พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 31 สถานบันการฝึกฝนชั้นนำของทวีป
หลังจากที่พิธีสำเร็จการศึกษาสิ้นสุดลง
เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องที่เคยกึกก้องค่อยๆจางหายไป เหลือเพียงบรรยากาศอันอ้อยอิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ของสถาบัน นักเรียนแต่ละคนเริ่มแยกย้ายออกจากห้องโถงใหญ่ไปตามเส้นทางของตนเอง
บางกลุ่มเดินออกไปพร้อมเสียงหัวเราะและการหยอกล้อ
บางคนโอบกอดกันแน่นเหมือนต้องการจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้นานที่สุด
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะไปกินเลี้ยงร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองวันสำคัญนี้ โต๊ะอาหารในย่านการค้าของเมืองเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงชนแก้ว และเสียงหัวเราะที่แฝงทั้งความสุขและความเศร้าปะปนกันไป
ขณะที่อีกหลายคนเลือกจะนั่งอยู่ตามมุมเงียบๆของสถาบัน พูดคุยกันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
พวกเขารับรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป เส้นทางในฐานะนักล่ามังกรของแต่ละคนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บางคนอาจได้เข้าสู่ขั้วอำนาจใหญ่ บางคนอาจเลือกเส้นทางอิสระ บางคนอาจเผชิญอันตรายตั้งแต่ก้าวแรก
ไม่มีใครรู้ว่าครั้งหน้าที่จะได้พบกัน จะเป็นในฐานะใด หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย
หวงเยี่ยเองไม่ได้อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ไปเฉลิมฉลอง เขายืนอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะถูกเรียกตัวไปยังห้องรับรองของอาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ภายในห้องรับรอง บรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักภายนอกอย่างสิ้นเชิง แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานสูง ทอดเงาอ่อนลงบนพื้นไม้ขัดเงา โต๊ะน้ำชาถูกจัดวางอย่างประณีต กลิ่นชาอ่อนๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
และในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงอาจารย์ใหญ่เท่านั้น สายตาของหวงเยี่ยกวาดมองไปยังบุคคลที่นั่งอยู่
คนแรกคือชายวัยกลางคน ร่างกายกำยำ หน้าตาคมเข้ม ด้านหลังสะพายดาบเล่มใหญ่ที่ดูหนักอึ้งจนแทบจะกดอากาศให้จมลง สีหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่ามีแรงกดดันบางอย่างแผ่ออกมาโดยไม่ต้องพยายาม
คนที่สองคือชายหนุ่มรูปร่างผอมเพรียว รอยยิ้มของเขาแฝงความเจ้าเล่ห์ ดวงตาหรี่เล็กน้อยราวกับกำลังมองทะลุความคิดของผู้อื่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเรียบง่าย ทว่าท่วงท่ากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ส่วนอีกคนหนึ่ง คือหญิงสาวที่ค่อนข้างจะออกไปทางวัยกลางคน นางงดงามอย่างโดดเด่น เส้นผมสีทองตัดสั้นประบ่า ใบหน้าคมชัด แววตาเย้ายวนแฝงความสุขุม รูปร่างอวบอิ่มสมบูรณ์ เสื้อผ้าไหมสีขาวลวดลายตัดทองแนบสนิทกับเรือนกาย ขับเน้นสัดส่วนอย่างชัดเจน
บรรยากาศรอบตัวนางชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงเสน่ห์ที่ยากจะละสายตา
อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่หัวเราะออกมาเมื่อเห็นหวงเยี่ยก้าวเข้ามา
“ตัวเอกเรามาแล้ว”
“เข้ามาสิเจ้าชายน้อย!”
“พวกท่านเหล่านี้คืออาจารย์จากสถาบันการฝึกฝนชั้นนำของทวีปทางเหนือ”
“และพวกเขาก็หมายที่จะให้เจ้าเข้าไปฝึกฝนยังขั้วอำนาจของตนเอง”
หวงเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง ชายวัยกลางคนที่สะพายดาบก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง พลังวิญญาณอันรุนแรงพลันระเบิดออกจากร่างของเขาโดยไม่ปิดบัง คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายไปทั่วห้องรับรอง โต๊ะน้ำชาสั่นไหว ถ้วยกระเบื้องกระทบกันเกิดเสียง อากาศภายในหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยภูเขา
ทว่าหวงเยี่ยยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ไม่มีการถอย ไม่มีการขยับ
แม้แต่เปลือกตาก็ไม่สั่นไหว
เขาเพียงเบะปากเล็กน้อย แสดงออกถึงความรู้สึกไม่พอใจมากกว่าจะหวาดกลัว
การตอบสนองเช่นนั้นทำให้ชายวัยกลางคนชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็นผู้ครอบครองเจตจำนงระดับราชา!”
“กระทั่งแรงกดดันของข้าก็ยังไม่กระทั่งกระพริบตาเลยซักนิด!”
พลังวิญญาณค่อยๆ คลายลง อากาศกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ
ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอียงศีรษะเล็กน้อย มองหวงเยี่ยด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้น
“น่าสนใจจริงๆ แบบนี้คงไม่ใช่แค่ชื่อเสียงที่ถูกพูดเกินจริง”
หญิงสาวผมทองเองก็ยกมุมปากขึ้น ดวงตาที่เคยสงบนิ่งพลันมีประกายบางอย่างฉายชัดขึ้น
บรรยากาศในห้องรับรองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากการประเมินธรรมดา กลายเป็นการจับจ้องอย่างจริงจัง
อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ ซึ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเปี่ยมอารมณ์ขัน ยกมือขึ้นลูบคางของตนเอง
“หวงเยี่ย.. เจ้ารู้แล้วไหมละว่าในอาณาเขตของโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ โลกมนุษย์ของเราถูกแบ่งออกเป็นห้าทวีปหลัก”
“ได้แก่ทวีปทางเหนือ ทวีปทางใต้ ทวีปตะวันออก ทวีปตะวันตก แล้วก็ทวีปศูนย์กลาง”
“พวกเราอยู่ในอาณาเขตทางทิศเหนือ เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่คอยปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์จากไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรมาเนิ่นนาน”
“โดยที่สถาบันการฝึกฝนชั้นนำของทวีปทางเหนือถูกแบ่งออกได้ห้าแห่ง”
เขายกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ
“สถาบันเหนือสวรรค์ มหาวิทยาลัยเทพอสูร มหาวิทยาลัยพยัคฆ์ขาว มหาวิทยาลัยเขี้ยวมังกรสังหาร และสถาบันสงครามโลหิตมังกร”
“แล้วทั้งสามท่านนี้ก็มาจากสถาบันการศึกษาเหล่านั้นทั้งสิ้น!”
เขาหันไปทางชายวัยกลางคนที่สะพายดาบเล่มใหญ่ก่อนเอ่ยแนะนำ
“ท่านซื่อหลงมิ่งที่มีดาบใหญ่นั้นมาจากสถาบันเหนือสวรรค์”
ซื่อหลงมิ่งยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองหวงเยี่ยอย่างเปิดเผย ไม่ปิดบังความสนใจ
จากนั้นเหยี่ยนลี่หันไปยังหญิงสาวผมสีทอง
“ท่านหญิงเฟิงหลงอินมาจากมหาวิทยาลัยเทพอสูร”
เฟิงหลงอินเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างสง่างาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปาก แววตาของนางลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง
สุดท้ายเขาหันไปยังชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“และที่กำลังนั่งยิ้มอยู่นี่ก็คือท่านโม่เซียวหมิงแห่งมหาวิทยาลัยพยัคฆ์ขาว”
โม่เซียวหมิงหัวเราะเบาๆ
“ดูเหมือนชื่อเสียงของเจ้าจะดังไกลเกินกว่าที่คิด”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่ามีบางสิ่งซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น
เหยี่ยนลี่ก้าวถอยเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยความภาคภูมิ
“พวกท่านคือนักล่ามังกรระดับหกที่แข็งแกร่งและทรงพลัง มีพลังอำนาจที่น่าสะพรึงนสามารถทำลายล้างอาณาเขตเมืองได้เลยทีเดียว”
คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงไปเลยซักนิด เพราะหวงเยี่ยสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น แรงกดดันเมื่อครู่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่ซื่อหลงมิ่งครอบครองอยู่จริง และทั้งสามคนตรงหน้าคือผู้ที่ยืนอยู่ในระดับสูงเกินกว่าที่นักล่ามังกรทั่วไปจะเอื้อมถึงได้ง่ายๆ
“เพราะงั้นแล้วเจ้าจะเลือกไปยังสถาบันนักล่ามังกรแห่งไหน ทั้งหมดก็อยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าเองแล้วละ”
หวงเยี่ยยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับรอง สายตากวาดมองทั้งสามอย่างช้าๆ
โลกมนุษย์ถูกแบ่งออกเป็นห้าทวีป ทวีปเหนือคือด่านหน้าที่ปะทะกับเผ่าพันธุ์มังกรมาเนิ่นนาน
และสถาบันทั้งห้าแห่งคือเสาหลักของขั้วอำนาจในดินแดนนี้
การเลือกเพียงครั้งเดียว อาจกำหนดทิศทางของชีวิตในอนาคต