้งงามกว่า
และสาวกว่าเพียงนี้จงเผยชวนก็คงจะหลงใหลอยู่ไม่น้อย ยิ่ง
กับสตรีหลังคลอดยิ่งงดงามมีน้ำมีนวลขึ้นเป็นเท่าตัว…
“ว่าอย่างไรนะ!!” ฉู่เจียวเจียวเดินออกมาหาเหวินซีซี
พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธ นางโมโหทั้งผู้เป็น
สามีและโมโหสตรีนางนี้ที่มาแอบอ้างว่าเป็นภรรยาของเขา
แถมท้องยังโตอีกต่างหาก!! อย่างนี้มันช่างหยามหน้ากันเกินไป
แล้ว
“ข้าเป็นภรรยาของพี่เผยชวน…” เหวินซีซีกล่าวทั้ง
น้ำตา นางทำตัวน่าสงสารให้ผู้อื่นเห็นใจเพราะได้เรียนรู้มาจาก
จ้าวเยว่ชิงอย่างไรล่ะ บทเรียนนี้จ้าวเยว่ชิงตั้งใจอบรมสั่งสอน
นางเป็นอย่างดีเลยเชียวล่ะ เพื่อให้การเล่นละครในวันนี้ผ่านไป
อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง