พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 28 การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว
หวงเยี่ยยืนนิ่งอยู่เหนือพื้นหินที่แตกร้าว ใช้ห้วงความคิดตรวจสอบข้อมูลของตนเองอีกครั้ง พร้อมกับแต้มพลังวิญญาณที่ยังคงเหลืออยู่
หน้าจอโปร่งแสงปรากฏขึ้นภายในจิตสำนึก ตัวเลขและข้อมูลเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ รอคอยการตัดสินใจของเขา
ในท้ายที่สุด เสียงใสกระจ่างของระบบกลืนกินมังกรก็ดังขึ้นภายในความคิด
【โฮสต์คะ】
【ในตอนนี้สิ่งสำคัญก็คือศักยภาพและรากฐาน ทั้งร่างกายและพลังวิญญาณก็ควรที่จะเพิ่มระดับมันให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น】
【ดิฉันจึงแนะนำให้โฮสต์นำแต้มที่เหลือนี้ไปเพิ่มระดับร่างกายและพลังวิญญาณอีกขั้นนึง ให้กลายมาเป็นระดับหนึ่งขั้นสูงสุด】
คำดังกล่าวทำให้หวงเยี่ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางไล่สายตาอ่านข้อมูลอีกครั้งอย่างละเอียด
การใช้แต้มวิญญาณเพื่อพัฒนาพลังในช่วงนี้ยังคงต้องการจำนวนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้รับ
“รากฐาน..”
คำๆนี้สะท้อนในใจเขา เพราะหากฐานรากไม่มั่นคง ต่อให้มีเจตจำนงระดับราชา มันก็ยากจะดึงพลังออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ
หวงเยี่ยพอได้รับฟังก็พลันเห็นด้วยอยู่ไม่น้อย
“งั้นเอาตามที่เธอว่าละกัน”
“ใช้ 3,200 แต้มไปเพิ่มระดับให้กับร่างกายและพลังวิญญาณ!”
คำสั่งถูกถ่ายทอดผ่านความคิดโดยตรง
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ระบบกลืนกินมังกรก็หักแต้มวิญญาณที่มีอยู่ เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นภายในจิตสำนึก
จากนั้นกระบวนการพัฒนาเริ่มต้นขึ้นโดยไม่รอช้า
พลังบางอย่างหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหวงเยี่ยอย่างรวดเร็ว เส้นชีพจรทุกสายสั่นสะท้าน ลมหายใจของเขาหนักขึ้นชั่วขณะก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะ ร่างกายแปรเปลี่ยนทีละส่วน กล้ามเนื้อที่เพิ่งได้รับการเสริมสร้างไม่นานกลับถูกขัดเกลาอีกครั้ง
ความร้อนอุ่นไหลเวียนอยู่ภายในกระดูกและไขกระดูก เส้นเอ็นตึงแน่นก่อนจะคลายตัวอย่างสมบูรณ์
ขณะเดียวกัน พลังวิญญาณที่หล่อเลี้ยงเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาก็พวยพุ่งออกมาจากต้นไม้สีม่วงในจิตสำนึก
รากฐานนั้นเรืองแสงชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เส้นใยพลังหมุนวนอย่างเป็นระเบียบ
เขารับรู้ได้ถึงการขยายตัวของกระแสพลัง เหมือนแม่น้ำสายเล็กที่กลายเป็นลำน้ำกว้างใหญ่
แรงดันภายในอกเพิ่มสูงขึ้นก่อนจะค่อยๆสงบลง กระบวนการพัฒนาเสร็จสิ้นในที่สุด
ข้อมูลใหม่ปรากฏขึ้น
【พลังวิญญาณระดับหนึ่งขั้นสูงสุด】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 2,400
【ร่างกายระดับหนึ่งขั้นสูงสุด】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 2,400
ตัวอักษรชัดเจนยิ่งกว่าครั้งก่อน ทำให้ตัวของหวงเยี่ยต้องเผยรอยยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เลว.. นี่ถือเป็นความเร็วในการพัฒนาที่รวดเร็วและร้ายกาจอย่างมาก”
“ข้าเคยได้ยินมาว่าการจะเป็นนักล่ามังกรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดได้นั้น”
“จำเป็นต้องมีทรัพยากรเสริม รวมถึงวิชาขับเคลื่อนพลังระดับกลางหรือแม้กระทั่งระดับสูงในการสนับสนุน!”
“ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลานับอาทิตย์หรือเดือน ทุ่มเทแรงกายแรงใจและทรัพย์สินเพื่อไปให้ถึงขั้นนี้”
“แต่ข้าขอเพียงแค่มีแต้มวิญญาณเพียงพอ ข้าหวงเยี่ยก็สามารถพัฒนาสองส่วนนี้ได้โดยตรง!”
“ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงพวกนี้ก็เกี่ยวพันกับเจตจำนงแห่งพลังโดยตรงอีกด้วย”
“พลังวิญญาณถือเป็นรากฐานแห่งเจตจำนง”
“ถ้ามันแข็งแกร่ง เจตจำนงที่ว่าก็ยิ่งแข็งแกร่งตาม!”
“ไม่มีอะไรเสียหายเลยที่จะใช้แต้มวิญญาณไปกับการพัฒนาที่สำคัญครานี้!”
หลังกล่าวจบ หวงเยี่ยก็กำหมัดของตนเองแน่น เส้นเอ็นบนหลังมือปรากฏชัด พลังอำนาจไหลเวียนอยู่ในตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
เขารู้สึกได้ถึงความแน่นหนาในทุกส่วนของร่าง ราวกับผ่านการชำระล้างอย่างล้ำลึก
ความเหนื่อยล้าที่หลงเหลือจากการต่อสู้ก่อนหน้าถูกกลบเลือนไป
พลังวิญญาณที่เคยหมุนวนเป็นวงแคบ บัดนี้ขยายตัวอย่างมั่นคง
ร่างกายและพลังวิญญาณประสานกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างแนบแน่น
หวงเยี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้าเหนือศีรษะ ดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นเลยก็ว่าได้
《การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว โปรดกลับมารวมตัวกันภายในสิบนาที》
กระทั่งผ่านไปอีกชั่วครู่หนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์บนข้อมือของนักเรียนทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมกัน
สัญญาณนั้นเป็นประกาศสิ้นสุดของการแข่งขันอันดุเดือดในครานี้ ข้อความเรืองแสงปรากฏบนหน้าจอข้อมือ บอกชัดว่าการทดสอบได้จบลงแล้ว และนักเรียนทุกคนที่ยังอยู่ภายในเขตพื้นที่ต้องเดินทางกลับไปยังบริเวณทางเข้าโดยเร็วที่สุด
บรรยากาศที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและแรงกดดันจากการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรมังกร พลันแปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายอันมีระเบียบ เสียงฝีเท้าดังสลับกันไปมา นักเรียนแต่ละคนทยอยเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ตนอยู่ บ้างเร่งรีบ บ้างเดินช้าๆด้วยความอ่อนล้า
หวงเยี่ยเหลือบมองอุปกรณ์บนข้อมือของตน และเข้าใจดีว่าทุกอย่างได้จบลงแล้วสำหรับรอบนี้
นิ้วเรียวยาวแตะเปิดหน้าต่างคะแนนการแข่งขันล่าสุด
ข้อมูลปรากฏขึ้นอย่างเป็นระเบียบ
《คะแนนการทดสอบ》
《อันดับที่หนึ่ง หวงเยี่ยซื่อจื่อ 13,950 คะแนน》
《อันดับที่สอง เหยินเฟย 7,300 คะแนน》
《อันดับที่สาม เย่หมิง 7,190 คะแนน》
《อันดับที่สี่ เย่ซันเป่ย 6,320 คะแนน》
《อันดับที่ห้า เอ้อหลงจิง 5,990 คะแนน》
ตัวเลขที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม
หวงเยี่ยหัวเราะเบาๆในลำคอ ท่าทางเต็มไปด้วยความพอใจ
“หึหึ มันก็ไม่แปลกหรอกที่ข้าจะมีคะแนนเหนือมากกว่าคนอื่นๆร่วมเท่าตัว”
“เพราะในช่วงชั่วโมงหลังข้าเน้นไปที่สัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่งและสัตว์อสูรมังกรระดับสองเสียส่วนใหญ่”
“แล้วข้าสามารถปิดฉากพวกมันได้ในทันทีด้วยเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา!”
“เพราะงั้น.. ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ!”
เขาปิดหน้าต่างข้อมูลอย่างสงบ
ในตอนนี้หวงเยี่ยเชื่อมั่นว่าตนเองได้ต้องตาบรรดามหาวิทยาลัยชั้นนำในโลกของนักล่ามังกรเรียบร้อยแล้ว
คะแนนที่ห่างจากอันดับสองเกือบสองเท่า มิใช่เพียงตัวเลข หากเป็นประกาศศักยภาพอย่างชัดเจน และด้วยความสามารถที่เหนือชั้นเช่นนี้ ทางมหาวิทยาลัยต่างๆย่อมต้องยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนใจมาให้
การเลือกสภาพแวดล้อมแห่งใหม่ที่ตนจะต้องเดินทางไป ย่อมส่งผลต่อเส้นทางในอนาคตอย่างลึกซึ้ง
สถานที่ใดจะเหมาะสมกับการเติบโตของเขามากที่สุด
ทรัพยากรแบบใดจะช่วยผลักดันศักยภาพให้ก้าวไกล
คำถามเหล่านี้แล่นผ่านในความคิดอย่างเป็นระบบ
และเมื่อกลับมาถึงจุดรวมตัวอีกครั้ง นักเรียนกว่าเก้าสิบคนยืนกระจายตัวอยู่ในลานกว้าง
ใบหน้าของแต่ละคนสะท้อนอารมณ์แตกต่างกัน บ้างยิ้มโล่งใจ บ้างนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิด
ต้องไม่ลืมว่าในตอนเริ่มต้นนั้น มีผู้เข้าแข่งขันนับสองร้อย แต่ผู้ที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ มีเพียงไม่ถึงครึ่ง
ส่วนคนที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกไปตั้งแต่กลางคัน บัดนี้พวกเขานั่งคอตกอยู่ด้านข้าง บางคนจ้องมองพื้นดิน บางคนกำหมัดแน่น สีหน้าหมดอาลัยตายอยากอย่างชัดเจน
ความแตกต่างระหว่างผู้ที่อยู่รอดและผู้ที่พลาดโอกาส ปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด
ทันทีที่หวงเยี่ยก้าวเข้ามาในลานกว้าง สายตาจำนวนมากก็หันมาจับจ้อง ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีฟ้าสว่างสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่าย เขายืนอย่างสงบ พลังที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติกลับทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตา
บางคนกระซิบกระซาบ บางคนเพียงเฝ้ามองเงียบๆ ไม่ต้องกล่าวถึงบรรดาเจ้าหน้าที่และอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหน้า
อาจารย์ใหญ่เหยียนลี่และเหล่าอาจารย์ต่างมองมาที่เขาอย่างชัดเจน
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนผู้ยืนอยู่ข้างหน้าก้าวออกมาเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเปล่งประกายอย่างยากจะปิดบัง
“ยอดเยี่ยม! มันยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าชายน้อยแห่งสถาบันของพวกเรา!”
เสียงของเขาดังชัดเจน เต็มไปด้วยความภาคภูมิ
“นั่นเป็นพลังแห่งเจตจำนงที่ร้ายกาจและน่าสะพรึงกลัวมาก!”
“รากไม้สีม่วงเข้มของเจ้าถึงขั้นไม่เกรงกลัวต่อความร้อนของเปลวไฟ!”
“ทั้งๆที่ในหลักการธาตุที่หมุนเวียนกันอยู่ภายใต้กฎ สิ่งมีชีวิตมากมายก็ย่อมรู้ดีว่าพฤกษานั้นย่อมต้องถูกไฟแผดเผา!”
“แต่พลังของเจ้ากลับ..”
ชายร่างอ้วนสูดลมหายใจลึก ประโยคของเขาขาดหายไปกลางคัน ราวกับไม่อาจหาถ้อยคำที่เหมาะสมมาบรรยายได้
ความรู้สึกตื่นเต้นทำให้ใบหน้าเขาแดงจัดยิ่งกว่าเดิม
สำหรับอาจารย์ใหญ่ของสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานแห่งนี้ การที่หวงเยี่ยปรากฏตัวออกมาพร้อมผลงานเช่นนี้ ย่อมถือเป็นเกียรติยศสูงสุด มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จของนักเรียนคนหนึ่ง ทั้งหมดถือเป็นชื่อเสียงของสถาบันทั้งหมด
หวงเยี่ยฟังคำกล่าว และเข้าใจถึงเรื่องราวนี้ดี
การเป็นนักล่ามังกรที่มีศักยภาพเปิดกว้างเช่นนี้ ย่อมทำให้คนรอบตัวพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย
ชื่อเสียงของเขาจะสะท้อนกลับไปยังสถาบัน โอกาสของสถาบันจะเพิ่มพูนขึ้นจากผลงานของเขา นี่คือความเชื่อมโยงที่ไม่อาจปฏิเสธได้