พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 53 สวัสดิการที่แตกต่าง
ขณะที่ก้าวเดินไปตามเส้นทางเรืองแสงซึ่งทอดยาวสู่เขตที่พัก
หวงเยี่ยกลับไม่ได้มีจิตใจสงบนิ่งดั่งเช่นยามก่อนหน้า ฝีเท้าของเขาหนักแน่นขึ้นทุกย่างก้าว ราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่ก่อตัวขึ้นภายในอก ความหงุดหงิดที่สะสมมานานถูกปลุกเร้าขึ้นอีกครั้งอย่างมิอาจควบคุม
ชายหนุ่มกระทืบเท้าลงกับพื้นหินเป็นจังหวะ เสียงกระแทกสะท้อนก้องไปตามทางเดิน ต้องการให้โลกทั้งใบรับรู้ถึงความไม่พอใจของตน
“ไอ้พวกเวร!”
“ข้าคือผู้ชายตัวเป็นๆ!”
“ข้าคือผู้ชายทั้งแท่งว้อย!”
“ชอบผู้หญิงทรงเจ๊ที่มีเสน่ห์และหน้าอกใหญ่ๆเท่านั้น ข้าหวงเยี่ยไม่ได้ชอบผู้ชาย!”
น้ำเสียงสบถหลุดออกมาพร้อมลมหายใจที่หนักแน่น เขากัดฟันแน่น ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกายแข็งกร้าวขึ้นชั่วขณะ
“คอยดูนะ ถ้ามีไอ้เวรตัวไหนมาจีบอีกละก็.. ข้าจะใช้รากไม้พิฆาตดาราเสียบร่างของพวกมันให้กลายเป็นลูกชิ้นปิ้งไปเลย!”
เสียงคำรามทุ้มต่ำแฝงความดุร้ายดังสะท้อนอยู่ในอากาศ จนบรรดานักเรียนที่เดินอยู่ใกล้เคียงต้องสะดุ้งเฮือก
หลายคนชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว สายตาที่มองมายังเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงปะปนกับความระแวง ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเบื้องหลังรูปลักษณ์อันงดงามราวภาพวาดจะซ่อนอารมณ์ที่ร้อนแรงและรุนแรงถึงเพียงนี้
บางคนหันไปกระซิบกันเบาๆ คล้ายเห็นพ้องโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
“ก็จริงนะอย่างที่บอกนะ”
“ผู้ชายถูกผู้ชายจีบมันก็..”
ประโยคไม่สมบูรณ์ แต่ทุกคนก็แฝงความเข้าใจที่ไม่ต้องขยายความเลยก็ว่าได้
หวงเยี่ยเองก็ไม่ได้ใส่ใจเสียงรอบข้างเลยซักนิด ยังคงก้าวเดินต่อไป พร้อมกับแรงอารมณ์ที่ยังไม่จางหาย เส้นผมสีฟ้าสว่างสะบัดไหวตามแรงลมที่พัดผ่าน ทว่าความหงุดหงิดในใจกลับมิได้ถูกพัดพาออกไปแม้แต่น้อย
ในห้วงความคิดลึกลงไป เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นอย่างแจ่มชัด
【พูดบ้าอะไรกันคะโฮสต์ มีรูปลักษณ์ที่สง่างามเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าสิ่งใดๆเสียอีก】
น้ำเสียงของระบบกลืนกินมังกรเจือความขบขันเล็กน้อย เหมือนกำลังสนุกกับปฏิกิริยาของเจ้าของร่าง
【โฮสต์ลองคิดภาพดูสิว่าตนเองหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ร่างอ้วนฉุ กลิ่นตัวเหม็น เส้นผมกระเซอะกระเซิง ถูกผู้คนลอบนินทาอย่างรังเกียจ】
【โฮสต์จะเลือกอะไรละ?】
【ยังไงซะ การที่มีรูปลักษณ์เช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่ามนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว】
หวงเยี่ยชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
ถึงจะถูกปลอบโยนด้วยเหตุผลที่ฟังดูมีน้ำหนัก ทว่าภายในใจกลับมิได้รู้สึกยินดีเลยซักนิด เพราะตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ใบหน้าที่โดดเด่นเกินคนทั่วไปและเส้นผมสีฟ้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ชายหนุ่มต้องตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดอยู่เสมอ
เขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญิงสาวบ่อยครั้งจนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติ
เมื่ออธิบายหรือถูกยืนยันว่าเป็นบุรุษแท้จริงแล้วก็ตาม แต่สายตาของผู้คนก็ยังคงคลุมเครือ ไม่อาจแยกแยะได้อย่างชัดเจน
และยิ่งไปกว่านั้น สมญานามหนึ่งที่หวงเยี่ยไม่เคยต้องการ กลับแพร่กระจายไปทั่วทั้งสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานอย่างรวดเร็ว
“เจ้าชายน้อย…”
เพียงคิดถึงคำเรียกนั้น สีหน้าของหวงเยี่ยก็พลันบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ในช่วงแรก เขาเกลียดคำนี้เสียยิ่งกว่าสิ่งใด ทุกครั้งที่ได้ยินล้วนทำให้รู้สึกราวถูกเยาะเย้ยอย่างแยบยล แม้ผู้เรียกจะไม่ได้มีเจตนาร้ายก็ตาม
เขาเคยโต้เถียง เคยแสดงความไม่พอใจ เคยปฏิเสธอย่างชัดเจน
แต่ยิ่งต่อต้าน คำเรียกนั้นกลับยิ่งถูกใช้อย่างแพร่หลาย ราวกับยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งจมลึกลงไปในวังวนที่ไม่อาจหลีกหนี
กาลเวลาผ่านไปทีละน้อย
ความรู้สึกต่อต้านค่อยๆจางหายไป ไม่ใช่เพราะยอมรับ แต่เพราะชายหนุ่มเหนื่อยล้ากับการต่อต้านสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
หวงเยี่ยคิดแล้วก็ยิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝีเท้าที่เคยหนักหน่วงเริ่มผ่อนลงเล็กน้อย
“ช่างมันเถอะ.. จะเรียกอะไรก็เรื่องของพวกมัน!”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นก่อนหน้า หากเป็นความเฉยเมยที่ปะปนกับความเบื่อหน่าย
เขาไม่ต้องการเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระอีกต่อไป ไม่ต้องการอธิบาย ไม่ต้องการแก้ไขความเข้าใจของใคร
เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผู้อื่นจะมองตัวตนของเขาเป็นอย่างไร ทั้งหมดมันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้
ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ในมือยังคงส่องแสงนำทาง เส้นเรืองรองเปลี่ยนทิศเป็นแนวโค้งเล็กน้อย
ก่อนจะพาเขาเข้าสู่เขตที่พักของนักศึกษาชั้นปีหนึ่งโดยตรง
เบื้องหน้าคือกลุ่มอาคารสูงหลายสิบแห่งที่ตั้งเรียงรายต่อกันอย่างเป็นระเบียบ ผนังแต่ละหลังถูกสร้างด้วยวัสดุสีอ่อนสะอาดตา หน้าต่างกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายราวผิวน้ำ อาคารเหล่านั้นไม่ได้หรูหราเกินควร แต่ก็สง่างามสมฐานะสถาบันใหญ่
ภายในตึกแต่ละหลังแบ่งเป็นห้องพักย่อยจำนวนมาก ถูกออกแบบให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยส่วนตัว
มีระเบียงเล็กๆยื่นออกมารับลม แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้วางผัง
หวงเยี่ยหยุดยืนบริเวณด้านหน้าอาณาเขตทางเข้า พลางยกป้ายอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาจ้องมองข้อมูลที่สลักไว้บนนั้นอย่างตั้งใจ ตัวอักษรเรืองแสงปรากฏชัดเจน ทว่ากลับทำให้ชายหนุ่มยิ่งมึนงงมากกว่าเดิม
“นี่มัน…”
เขาขมวดคิ้วแน่น สายตาไล่อ่านบรรทัดเดิมซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้ามองไปรอบๆอย่างไม่แน่ใจ
ไม่ไกลจากบริเวณทางเข้าอาณาเขต มีชายชราผู้หนึ่งกำลังกวาดพื้นอย่างเชื่องช้า เสื้อผ้าเรียบง่าย ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งวัย
หวงเยี่ยก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยท่าทีสุภาพ
“ท่านผู้อาวุโส.. ที่พักของข้ามันอยู่ตรงไหน มันระบุเอาไว้ว่าเป็น…”
เขายื่นป้ายในมือให้ดู พร้อมชี้ไปยังข้อมูลที่ปรากฏอยู่ ทำให้ชายชราต้องหยุดมือที่กำลังจับไม้กวาด ก่อนจะรับป้ายมาดูอย่างช้าๆ เมื่อสายตาไล่อ่านรายละเอียด สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเล็กน้อย
“อ้อ…”
ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างช้าๆ ชี้ไปยังอีกฟากหนึ่งของอาณาเขต
“อยู่โน่นเลย!”
หวงเยี่ยขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“โน่นหรือ?”
ชายชราหัวเราะคล้ายขบขันกับความสับสนของชายหนุ่ม
“เจ้าคือนักล่ามังกรที่มีเจตจำนงระดับราชา แน่นอนว่าไม่ได้อยู่รวมกับพวกนักเรียนชั้นปีหนึ่งคนอื่นๆอยู่แล้ว”
คำกล่าวนั้นทำให้หวงเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
“โน่น! ที่พักของเจ้าคือบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางโน่นต่างหาก!”
หวงเยี่ยหันขวับไปตามทิศที่อีกฝ่ายชี้
สายตาของเขาไล่ผ่านแนวตึกเรียงราย ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่พื้นที่กว้างด้านในสุดของอาณาเขต ซึ่งมีบ้านหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น
มันไม่ใช่อาคารสูงแบบเดียวกับที่พักอื่น แต่เป็นบ้านพักขนาดใหญ่ รูปทรงงดงาม ผนังสีอ่อนตัดกับหลังคาทรงโค้งที่ประดับลวดลายละเอียดอ่อน ระเบียงกว้างขวางทอดยื่นออกมาด้านหน้า สวนเล็กๆถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบโดยรอบ ราวกับแยกออกจากโลกภายนอก
แสงแดดตกกระทบตัวบ้านจนสะท้อนเป็นประกายอ่อนโยน ให้ความรู้สึกสงบและทรงศักดิ์ศรีในเวลาเดียวกัน
หวงเยี่ยอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว
“ของข้า.. จริงหรือ?”
ท่าทางของเขาเจือความไม่เชื่อปะปนไปกับความตื่นเต้น เพราะหวงเยี่ยไม่เคยมีความร่ำรวย จึงเข้าใจในสิ่งของด้านหน้า
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!”
แทบไม่ต้องรอคำยืนยันซ้ำ ตัวของหวงเยี่ยก็รีบก้าวออกไปทันที ฝีเท้าที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิด บัดนี้กลับเร่งรีบด้วยความกระตือรือร้น และยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ รายละเอียดของบ้านหลังนั้นยิ่งชัดเจน ลวดลายบนเสาประตูถูกแกะสลักอย่างประณีต
ประตูบานใหญ่ขัดเงาเรียบร้อย กระจกหน้าต่างใสสะอาดจนมองเห็นเงาของตนเองสะท้อนอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้จะพยายามวางท่าทีสงบเพียงใด ความตื่นเต้นก็ยังเล็ดลอดออกมาอย่างไม่อาจปกปิด
ขณะที่เบื้องหลัง ชายชรามองตามร่างของชายหนุ่มด้วยสายตาลึกซึ้ง ไม้กวาดในมือยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย
“มาแล้วสินะ ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาเพียงคนเดียวในชั้นปีนี้!”
“สมญานามเจ้าชายน้อย หวงเยี่ยซื่อจื่อ..”
“หึหึ สมกับที่ถูกเรียกว่าเจ้าชายน้อยจริงๆนั่นแหละ”
สายตาเฝ้ามองรูปลักษณ์อันโดดเด่นของชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ใหญ่
“เพราะรูปลักษณ์ของเขามันถูกปูทางให้เป็นแบบนั้นนี่เนอะ?”