พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 29 ผู้กลืนกินมังกร
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้สนามการทดสอบการต่อสู้จริงในครานี้ หวงเยี่ยซื่อจื่อได้กลายเป็นอันดับที่หนึ่งไปโดยปริยาย ด้วยคะแนนที่มากกว่าอันดับสองไปถึงช่วงตัว ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นหลักฐานชัดแจ้งถึงพลังอำนาจที่เขาครอบครอง
ไม่มีข้อกังหาใดๆต่อศักยภาพของเขาอีกต่อไป
ในหมู่นักเรียนทั้งหลาย ชื่อของหวงเยี่ยถูกเอ่ยถึงอย่างต่อเนื่อง
บางคนมองด้วยสายตาชื่นชม บางคนเต็มไปด้วยแรงผลักดัน บางคนปิดบังความอิจฉาไว้ใต้รอยยิ้มบางเบา
ขณะเดียวกัน ข่าวลือเกี่ยวกับเขาเริ่มแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วในแวดวงนักล่ามังกรที่แข็งแกร่ง การที่นักเรียนจากสถาบันพื้นฐานสามารถสำแดงเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาได้เช่นนั้น ย่อมทำให้ผู้คนระดับสูงเริ่มจับตามอง
ทว่าในท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการพูดถึงความสำเร็จ มันก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่รอการสะสาง
เรื่องการเดิมพันก่อนหน้าระหว่างหวงเยี่ยกับเทพธิดาเหยินเฟย
เมื่อความตื่นเต้นเริ่มคลี่คลาย สายตาหลายคู่ก็หันไปยังหญิงสาวผู้ยืนอยู่ไม่ไกล
เหยินเฟยในตอนนี้มีสีหน้าบึ้งตึงอย่างชัดเจน ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาทอประกายขุ่นเคืองที่พยายามกดกลั้น สมาร์ทโฟนสีเงินหรูหราถูกหยิบขึ้นมา นิ้วเรียวแตะหน้าจออย่างรวดเร็ว เสียงแจ้งเตือนการโอนเครดิตดังขึ้นเบาๆ
ยอดเครดิตกว่าหนึ่งแสนถูกโอนไปยังบัญชีของหวงเยี่ย
การกระทำของนางไม่ได้อ้อมค้อม ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการต่อรอง
หวงเยี่ยมองการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของตน จากนั้นเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ขอบคุณสำหรับเครดิตถึงหนึ่งแสนนะเหยินเฟย”
“ไว้วันหลังค่อยมาใช้บริการใหม่ละกันนะ”
น้ำเสียงของเขาทำให้ผู้ฟังรู้สึกแสบสัน ทำให้เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นจากนักเรียนรอบข้าง
สำหรับหวงเยี่ย การมีเครดิตกว่าหนึ่งแสนเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก
เขาไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุน ไม่มีรายรับที่แน่นอน ทุกอย่างที่ได้มาต้องอาศัยความสามารถของตนเอง
เงินจำนวนนี้เพียงพอจะทำให้เขาดำรงชีวิตอย่างสบายไปอีกนาน
เหยินเฟยกำหมัดแน่น
“หุบปากไปเลยไอ้เจ้าบ้า ชาตินี้เราไม่ขอเดิมพันอะไรกับคนแบบนายอีกแล้ว!”
น้ำเสียงและท่าทางของนางสะท้อนถึงความหงุดหงิดอย่างชัดเจน
ใบหน้าขาวเนียนแดงเรื่อด้วยความโกรธผสมอับอาย นางหันหลังอย่างรวดเร็ว พลางกระทืบเท้าเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ขณะที่การกระทำของนางเรียกเสียงหัวเราะจากผู้คนรอบด้านอย่างมาก
ใครจะไปคิดเล่าว่าความห่างชั้นระหว่างเจตจำนงระดับสูงกับเจตจำนงระดับราชาจะมากมายถึงเพียงนี้
แม้เจตจำนงธาตุไฟระดับสูงของเหยินเฟยจะทรงพลัง อาณาเขตเพลิงนรกของนางก็ร้ายกาจอย่างยิ่งยวด เปลวไฟที่นางควบคุมได้สามารถเผาผลาญทุกสิ่งภายในขอบเขต กดดันคู่ต่อสู้จนยากจะตั้งตัว
ทว่ารากไม้สีม่วงเข้มของหวงเยี่ยสามารถทะลวงได้กระทั่งสัตว์อสูรมังกรระดับสอง
พลังที่ยึดโยงกับเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชานั้น มิได้ถูกจำกัดด้วยหลักการธาตุพื้นฐานที่คนทั่วไปยึดถือ
ความแตกต่างของทั้งสองจึงชัดเจนราวกับเส้นแบ่งที่วาดไว้บนพื้นดิน
สายตาของผู้ที่ได้เห็นการต่อสู้ในช่วงชั่วโมงหลัง ย่อมรับรู้ถึงความห่างชั้นนั้นโดยไม่ต้องอธิบาย
ขณะบรรยากาศยังเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนก็ยกมือขึ้นแล้วตบมือดังสองครั้ง
เสียงปรบมือก้องชัดเจนจนผู้คนทยอยเงียบลง
“เอาละๆ การทดสอบครานี้เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งทางสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานของพวกเราก็ไม่มีคุณสมบัติอะไรในการสั่งสอนพวกเจ้าอีก”
“เพราะพวกเจ้าถือเป็นนักล่ามังกรเต็มตัวแล้ว”
คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นักเรียนบางคนเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นเต้น บางคนหลุบตาลงด้วยความตื้นตัน
“จะออกผจญภัยไปในผืนฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล”
“หรือจะเข้าไปศึกษาร่ำเรียนภายใต้มหาวิทยาลัยนักล่ามังกรชั้นนำ”
“ทั้งหมดมันก็เป็นเส้นทางที่พวกเจ้าต้องเลือกเดินและครุ่นคิดให้ดี”
“แต่ก่อนจะถึงวันนั้น.. วันนี้กลับเมือง A กันก่อนเถอะ แล้วพรุ่งนี้ทางสถาบันจะมีหลักสูตรจบการศึกษาให้แก่พวกเจ้าทุกคน!”
ชายร่างอ้วนยิ้มบางๆ ทำให้เกิดเสียงถอนหายใจโล่งอกดังขึ้นประปราย
คำประกาศนั้นเสมือนปิดฉากช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
นักเรียนหลายคนมองหน้ากันอย่างมีความหมาย เพราะช่วงเวลาที่เคยฝึกฝนร่วมกันตลอดกว่าสองปีกำลังจะสิ้นสุดลง
หวงเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นอย่างเงียบงัน และเข้าใจดีว่าจากนี้ไป เส้นทางของแต่ละคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงก้าวแรก ผืนฟ้าที่อาจารย์ใหญ่กล่าวถึง ทั้งหมดมันกำลังรออยู่เบื้องหน้า
…
หลังจากกลับมาถึงเมือง หวงเยี่ยก็เดินทางออกจากสถาบันในทันที
สายลมของยามเย็นพัดผ่านถนนกว้างใหญ่ อาคารสูงเรียงรายสองฝั่งทางสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนลงเรื่อยๆ
ผู้คนสัญจรไปมาอย่างคึกคัก กลิ่นอาหารจากร้านรวงริมทางลอยแตะจมูกเป็นระยะ
หวงเยี่ยเดินอย่างมั่นคง จุดหมายของเขาชัดเจน ห้างขายสินค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง
ประตูกระจกบานสูงเปิดอัตโนมัติเมื่อเขาก้าวเข้าไป ภายในสว่างไสว แสงไฟสีขาวสะท้อนพื้นหินอ่อนเรียบลื่น
เขามุ่งหน้าไปยังโซนวัตถุดิบสดโดยตรง กลิ่นเนื้อและเครื่องเทศผสมปนกันอย่างเป็นระเบียบ
สินค้าถูกจัดวางอย่างสวยงาม แพ็คสุญญากาศเรียบร้อย ป้ายราคาแสดงตัวเลขอย่างชัดเจน
สายตาของเขาหยุดลงตรงตู้แช่กระจกใส
ภายในนั้นคือเนื้อของสัตว์อสูรมังกรหลากหลายรูปแบบ
บางชิ้นมีสีแดงเข้มราวกับเพลิงอันร้อนแรง บางชิ้นแฝงประกายคล้ายเส้นใยสีเงินพาดผ่านเนื้อเยื่อ บางชิ้นหนาแน่นจนดูแข็งแรงผิดธรรมดา
ฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ระบุแหล่งที่มาและระดับของสัตว์อสูรอย่างละเอียด
ราคาที่ติดอยู่ด้านล่างสูงลิ่วจนคนทั่วไปต้องลังเล
หวงเยี่ยยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่ได้ตื่นตะลึงกับราคา หากกำลังพิจารณาอย่างจริงจัง
แม้เครดิตของเขาในตอนนี้จะมากกว่าหนึ่งแสน แต่เขาไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุน ไม่มีรายรับแน่นอน ทุกอย่างต้องคำนวณด้วยตนเอง
วัตถุดิบเช่นนี้ถือเป็นของฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นสำหรับคนที่อยู่ตัวคนเดียว
เขาส่ายหน้าแล้วเลื่อนสายตาออกจากตู้แช่ ทว่าความคิดหนึ่งกลับผุดขึ้นในใจ
ด้วยคุณสมบัติพิเศษของสัตว์อสูรมังกร มันแตกต่างไปจากอาหารโดยปกติอย่างสิ้นเชิง
“ถ้าจำไม่ผิด.. สัตว์อสูรมังกรหรือกระทั่งเผ่าพันธุ์มังกร ทั้งเลือด ทั้งเนื้อ รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆของพวกมัน”
“ทั้งหมดต่างก็เป็นพิษต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยสมบูรณ์!”
“ถ้าไม่ผ่านกระบวนการพิเศษเพื่อลดทอนอำนาจของมัน อย่าหวังเลยว่ามนุษย์จะสามารถจัดการอะไรที่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกรได้”
ภาพการปรุงแต่งที่ซับซ้อน การสกัดพิษ การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น
ทว่าในความทรงจำของเขา ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
มีนักล่ามังกรรูปแบบหนึ่งที่แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างยิ่ง
เนื่องจากร่างกายที่พิเศษ พวกเขาจึงสามารถกลืนกินโลหิตมังกรและเนื้อของพวกมันได้โดยตรง
ไม่ต้องผ่านการแปรรูป ไม่ต้องลดทอนพลัง
กลืนกินเข้าไป แล้วเปลี่ยนพลังอำนาจแห่งเผ่าพันธุ์มังกรให้กลายเป็นของตนเอง
“มันถูกเรียกว่า.. ”
“ผู้กลืนกินมังกรใช่ไหมนะ?”
หวงเยี่ยครุ่นคิดอย่างจริงจัง สายตายังคงทอดมองเนื้อในตู้แช่ แต่จิตใจกลับดำดิ่งลึกลงไป
เสียงของระบบกลืนกินมังกรดังขึ้นภายในจิตสำนึกอย่างชัดเจน
【ถูกต้องค่ะโฮสต์ ร่างกายของคนเหล่านี้จะพิเศษกว่านักล่ามังกรคนอื่นๆ พวกเขาเปรียบได้เป็นมังกรที่อยู่ภายในร่างกายของมนุษย์ มีอำนาจในการกลืนกินโลหิตมังกรและหัวใจของพวกมันได้โดยตรง】
【อีกทั้งด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ พวกเขายังสามารถกินเปลวไฟ กินสายน้ำ หรือกระทั่งกินสายฟ้าของเหล่ามังกรได้โดยตรง แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของเจตจำนงธาตุที่ตนเองได้ครอบครอง】
หวงเยี่ยนิ่งงัน ภาพในหัวของเขาเริ่มชัดเจนขึ้น เปลวเพลิงอันร้อนแรงถูกคว้าเข้าปากโดยไม่ลังเล สายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้าถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ หรือกระทั่งสายน้ำที่บ้าคลั่งถูกดูดซับจนหมดสิ้น
【ซึ่งโฮสต์ในอนาคตเองก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ เพราะงั้นไม่ต้องไปอิจฉาพวกมันหรอกนะเจ้าค่ะ】
【ผู้กลืนกินมังกรเกือบทั้งหมด ย่อมสามารถกลืนกินมังกรได้เพียงแค่ธาตุเดียว ใช้พลังเหล่านั้นมาเสริมแกร่งและฟื้นฟูอำนาจของตนเอง ทว่าในอนาคต ระบบเช่นดิฉันจะทำให้ท่านสามารถกลืนกินเผ่าพันธุ์มังกรได้ทุกธาตุ เรียกได้ว่ากลายมาเป็นผู้กลืนกินมังกรที่สมบูรณ์แบบ】
คำสุดท้ายนั้นดังก้องอยู่ในห้วงจิต
ผู้กลืนกินมังกรที่สมบูรณ์แบบ ทำให้หวงเยี่ยรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างฉับพลัน สั่นสะท้านทั้งกายและใจอย่างยากจะควบคุม
ในจินตนาการของเขา เปลวเพลิงไม่ใช่อันตราย แต่เป็นของว่าง สายฟ้าไม่ใช่ภัยพิบัติ แต่เป็นพลังงานอันโอชะ สายน้ำที่กึกก้องไม่ใช่แรงทำลาย แต่เป็นสารอาหารชั้นเลิศ ภาพนั้นชัดเจนจนแทบสัมผัสได้ถึงรสชาติ
ความรู้สึกตื่นเต้นไหลเวียนไปทั่วร่าง
เพราะหากวันหนึ่งเขาสามารถทำเช่นนั้นได้จริง เขาจะไม่ถูกจำกัดด้วยหลักการธาตุ จะไม่ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดที่มนุษย์ทั่วไปต้องยอมรับ
และเขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของผู้กลืนกินมังกรทั้งปวงเลยก็ว่าได้