พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 5 เจตจำนงคือตัวกำหนดทุกสิ่ง
ท่ามกลางบรรยากาศอันคาดหวังของเหล่านักเรียนชายหญิงที่นั่งเรียงรายอยู่ภายในห้อง
เสียงกระซิบกระซาบค่อยๆเบาบางลงราวกับกระแสลมที่อ่อนแรงลงตามลำดับ
ดวงตาทุกคู่สะท้อนประกายความตื่นเต้นและความไม่แน่นอนที่ซ่อนอยู่ลึกภายในใจ
แต่ละคนต่างรู้ดีว่าค่ำคืนนี้จะมิใช่คืนธรรมดา หากเป็นจุดแบ่งแยกระหว่างความธรรมดาสามัญกับเส้นทางแห่งนักล่ามังกรอย่างแท้จริง
อาจารย์ผู้อยู่เบื้องหน้ากระดานยืนตัวตรง เขาปรบมือสองสามครั้ง เสียงดังชัดกังวานสะท้อนผนังห้องเรียนดุจสัญญาณแห่งความสงบ ทุกคำพูดสนทนาหยุดลงในทันที เหลือไว้เพียงความเงียบที่แน่นขนัดด้วยความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากแต่ละคน
เขากวาดสายตามองเหล่านักเรียนอย่างช้าๆ แววตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความจริงจังอันหนักแน่น
“ในเวลาเที่ยงคืนนี้..”
“นักเรียนคนใดก็ตามที่มีอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ ศักยภาพที่ถูกปิดกั้นอยู่ภายในร่างกายจะถูกพลังวิญญาณผลักดันออก ปลดปล่อยอำนาจเจตจำนงแห่งพลังอันยิ่งใหญ่ และทุกคนจะได้รับเจตจำนงแห่งพลังธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดิน! น้ำ! ลม! ไฟ! สายฟ้า! พฤกษา! หรือทอง!”
“รวมถึงธาตุพิเศษที่อาจถูกเรียกว่าไม่มีพลังธาตุ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพละกำลังให้สูงมากยิ่งขึ้น หรือพลังแห่งห้วงมิติและกาลอวกาศ”
“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระดับของเจตจำนงแห่งพลังย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพและพรสวรรค์ที่ถูกปิดกั้นเอาไว้”
“จงอย่าคาดหวังสูงเกินไป! จงอย่าครุ่นคิดว่าตนเองจะได้รับเจตจำนงระดับเทพ เพราะมันเป็นไปได้น้อยอย่างมากถึงน้อยมากที่สุด!”
“ทว่าไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ไม่ว่าจะปลุกเจตจำนงได้ในรูปแบบไหน เจตจำนงแห่งพลังก็คือเจตจำนงแห่งพลัง ไม่มีพลังอำนาจใดที่ไร้ค่า หรืออ่อนแอโดยแท้ ต่อให้เป็นระดับต่ำ ระดับกลาง หรือระดับสูง พวกเจ้าก็จะถูกเรียกว่านักล่ามังกร!”
เขาหยุดเล็กน้อย ปล่อยให้คำพูดตกตะกอนในหัวใจของผู้ฟัง
“พรุ่งนี้.. หลังจากที่ปลุกเจตจำนงได้แล้ว ทุกคนจะถูกตรวจสอบเจตจำนงว่าได้รับธาตุใด หรือมีรูปแบบพลังเช่นไร ด้วยเหตุนี้เอง…”
ขณะที่พูด ชายวัยกลางคนก็วางมือแนบอกอย่างสง่างาม จ้องมองไปยังพวกเขาทุกคน
“อาจารย์หวังเจี้ยนเช่นข้า ขออวยพรให้พวกเจ้าทุกคนโชคดี!”
ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาดีที่มิได้เสแสร้ง เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้า จนทำให้นักเรียนชายหญิงทั้งหมดลุกขึ้นพร้อมกันเหมือนได้รับคำสั่งจากใจเดียวกัน พวกเขายกมือแนบอก ตอบรับด้วยท่าทีเคารพในฐานะผู้จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักล่า
แววตาของแต่ละคนเปล่งประกายแน่วแน่ ความมุ่งมั่นฉายชัดราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในอก
“ค่ำคืนนี้.. จะเป็นตัวกำหนดศักยภาพและพรสวรรค์ของพวกเขา!”
จนแสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงจนเหลือเพียงสีส้มเรื่ออาบขอบฟ้า เงาของอาคารทอดยาวบนพื้นถนนอย่างเงียบงัน หวงเยี่ยซื่อจื่อเดินกลับมายังห้องพักของตน บ้านที่ทางสมาพันธ์มังกรจัดสรรไว้ให้แก่เขา เนื่องจากเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากโศกนาฏกรรมในอดีต
พื้นที่มิได้กว้างขวางใหญ่โต หากสะอาดเรียบร้อย เครื่องเรือนจำเป็นถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบถ้วน อาหาร เครื่องใช้ และค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
ทั้งหมดล้วนได้รับการดูแลจากสมาพันธ์โดยมิขาดตกบกพร่อง และมันเป็นตึกที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง A เลยก็ว่าได้
ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา ภายในบ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่สะท้อนกับพื้นกระเบื้อง ชายหนุ่มถอดรองเท้า วางกระเป๋า แล้วตรงเข้าสู่ห้องอาบน้ำ สายน้ำเย็นไหลผ่านร่างกาย ชะล้างเหงื่อไคลและความตึงเครียดของวันทั้งวันออกไปชั่วคราว
หลังจากนั้น เขาเปิดตู้เย็น หยิบอาหารที่ถูกเตรียมไว้มาอุ่น ความร้อนจากเตาไมโครเวฟกระจายไออุ่นเล็กน้อยในห้องครัวอันเงียบงัน
เขานั่งรับประทานอย่างเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ไม่เอ่ยคำใด เพราะไม่มีผู้ใดให้พูดคุยด้วย
เมื่อจัดการกิจวัตรประจำวันเสร็จสิ้น หวงเยี่ยซื่อจื่อเดินเข้าสู่ห้องนอนเล็กๆและปิดไฟ เหลือเพียงแสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเป็นเงาสลัว
เขานอนลงบนเตียง แขนวางข้างลำตัว ดวงตาปิดลงอย่างช้าๆ
“ข้าไม่ขออะไรมาก.. ขอเพียงแค่ได้รับเจตจำนงระดับสูง!”
ลมหายใจสะดุดเล็กน้อย
“ไม่ใช่สิ ขอเพียงแค่ระดับกลางก็พอ”
“ไม่ว่าจะเป็นธาตุใด หรือรูปแบบพลังแบบไหน ขอเพียงแค่ระดับกลางก็เพียงพอแล้ว”
“ข้าหวงเยี่ยซื่อจื่อขอเพียงแค่นั้น”
“เพราะข้าต้องการพลัง.. ต้องการใบเบิกทางแห่งพรสวรรค์ เพื่อโค่นล้มไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรสารเลวทั้งหมด!”
“กวาดล้างพวกมัน!”
“สังหารพวกมัน!”
ประโยคแต่ละคำพูดมันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่สะสมมาเนิ่นนาน ซึ่งมันได้ถูกเขาปิดกั้นเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ
“ท่านพ่อ.. ท่านแม่..”
“อวยพรให้หวงเยี่ยด้วยนะ”
ทันใดนั้น ร่างของเขาได้เกร็งแน่นอย่างไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆความทรงจำในอดีตก็พุ่งเข้ามาราวกับคลื่นพายุ
ภาพแห่งโศกนาฏกรรม หายนะ เสียงกรีดร้อง และเงาร่างของมังกรขนาดยักษ์ที่โฉบผ่านท้องฟ้า
ทำให้ชายหนุ่มขบฟันแน่นด้วยความโกรธ เลือดไหลซึมออกมาตามไรฟันจนสัมผัสได้ถึงรสคาวในปาก เล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ หัวใจเต้นแรงที่ราวกับจะทะลุออกมาจากอก ลมหายใจของเขาหนักหน่วง ร่างกายสั่นเล็กน้อย อารมณ์รุนแรงพัดกระหน่ำภายในจิตใจจนแทบควบคุมไม่อยู่