พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 34 อ่อนแอสุดแต่ทุ่มมากที่สุด!
เมื่อซื่อหลงมิ่งและโม่เซียวหมิงตระหนักชัดว่าทางมหาวิทยาลัยเทพอสูรถึงกับหยิบยื่นทรัพยากรระดับราชาออกมาโดยไม่ลังเล สีหน้าของทั้งสองพลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจที่เคยฉายชัดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอันยากจะปกปิด
ชายวัยกลางคนร่างกำยำก้าวออกมาข้างหน้าโดยไม่รอช้า น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความร้อนรน
“หวงเยี่ย!”
เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
“ถึงเฟิงหลงอินจะยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนใจเช่นนี้ให้ก็จริง แต่มหาวิทยาลัยเทพอสูรน่ะ เป็นระดับต่ำสุดในบรรดาสถาบันนักล่ามังกรชั้นนำของทวีปทางเหนือ เรียกง่ายๆว่าพวกเขาอ่อนแอมากที่สุดในบรรดาสถาบันทั้งห้า!”
บรรยากาศในห้องพลันตึงขึ้นอีกครั้ง
โม่เซียวหมิงพยักหน้ารับทันที ก่อนจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถูกต้องแล้ว! ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งสภาพแวดล้อม มันไม่อาจเทียบได้กับสถาบันนักล่ามังกรของพวกเรา!”
“เพราะงั้น…”
ประโยคถูกเว้นค้างไว้ เหมือนกำลังรอให้ชายหนุ่มตรงหน้าทบทวนให้ถี่ถ้วน
ทว่าก่อนที่คำชักชวนจะถูกต่อเติม เสียงหัวเราะเยาะก็ลอยแทรกเข้ามา
เฟิงหลงอินยืนกอดอกเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า
“หุบปากไปเลย!”
“เพราะเหตุนี้เองที่ทางมหาวิทยาลัยเทพอสูรของพวกเราถึงต้องทุ่มสุดตัว”
“แล้วพวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอในแบบที่พวกเจ้าคิดเอาไว้ด้วย!”
“พวกเราเองก็ถือเป็นสถาบันนักล่ามังกรชั้นนำของทวีปทางเหนือ!”
“ถึงศักยภาพโดยรวมและบรรดานักเรียนจะอ่อนแอ”
“แต่ผู้อำนวยการของเรา รวมถึงเหล่าคณบดีกลับแข็งแกร่งมากที่สุด!”
“ซึ่งเรื่องนี้สถาบันนักล่ามังกรอื่นๆไม่อาจเทียบเคียงได้ติดเลยซักนิด!”
ประโยคนั้นทำให้ซื่อหลงมิ่งและโม่เซียวหมิงขบฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาต่างรู้ดีว่าคำกล่าวนั้นไม่ได้เกินจริง
มหาวิทยาลัยเทพอสูรอาจด้อยในด้านโครงสร้างโดยรวม แต่ระดับผู้บริหารและคณาจารย์กลับเป็นที่ยอมรับอย่างเงียบๆว่าแข็งแกร่งยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้อำนวยการแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูร หญิงคนนั้นถือเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งมากของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยก็ว่าได้
สถานการณ์ในห้องพลันเปลี่ยนทิศ
ความได้เปรียบที่ทั้งสองคิดว่ามีอยู่ ค่อยๆเลือนหายไปอย่างชัดเจน
หวงเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันอันซับซ้อน
ข้อเสนอทั้งสามถูกวางลงอย่างเปิดเผย ทรัพยากรระดับสูงรายปี วิชาขับเคลื่อนพลังขั้นล้ำลึก วิชาการต่อสู้จำนวนมาก และเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ ทุกอย่างชัดเจน ไม่มีสิ่งใดต้องตีความเพิ่มเติม
ชายหนุ่มมิได้แสดงท่าทีลังเล เขามองทั้งสามคนอย่างเรียบเฉย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ
ท่าทางนั้นเรียบร้อยและหนักแน่น
“ข้าหวงเยี่ยขอเลือกมหาวิทยาลัยเทพอสูร!”
ความเงียบแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
ซื่อหลงมิ่งและโม่เซียวหมิงไม่ได้แสดงความตกใจออกมาทางสีหน้ามากนัก แววตาเผยความเข้าใจในทันที
เป็นดังที่พวกเขาคาดไว้
สถาบันเหนือสวรรค์และมหาวิทยาลัยพยัคฆ์ขาว แม้จะทรงพลังและมีทรัพยากรจำนวนมากก็ตาม แต่ย่อมไม่อาจถ่ายเททรัพยากรระดับสูงให้กับหวงเยี่ยได้โดยตรงหรือมากยิ่งกว่านี้ เพราะทรัพยากรเหล่านั้นต้องถูกแบ่งสรรให้กับนักเรียนผู้มีพรสวรรค์คนอื่นเช่นกัน
การแข่งขันภายในย่อมสูงล้ำ ผิดกับมหาวิทยาลัยเทพอสูรที่พร้อมจะมุ่งเน้นทุกสิ่งไปยังนักล่ามังกรเพียงคนเดียว
ทำให้หญิงสาวต้องยกมือสบัดผมสีทองประบ่าของตนอย่างชอบใจ
“คิกคิก คิดถูกแล้วละที่เลือกมหาวิทยาลัยเทพอสูร”
“เชื่อข้าเถอะว่าสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินใจไปน่ะ มันไม่ได้เสียเปล่าเลยซักนิด”
“ในทางกลับกัน เผลอๆมหาวิทยาลัยเทพอสูรอาจเหมาะสมกับเจ้ามากยิ่งกว่าสถาบันนักล่ามังกรชั้นนำอีกสี่แห่งก็ได้!”
น้ำเสียงของเฟิงหลงอินมิได้ปกปิดความเยาะเย้ยแม้แต่น้อย แฝงคมมีดบางที่เฉือนศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายโดยตรง ทำให้ซื่อหลงมิ่งขมวดคิ้วแน่น เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ สีหน้าแข็งกร้าว ส่วนโม่เซียวหมิงเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ดวงตาฉายประกายไม่พอใจอย่างชัดเจน
เสียงฟุดฟัดดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“พูดเกินไปแล้ว!”
“อย่าได้ดูถูกสถาบันของพวกเราเช่นนี้”
ประโยคโต้ตอบของทั้งสองสั้นกระชับและเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง แต่เฟิงหลงอินเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน
“หากไม่จริง..”
“เจ้าจะเดือดร้อนทำไม?”
บรรยากาศภายในห้องขมุกขมัวด้วยแรงกระทบทางอารมณ์ ความเงียบหนาหนักแทรกอยู่ระหว่างผู้คน
ในที่สุดซื่อหลงมิ่งก็สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง
“ขออภัยที่เสียมารยาท”
“พวกข้าคงต้องขอตัวก่อน!”
โม่เซียวหมิงพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม
“หวังว่าในสนามแข่งขันภายภาคข้างหน้า เจ้าจะยังพูดได้อย่างมั่นใจเช่นนี้นะ!”
จากนั้นทั้งสองก็หมุนกายจากไปอย่างรวดเร็ว ฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนพื้นห้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ภายในห้องจึงเหลือเพียงหวงเยี่ย อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ และเฟิงหลงอิน
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความอึดอัด หากเป็นความสงบที่แฝงแรงคาดหวัง
หวงเยี่ยยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าของเขาไม่แสดงความลังเลหรือหวั่นไหว ชายหนุ่มยกยิ้มบนมุมปาก
“พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง!”
“จะอ่อนแอสุดหรือแข็งแกร่งสุดก็ไม่ใช่ปัญหา ในเมื่อข้าหวงเยี่ยเลือกมหาวิทยาลัยเทพอสูรแล้ว แน่นอนว่ากระแสแห่งโชคชะตาก็ต้องแปรเปลี่ยนไป ข้าจะทำให้มหาวิทยาลัยเทพอสูร ขึ้นสู่อันดับหนึ่งแห่งทวีปทางเหนือได้อย่างแน่นอน!”
ในแววตาของเขาไม่มีประกายโอ้อวด มีเพียงความเชื่อมั่นที่ลึกแน่นประหนึ่งรากไม้หยั่งลงใต้ดิน
เฟิงหลงอินมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะในลำคอจะดังขึ้น
“ต้องแบบนี้สิถึงจะผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอันดับหนึ่ง!”
“แต่ก็อย่างว่าแหละ ทางมหาวิทยาลัยเทพอสูรจะเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ภายในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า จะเต็มไปด้วยนักล่ามังกรรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์สมัครเข้ามาอย่างมากเลยละ ทั้งปีหนึ่ง ปีสอง หรือกระทั่งปีสาม เรียกได้ว่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดทั้งแต่ต้น!”
“เพราะงั้นเจ้าก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ การที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่งภายในเมือง A ย่อมต้องถูกจับตาของจากเหล่านักเรียนอยู่ไม่น้อย!”
สายตานางเฉียบคมขึ้นเล็กน้อย
ชื่อเสียงย่อมนำมาซึ่งแรงกดดัน ตำแหน่งอันดับหนึ่งย่อมดึงดูดสายตาและความท้าทาย
หวงเยี่ยฟังอย่างเงียบงัน ใบหน้าไม่แสดงความหวั่นเกรง
เขาเพียงพยักหน้ารับ
บรรยากาศในห้องมิได้ตึงเครียดอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ชัดเจน
เส้นทางถูกเลือกแล้ว
อาทิตย์ข้างหน้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของสนามแข่งขันใหม่
และในสนามนั้นไม่มีคำว่าโชคช่วย มีเพียงพลัง และความสามารถที่แท้จริงเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์