พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 45 พลังเท่านั้นที่กอบกุมทุกสิ่ง
บรรยากาศภายในโกดังเงียบสงัดลงอีกครั้งหลังจากร่างของโอวยานอนนิ่งไร้ลมหายใจ
ความตึงเครียดก่อนหน้าค่อยๆคลี่คลายลง เหลือเพียงความหนักแน่นของภารกิจที่สำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง
ในขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่ลับที่ยืนรายล้อมอยู่ก็หันไปทางหวงเยี่ยอย่างพร้อมเพรียง
แต่ละคนยกมือแนบอก แสดงความเคารพอย่างเป็นพิธีการ ท่าทางสงบนิ่งและจริงจัง แฝงความสำนึกในบุญคุณโดยไม่จำเป็นต้องกล่าว
หนึ่งในนั้นก้าวออกมาด้านหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสุภาพ
“ท่านหวงเยี่ย.. พวกเราต้องขออภัยแทนท่านผู้บัญชาการเจียงเฉินด้วย”
“เพราะแผนการนี้มันทำให้ท่านต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง มีโอกาสที่จะถูกสังหารหรือถูกล้างสมองค่อนข้างสูงมาก!”
“แต่ท่านก็ยอมทำให้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ ไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณท่านยังไงดี”
แม้อายุของพวกเขาจะมากกว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าหลายสิบปี ผ่านสนามรบและเงามืดมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่การตัดสินใจของหวงเยี่ยกลับทำให้ทุกคนยอมรับโดยไม่มีข้อกังขา
การก้าวเข้าสู่ดงศัตรูด้วยตนเองโดยรู้ว่ามีโอกาสเสียชีวิตสูง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดจะทำได้ง่ายดาย
หวงเยี่ยมองภาพตรงหน้าแล้วพยักหน้ารับอย่างเรียบง่าย
“แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะ ยังไงท่านผู้บัญชาการเจียงเฉินก็มอบเครดิตให้ตั้งหนึ่งล้าน!”
“นี่ไม่ใช่ทำเพื่อความยุติธรรมหรืออะไรทั้งสิ้น ข้าเพียงแค่ทำเพื่อตนเองก็เท่านั้น”
คำพูดดังกล่าวดูเหมือนตัดบทและลดทอนความหมายของการกระทำตนเองอย่างจงใจ
ทว่าเหล่าเจ้าหน้าที่ลับหลายสิบคนกลับเผยรอยยิ้มบางพร้อมกัน
บางคนถึงกับส่ายศีรษะเบาๆ เหมือนเข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเรียบง่ายนั้น
เครดิตเพียงหนึ่งล้าน ในสายตาของพวกเขาแล้วช่างเล็กน้อยจนแทบไม่ควรนำมาเอ่ยถึง เมื่อนำไปเทียบกับความกล้าหาญที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงระดับนั้น การตกเป็นเหยื่อโดยสมัครใจเพื่อดึงศัตรูออกจากเงามืด ไม่ใช่เรื่องที่เงินตราจะชดเชยได้เลยซักนิด
“เข้าใจแล้วครับ งั้นหลังจากนี้พวกเราจะไปส่งท่านถึงที่พักด้วยตนเอง”
“แล้วท่านก็คงจะปลอดภัยมากเมื่ออาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยเทพอสูร!”
“ไอ้พวกลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรคงไม่กล้ากระตุกพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของผู้อำนวยการคนนั้น!”
ทันทีที่เอ่ยถึงมหาวิทยาลัยเทพอสูร สีหน้าและแววตาของเจ้าหน้าที่ลับที่แข็งแกร่งเหล่านั้นก็เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว
แววตาซึ่งก่อนหน้านี้สงบนิ่งกลับแฝงความเคารพและเกรงขามอย่างชัดเจน
เพราะมหาวิทยาลัยเทพอสูรไม่ใช่เพียงสถาบันการศึกษา หากเป็นสถานที่รวมยอดฝีมือแห่งทวีปทางเหนือ
และผู้อำนวยการของที่นั่นถือเป็นหนึ่งในนักล่ามังกรที่ทรงพลังที่สุด
ผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อนในฐานะบุคคลที่สามารถยืนหยัดต่อกรกับเผ่าพันธุ์มังกรได้โดยไม่ถอยแม้ก้าวเดียว
หวงเยี่ยรับฟังโดยไม่แสดงท่าทีหวั่นไหว เขารู้ดีว่ามหาวิทยาลัยแห่งนั้นไม่ใช่สถานที่ธรรมดา และการที่เขาได้รับสิทธิ์เข้าไปอยู่ในอาณาเขตดังกล่าวย่อมเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งกว่าการพำนักอยู่ในเมืองซึ่งแฝงเงามืดมากมาย
“ภารกิจคืนนี้ทำให้พวกมันสูญเสียกำลังไม่น้อย คงต้องใช้เวลาฟื้นตัว!”
“และเมื่อหัวหน้าสาขารับรู้ว่าแผนถูกเปิดโปง พวกมันย่อมต้องระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม!”
“แต่ยังไงเรื่องราวตอนนี้ก็จบลงแล้ว”
“งั้นไปกันเถอะครับ!”
…
หลังจากกลับมาถึงยังห้องพักของตน ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะปิดลง
หวงเยี่ยก้าวเข้ามาภายในพื้นที่คุ้นเคย สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องเพียงชั่วครู่ ประเมินทุกสิ่งทุกอย่างให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดหลงเหลืออยู่ จากนั้นเขาจึงยกมือปลดเสื้อคลุมสีดำออกจากไหล่ ก่อนจะโยนมันลงไปบนเตียงนอนอย่างไม่ใส่ใจนัก
ตามด้วยหน้ากากสลักลวดลายสีแดงที่เคยปกปิดตัวตนของเขาในโลกภายนอก
ก่อนที่จะถอดเสื้อชั้นในออกอย่างเรียบง่าย เผยให้เห็นร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักแน่น
เส้นกล้ามเนื้อที่ชัดเจนสะท้อนถึงความพยายามและการต่อสู้ที่ไม่เคยหยุดพัก
เขาหันกายเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำ เสียงน้ำที่ไหลลงกระทบพื้นหินเย็นดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สายน้ำใสไหลผ่านเรือนร่าง ชำระล้างคราบเหงื่อและฝุ่นควันจากการเคลื่อนไหวก่อนหน้า พร้อมกันนั้น ความตึงเครียดที่สะสมอยู่ภายในก็คล้ายจะถูกชะล้างออกไปทีละน้อย
หยาดน้ำไหลอาบผ่านผิวกาย ก่อนจะหยดลงสู่พื้นอย่างต่อเนื่อง
เสียงสายน้ำที่กระทบพื้นห้องอาบน้ำก่อให้เกิดจังหวะที่เรียบง่าย ช่วยให้จิตใจของเขาค่อยๆสงบลง
ท่ามกลางความเงียบงันนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขาอย่างชัดเจน
【โฮสต์คะ ไอ้พวกลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรเหล่านี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ】
【ถึงดิฉันไม่อยากจะยอมรับ แต่ไอ้พวกนักล่ามังกรเหล่านี้ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากปรสิตที่กำลังชอนไชอารยธรรมของตนเองอยู่】
【ดิฉันเชื่อว่าผู้ก่อตั้งลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร อาจเป็นถึงนักล่ามังกรที่ทรงพลังจนไร้เทียมทานมากเลยก็ว่าได้】
【ไม่งั้นพวกมันคงไม่มีชีวิตมานับสองร้อยปีบนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ และต้องถูกกวาดล้างไปเนิ่นนานแล้ว】
คำกล่าวนั้นราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงในผืนน้ำแห่งความคิดของหวงเยี่ย ก่อให้เกิดระลอกคลื่นที่แผ่กระจายออกไปอย่างช้าๆ
“ถูกต้อง! มันน่าจะเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆนั่นแหละ”
“ขนาดท่านผู้บัญชาการเจียงเฉินที่เป็นถึงนักล่ามังกรระดับเจ็ด ยังตามล่าไอ้เวรที่โอวยาเรียกว่าหัวหน้าสาขาไม่ได้เลย!”
“องค์กรของพวกมันน่าจะมีระเบียบและระบบแบบแผนที่ชัดเจน!”
“มีกลุ่มที่แยกย่อยกระจัดกระจายกันไปทั่วทั้งทวีปทั้งห้า!”
ประโยคต่อเนื่องกันราวกับถูกเรียงร้อยมาอย่างเป็นระเบียบ ความคิดของเขาไม่ได้หยุดนิ่ง หากกำลังวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่างรอบคอบ
“เพราะงั้นพวกเราเองก็ต้องห้ามประมาทเช่นเดียวกัน!”
“เมื่อตกเป็นเป้าหมายแล้ว ข้าก็ทำได้เพียงต้องแข็งแกร่งขึ้น!”
“แข็งแกร่งให้มากยิ่งกว่าใครๆเพื่อที่จะมีพลังในการกอบกุมโชคชะตาของตนเอง!”
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามปลายผมไหลลงมาตามแนวแก้ม ก่อนจะหายไปกับพื้นเบื้องล่าง
“การมีพลังนี่แหละ.. ถึงจะทำให้ตนเองอยู่รอดได้ในยุคสมัยที่วุ่นวายนี้!”