พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 54 เพลิงเทพอสูรหงสา หย่าเฟย
บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอาณาเขต หวงเยี่ยก้าวผ่านประตูสูงเข้าไปด้วยท่าทีที่ยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ภายในตัวอาคารกว้างขวางกว่าที่เห็นจากภายนอก ทำให้บรรยากาศโดยรวมสงบและน่าอยู่ยิ่งนัก
เขาเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาว ผ่านห้องโถงที่เปิดกว้างซึ่งมีเฟอร์นิเจอร์จัดวางอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะไม้ยาว เก้าอี้บุผ้านุ่ม รวมถึงชั้นวางของที่ยังคงว่างเปล่า ราวกับกำลังรอให้เจ้าของใหม่เติมเต็มชีวิตลงไป
“นี่มัน..”
หวงเยี่ยเดินสำรวจไปทีละส่วน เปิดประตูห้องหนึ่ง ห้องนั้นกว้างขวาง มีเตียงขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ผ้าม่านโปร่งแสงพลิ้วไหวไปตามสายลมที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่าง ภายนอกมองเห็นสวนเล็กๆที่จัดไว้อย่างสวยงาม
เขายืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปสัมผัสพื้นผิวของโต๊ะไม้เรียบเนียนอย่างแผ่วเบา
“บ้านหลังนี้สุดยอดมาก!”
ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดทางเริ่มจางหายลงเล็กน้อย ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยากจะอธิบาย
เขาเดินต่อไปยังอีกห้องหนึ่ง ตรวจดูทุกมุมอย่างละเอียด เหมือนต้องการยืนยันว่าทั้งหมดนี้เป็นของเขาจริงๆและไม่ใช่ภาพลวงตา
ในขณะที่หวงเยี่ยกำลังหมกมุ่นอยู่กับการสำรวจโลกใบเล็กของตนเองนั้น
อีกฟากหนึ่งของมหาวิทยาลัย อาคารสูงที่สุดตั้งตระหง่านอยู่กลางศูนย์กลางของสถาบัน ผนังสีเข้มสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายให้ดูขรึมขลัง ประตูทางเข้าถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบแตกต่างจากเขตนักศึกษาโดยสิ้นเชิง
ภายในชั้นบนสุดของอาคาร ห้องทำงานขนาดใหญ่เปิดโล่ง แสงจากหน้าต่างบานกว้างส่องเข้ามาอย่างพอเหมาะ
เฟิงหลงอินยืนหลังตรงอย่างสงบอยู่กลางห้อง สีหน้าของนางนิ่งเรียบ หากแววตาแฝงความเคารพอย่างชัดเจน
เบื้องหน้า นางจ้องมองไปยังหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังโฟกัสไปกับบางสิ่ง
เรือนผมสีดำยาวสลวยทอดลงมาอย่างเป็นระเบียบ เส้นผมเรียบลื่นสะท้อนแส ใบหน้าของอีกฝ่ายงดงามจนยากจะละสายตา แม้จะอยู่ในวัยที่เลยผ่านความเยาว์วัยมาแล้ว ทว่ากลับเปล่งเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ลึกซึ้งและน่าหลงใหลอย่างถึงที่สุด
รูปร่างอวบอิ่มสมบูรณ์แบบดั่งนาฬิกาทราย สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน หน้าอกที่อวบเต็มใหญ่โตแฝงความหนักแน่น ร่องอกลึกเผยออกมาเล็กน้อยใต้ชุดทำงานที่เรียบร้อย เอวคอดรับกับสะโพกที่โค้งมนงดงาม ทุกองค์ประกอบผสานกันอย่างลงตัวจนเกิดเป็นเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้าม
แว่นตากรอบกลมใสประดับอยู่บนใบหน้า ยิ่งขับเน้นให้ความงามนั้นดูมีระเบียบ สุขุม และเปี่ยมด้วยอำนาจ
หญิงสาวผู้นั้นกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางภาพโฮโลแกรมนับสิบที่ลอยอยู่รอบตัว
ข้อมูลจำนวนมากไหลผ่านสายตาของนางอย่างรวดเร็ว ท่าทางจริงจังจนแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
เฟิงหลงอินก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเรียก
“ท่านผู้อำนวยการคะ”
เสียงเรียบนุ่มดังขึ้น ทำให้หญิงสาวตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากข้อมูลตรงหน้า
นางยกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย พลางหันมองมาทางเฟิงหลงอิน
“มีอะไรเหรอหลงอิน.. ตอนนี้เรากำลังยุ่งอยู่กับรายชื่อของนักเรียนใหม่อยู่นะ”
เฟิงหลงอินพยักหน้ารับอย่างสุภาพ
“ท่านผู้อำนวยการคะ..”
นักล่ามังกรรุ่นใหม่ที่ปลุกเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอันดับหนึ่ง หวงเยี่ยซื่อจื่อ ได้มาถึงยังมหาวิทยาลัยเทพอสูรของเราแล้วค่ะ”
คำกล่าวนั้นทำให้หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยจดจ่อกับข้อมูล พลันเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกขึ้นมาในทันที
“มาแล้วสินะ..”
นางพึมพำออกมาในลำคอ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังข้อมูลบางส่วนในโฮโลแกรม
“นักล่ามังกรที่ครอบครองเจตจำนงระดับราชา..”
เฟิงหลงอินยืนรอคำสั่งอย่างสงบ ไม่แสดงอาการเร่งร้อน
ไม่นานนัก หญิงสาวก็ถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวต่อ
“เข้าใจแล้วละ”
“งั้นเอาวิชาขับเคลื่อนพลังระดับราชา ทรัพยากรอาวุธระดับราชา แล้วก็เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟไปให้กับเขาละกัน!”
เฟิงหลงอินรับฟังโดยไม่แสดงความลังเล
“เข้าใจแล้วคะท่านผู้อำนวยการ”
นางโค้งเล็กน้อยอย่างเคารพ ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว
“งั้นดิฉันขอตัวก่อน”
กล่าวจบ ร่างของเฟิงหลงอินก็หันกลับและก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ประตูเลื่อนปิดลงอย่างเงียบงัน
ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวผู้งดงามที่ยังคงนั่งอยู่ท่ามกลางแสงและเงา
“…………..”
นางยกมือขึ้นดันแว่นอีกครั้ง พร้อมกับมุมปากที่ค่อยๆยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นอย่างมีนัยยะ
สายตาลุ่มลึกทอดมองไปยังข้อมูลที่ยังคงลอยอยู่เบื้องหน้า ราวกับกำลังเฝ้ารอสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ขณะเดียวกัน ภายใต้ห้องพักที่เงียบสงบซึ่งถูกออกแบบมาอย่างทันสมัยและแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยีระดับสูง
สายตาของเขากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างละเอียดรอบคอบ ต้องการจดจำทุกรายละเอียดให้ฝังลึกอยู่ในความทรงจำ จากนั้นจึงยกมือขึ้นแตะลงบนป้ายอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในมือ พื้นผิวของมันส่องประกายเรืองรองขึ้นมาในทันทีเมื่อรับรู้ถึงการสัมผัสของผู้ใช้งาน
หน้าจอโปร่งแสงค่อยๆคลี่ขยายออกตรงหน้า แสดงผลเป็นแผงข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ไหลเลื่อนอย่างต่อเนื่อง
หวงเยี่ยเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายในบ้านพักโดยไม่ลังเล
ปลายนิ้วของเขาขยับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปรับแต่งคำสั่ง ค้นหาข้อมูล และเปิดดูรายละเอียดที่เขายังไม่เคยรับรู้มาก่อน
ข้อมูลจำนวนมากถูกถ่ายทอดเข้าสู่สายตาของเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของมหาวิทยาลัย ระบบการจัดการ การฝึกฝน หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับคลังความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
ในที่สุด หวงเยี่ยก็หยุดสายตาลงที่หัวข้อหนึ่งซึ่งโดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด
ประวัติของมหาวิทยาลัยเทพอสูรถูกเปิดขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวอักษรเรียงรายอย่างเป็นระเบียบและเปี่ยมไปด้วยความขรึมขลัง บอกเล่าถึงต้นกำเนิดของสถานที่แห่งนี้
มันถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบปีก่อน โดยนักล่ามังกรผู้หนึ่งซึ่งสามารถปลุกเจตจำนงธาตุไฟระดับเทพ พลังนั้นไม่ใช่เพียงเปลวเพลิงธรรมดา แต่มันเป็นเจตจำนงแห่งเพลิงที่มีชีวิต เป็นการหลอมรวมระหว่างพลังทำลายล้างและจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง
เจตจำนงดังกล่าวถูกเรียกขานด้วยนามที่ผู้คนต่างกล่าวถึงด้วยความเกรงขาม
เพลิงเทพอสูรหงสา
เพียงแค่ชื่อก็ทำให้จิตใจของผู้ที่รับรู้สั่นสะท้าน ราวกับสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แผดเผาอยู่ในห้วงอากาศ
ว่ากันว่าเปลวเพลิงนี้ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์ เผาผลาญทุกสรรพสิ่งให้มลายหายไปในชั่วพริบตา
ไม่ว่าจะเป็นโลหะ หินผา หรือแม้แต่พลังวิญญาณ มันสามารถหลอมละลายทุกอย่างจนกลายเป็นเถ้าธุลีโดยไม่เหลือร่องรอย
ภาพจำลองที่ปรากฏบนหน้าจอเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของมัน เปลวไฟสีแดงทองลุกโชนขึ้นเป็นรูปร่างของหงสาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ปีกเพลิงแผ่กว้างราวกับปกคลุมฟ้าดิน ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงดาวบนสรวงสวรรค์ มันโบยบินอย่างสง่างามและทรงพลังในเวลาเดียวกัน
งดงามจนแทบละสายตาไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็น่าสะพรึงกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
แต่สิ่งที่ทำให้หวงเยี่ยต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยก็คือข้อมูลในบรรทัดถัดมา
เพลิงเทพอสูรหงสานั้นไม่ได้เป็นเพียงพลังแห่งการเผาผลาญเท่านั้น หากยังมีความเกี่ยวพันกับห้วงมิติอีกด้วย
มันสามารถบิดเบือนช่องว่าง ฉีกกระชากมิติ และทำให้ระยะทางสูญเสียความหมายได้อย่างสิ้นเชิง
เพียงแค่เปลวเพลิงลุกโชน พื้นที่โดยรอบก็อาจถูกแยกออกเป็นเศษเสี้ยว หรือถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันโดยไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์เดิมของโลก
หวงเยี่ยเงียบงันไปชั่วขณะ ความคิดภายในจิตใจไหลเวียนอย่างรวดเร็ว
“พลังเช่นนี้.. ไม่อาจถูกเรียกว่าธรรมดาได้เลยซักนิด!”
จากนั้นสายตาของเขาก็เลื่อนลงไปยังชื่อของผู้ครอบครองพลังดังกล่าว
ผู้อำนวยการแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูร
หย่าเฟย
ทันทีที่ภาพของนางปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หวงเยี่ยก็ชะงักเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าของนางงดงามอย่างไร้ที่ติ โครงหน้าคมชัด ดวงตาที่อยู่หลังกรอบแว่นสะท้อนประกายแห่งปัญญาและความเยือกเย็น เส้นผมสีดำยาวสลวยทอดตัวลงไปจนถึงสะโพก เคลื่อนไหวเบาๆราวกับสายน้ำยามค่ำคืน
เรือนร่างของนางสมบูรณ์แบบในทุกสัดส่วน เส้นสายโค้งเว้าชัดเจน แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวที่ผ่านประสบการณ์และเติบโตอย่างเต็มที่ เป็นภาพที่ผสมผสานระหว่างความสง่างามและความดึงดูดใจอย่างยากจะละสายตา
หวงเยี่ยกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับภาพนั้นอย่างเงียบงัน
ความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายก่อตัวขึ้นภายในอก คล้ายถูกดึงดูดด้วยแรงบางอย่างที่ไม่อาจต่อต้านได้
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่แสดงอยู่ด้านข้างก็ระบุไว้อย่างชัดเจน
นางไม่เคยสนใจที่จะมีคู่ครอง และไม่เคยคิดจะแต่งงานกับผู้ใด
แม้จะมีผู้คนมากมายหลงใหลในตัวนาง แต่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้จริง
เมื่ออ่านข้อความนั้น หวงเยี่ยก็เผลอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นภายในจิตใจ
【ร้ายกาจจริงๆเลยค่ะ นี่คือผู้หญิงในอุดมคติของโฮสต์เลยนะ สวยมีเสน่ห์ แถมยังนมใหญ่อีกด้วย】
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้ออย่างเปิดเผย
“ไม่ต้องย้ำจะได้ไหมเนี่ย”
หวงเยี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนข้อมูลไปยังส่วนอื่นอย่างรวดเร็ว เหมือนต้องการหลีกเลี่ยงหัวข้อเมื่อครู่ ทว่าแม้จะเปลี่ยนหน้าข้อมูลไปแล้ว ภาพของหญิงสาวผู้นั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในความคิดของเขาอย่างชัดเจนเลยก็ว่าได้