พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 35 เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกิน
ภายหลังจากบทสนทนาสิ้นสุดลง เฟิงหลงอินก็ได้อธิบายถึงกฎเกณฑ์และข้อกำหนดเพิ่มเติมอย่างละเอียด ทุกคำพูดไหลลื่นเป็นระเบียบ ประหนึ่งบทบัญญัติที่ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาแห่งโชคชะตา นางกล่าวถึงระเบียบการเข้าศึกษา สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขต่างๆอย่างไม่ตกหล่น
แม้จะเป็นเพียงการอธิบายสั้นๆ แต่มันก็เปี่ยมไปด้วยความสำคัญ จนผู้ฟังไม่อาจละเลยได้เพียงประโยคเดียว
หวงเยี่ยยืนฟังอย่างตั้งใจ ขณะที่อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่พยักหน้าเป็นระยะ ราวกับยืนยันถึงความสำคัญของทุกคำที่เอ่ยออกมา
ท้ายที่สุด เมื่อสิ้นสุดคำอธิบาย เฟิงหลงอินก็ยิ้มบางแล้วโบกมือลา
ท่าทางของนางผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะกล่าวกำชับด้วยน้ำเสียงเจือความหยอกล้อ
“อย่าลืมนะเจ้าชายน้อย!”
“อีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าอย่าลืมมายังมหาวิทยาลัยเทพอสูรของพวกเราละ..”
“ถ้าไม่มา.. ทรัพยากรที่เจ้าจะได้รับก็อาจถูกลืมเลือนไปก็ได้น้า”
คำพูดของนางเต็มไปด้วยอารมณ์ขบขัน ทำให้บรรยากาศที่เคร่งขรึมก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นเบาสบายอย่างน่าประหลาด
หวงเยี่ยเผยรอยยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยและโค้งคำนับให้แก่นักล่ามังกรสาวผู้เลื่องชื่อ
“ข้าย่อมไม่ลืม!”
ท่าทีของเขาสง่างามและมั่นคง แสดงถึงความเคารพอย่างแท้จริง
เฟิงหลงอินหัวเราะก่อนจะหมุนกายจากไป เรือนผมสีทองสะบัดพลิ้ว ร่างเพรียวเลือนหายไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบภายในห้อง
หลังจากที่นางจากไป อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ก็ราวกับเพิ่งได้สติกลับคืนมา ร่างอ้วนท้วมซึ่งเต็มไปด้วยไขมันกระเพื่อมอย่างหนัก ใบหน้ากลมแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น เขารีบก้าวเข้ามาใกล้หวงเยี่ย พลางกล่าวออกมาอย่างไม่อาจกลั้นความยินดี
“วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชา ทั้งยังมีทรัพยากรระดับราชาอีกชุดหนึ่ง”
“ที่สำคัญคือเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ เมื่อกินมันเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายมีคุณสมบัติของผู้กลืนกินมังกร”
“นี่เจ้าทำบุญด้วยอะไรเนี่ย!”
“รู้ไหมว่าเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินนั้นหายากมากเพียงใด มันเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่สร้างขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก มีนักล่ามังกรตั้งมากมายเท่าไหร่ที่อยากจะเป็นผู้กลืนกินมังกร ไม่ต่างอะไรไปจากผู้ที่ปลุกเจตจำนงระดับจักรพรรดิหรือระดับเทพได้เลยซักนิด!”
คำกล่าวของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความชื่นชมอย่างจริงใจ ราวกับไม่อยากให้ชายหนุ่มพลาดโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้
“เพราะงั้นจงตั้งใจให้ดีละหวงเยี่ย หลังจากที่เข้าไปฝึกฝนภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรแล้ว..”
“ตัวของเจ้าจะต้องโดดเด่นและเหนือล้ำยิ่งกว่าใครๆ อย่าทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเราและข้าอาจารย์ใหญ่ต้องผิดหวัง!”
คำกล่าวนั้นเปี่ยมไปด้วยความสัตย์จริงและความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ เป็นความชื่นชมอย่างจริงใจ
หวงเยี่ยฟังอย่างสงบ
ก่อนจะพยักหน้ารับ
“อาจารย์ใหญ่ไม่ต้องห่วง”
“ถ้าข้าแข็งแกร่งเมื่อไหร่.. สักวันหนึ่งข้าจะกลับมาตอบแทนท่าน รวมถึงสถาบันมังกรพื้นฐานที่เจ็ดแห่งนี้!”
ดวงตาของเหยี่ยนลี่เปล่งประกายด้วยความปลาบปลื้ม เขาพยักหน้ารัวอย่างพึงพอใจ
“สัญญาแล้วนะเจ้าชายน้อย ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวเราะก้องกังวานของชายอ้วนสะท้อนทั่วห้อง เต็มไปด้วยความยินดีและความภาคภูมิใจ เขาหัวเราะอย่างตื่นเต้น เหมือนกำลังได้เห็นภาพแห่งอนาคตที่สถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานของตนได้ให้กำเนิดสุดยอดอัจฉริยะ ผู้ซึ่งจะจารึกชื่อไว้บนหน้าประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
…
หลังจากที่หวงเยี่ยกลับมาถึงยังห้องพักของตน
ร่างของชายหนุ่มหยุดยืนอยู่กลางห้องชั่วครู่ ราวกับกำลังปล่อยให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อยๆซึมลึกเข้าสู่จิตใจ
ลมหายใจถูกปล่อยออกมาอย่างยืดยาว
จากนั้นเขาก็เริ่มขยับกายอย่างช้าๆ เสื้อผ้าทีละชิ้นถูกถอดออกอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งลงข้างกายอย่างเป็นระเบียบ เดินตรงเข้าไปยังห้องอาบน้ำทันที เสียงน้ำไหลกระทบพื้นดัง ละอองน้ำลอยขึ้นเป็นไอจางๆ ปกคลุมพื้นที่แคบให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น
เขาก้าวลงไปในอ่างน้ำขนาดพอดีตัวอย่างช้าๆ
ผิวน้ำสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง
ร่างของชายหนุ่มจมลงไปครึ่งหนึ่ง ความอุ่นของน้ำโอบล้อมผิวกาย คลายความตึงเครียดที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อทีละน้อย
เส้นผมสีฟ้าสว่างเปียกปอน ลู่แนบไปกับหน้าผาก หยดน้ำไหลลงตามแนวเส้นผมก่อนจะหยดลงสู่ผิวน้ำอย่างเงียบงัน
นัยน์ตาสีฟ้าของเขาฉายประกายลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความคิดที่หมุนวนไม่หยุด
“นี่ระบบ..”
“เธอคิดว่าเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟจะทำให้ข้าสามารถกลืนกินเปลวไฟได้ทุกชนิดไหมนะ?”
คำถามนั้นลอยอยู่ในอากาศเงียบงัน
เพียงชั่วขณะ เสียงตอบกลับก็ดังขึ้นภายในจิตสำนึกอย่างชัดเจน
【ไม่หรอกคะโฮสต์】
น้ำเสียงของระบบยังคงเรียบเฉย ไม่แฝงอารมณ์ใดเป็นพิเศษ
【เพราะถึงจะบอกว่าผู้กลืนกินมังกรจะสามารถกลืนกินธาตุต่างๆเพื่อเพิ่มพูนพลังของตนเองได้】
【ทว่าร่างกายของนักล่ามังกรย่อมไม่เหมือนกัน บางคนที่เป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟ อาจกลืนกินเปลวไฟที่มีอุณหภูมิต่ำได้เท่านั้น หรือบางคนอาจกลืนกินได้กระทั่งเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ มันแตกต่างกันยิ่งกว่าฟ้าและเหวเลยละ】
【ซึ่งดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟที่ทางมหาวิทยาลัยเทพอสูรมอบให้นี้มีระดับไหน】
【แต่ต่อให้จะเป็นระดับต่ำ ตราบใดที่โฮสต์ได้รับมันมา โฮสต์ก็สามารถแปรเปลี่ยนระดับของมันด้วยแต้มวิญญาณที่มีอยู่ได้】
คำพูดนั้นทำให้แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
【แล้วในอนาคตถ้าโฮสต์ได้รับเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุอื่นๆนอกเหนือจากนี้อีก โฮสต์ย่อมไร้เทียมทานอย่างแท้จริงเลยละ กลืนกินมังกรได้ทุกชนิด กลืนกินมังกรได้ทุกธาตุ กลืนกินพลังวิญญาณได้ทุกอณู นั่นแหละถึงจะเรียกว่าผู้กลืนกินมังกรที่แท้จริง】
คำกล่าวนั้นดังก้องอยู่ในใจ ราวกับภาพอนาคตอันยิ่งใหญ่ถูกวาดขึ้นตรงหน้า
หวงเยี่ยหลับตาลง
จินตนาการเริ่มก่อตัว
เปลวเพลิงนับไม่ถ้วนถูกกลืนกินเข้าสู่ร่างกาย พลังวิญญาณไหลเวียนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มังกรหลากสายพันธุ์ถูกกดทับอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ภาพเหล่านั้นไม่ชัดเจน แต่เพียงพอจะจุดประกายความปรารถนา
เสียงหัวเราะหลุดออกมาจากลำคอ เป็นความพึงพอใจที่ซ่อนอยู่
ทว่าทันทีที่ความวาดฝันเริ่มขยายตัว เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【แต่นั่นก็เป็นเรื่องอนาคตนะคะ ยังไงตอนนี้โฮสต์ก็เป็นเพียงแค่นักล่ามังกรที่อ่อนแอเหมือนหมาข้างถนน】
คำพูดนั้นหล่นลงมาอย่างไม่ปรานี เหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่เปลวไฟแห่งจินตนาการจนมอดดับ
“พูดตรงเกินไปแล้ว!”
ระบบไม่ตอบกลับ ทิ้งให้ความเงียบปกคลุม
หวงเยี่ยเอนศีรษะพิงขอบอ่าง น้ำอุ่นยังคงโอบล้อมร่างกาย พร้อมกับความคิดในหัวที่ค่อยๆสงบลง
แม้คำพูดของระบบจะรุนแรง แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงนั้นได้
ตอนนี้เขายังอ่อนแอ ยังห่างไกลจากคำว่าไร้เทียมทาน แต่สิ่งที่เขามีคือโอกาส คือเส้นทางที่เปิดออกอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“หมาข้างถนนก็แล้วไง.. ตราบใดที่มันยังวิ่งไปข้างหน้า สักวันมันก็ต้องขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้!”