พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 56 เทคโนโลยีจากยุคโบราณ
หวงเยี่ยรับรู้ดีแก่ใจว่าเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาซึ่งได้รับมาจากระบบกลืนกินของตนนั้น มันไม่ได้เป็นเพียงพลังพื้นฐานที่มีไว้เพื่อเกื้อหนุนหรือรักษาเช่นธาตุพฤกษาทั่วไป หากเป็นอำนาจที่ซ่อนเร้นความดุดันเอาไว้ภายใต้เปลือกแห่งความเขียวชอุ่ม
มันไม่ใช่เถาวัลย์อ่อนโยน ไม่ใช่สายรากที่คอยโอบอุ้มสรรพชีวิต
ทว่าเป็นคมเขี้ยวแห่งพงไพรที่พร้อมจะฉีกกระชากฟ้าดินให้แหลกสลายโดยไม่ลังเลแม้เพียงเสี้ยววินาที
เจตจำนงแห่งพลังนี้ไม่ได้มีรูปแบบของการสนับสนุนหรือช่วยเหลือแฝงอยู่เลยซักนิด ถือกำเนิดขึ้นเพื่อบดขยี้และครอบงำ ทุกเส้นใยของรากไม้พิฆาตดาราแฝงเร้นพลังโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว เปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่หลับใหลอยู่ใต้ผืนป่าอันเงียบงัน รอเพียงเจ้าของปลุกให้ตื่นขึ้น
สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างยิ่งกว่าธาตุพฤกษาทั่วไป คือความสามารถในการแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตามความคิดของเขา
รากไม้พิฆาตดาราเหล่านั้นไม่ได้จำกัดอยู่ในสภาพของเถาวัลย์หรือเส้นใยธรรมดา
สามารถแปรสภาพเป็นคมดาบ พุ่งทะยานดั่งหอกยาว หรือแตกกิ่งก้านกลายเป็นกำแพงหนาทึบได้ในชั่วพริบตา
ขอเพียงจิตนึกคิดก่อรูปขึ้นอย่างชัดเจน พลังวิญญาณก็จะไหลหลั่งตามจินตนาการนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เพราะเหตุนี้เอง ตัวของจึงไม่จำเป็นต้องผสานวิชาการต่อสู้อื่นใดเข้าไปในเจตจำนงเพื่อบังคับให้พลังวิญญาณแปรสภาพไปตามแบบแผนที่ตำราเขียนเอาไว้ การเคลื่อนไหวของรากไม้ไม่ต้องอาศัยท่วงท่าที่เรียนรู้จากผู้อื่น
ไม่ต้องอาศัยคัมภีร์ที่สั่งสมผ่านกาลเวลา ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากความคิดและความสร้างสรรค์ของเขาเอง
ระบบกลืนกินมังกรเมื่อเห็นความคิดนั้นก็พยักหน้ารับอย่างมั่นใจ เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอย่างชัดเจน
【ถูกต้องคะโฮสต์】
【ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราของโฮสต์นั้นไร้เทียมทานอยู่แล้ว ตราบใดที่ยังมีจินตนาการ ตราบใดที่ยังมีความคิดสร้างสรรค์ รากไม้ของโฮสต์ก็สามารถแปรเปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่โฮสต์ต้องการได้อย่างอิสระ เพราะงั้นไอ้วิชาการต่อสู้ธาตุพฤกษาจึงไม่จำเป็นเลยซักนิด】
【ไว้รอให้พลังวิญญาณของโฮสต์มากขึ้น โฮสต์จะเริ่มเข้าใจเองว่าเจตจำนงธาตุพฤกษาของตนนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด】
【จะสร้างยักษ์ไม้ที่สูงเสียดฟ้า หรือกระทั่งสร้างมังกรไม้ที่น่าสะพรึงกลัวจนเผ่าพันธุ์มังกรตัวจริงยังต้องขยาด ทั้งหมดก็สามารถทำได้】
คำกล่าวของระบบคล้ายจุดประกายภาพหนึ่งขึ้นภายในห้วงความคิดของหวงเยี่ย
ยักษ์ไม้ขนาดมหึมายืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุ ร่างกายประกอบขึ้นจากรากไม้พันเกี่ยวกันแน่นหนา ทุกก้าวย่างทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน หรือกระทั่งมังกรไม้ที่แผ่ปีกเหนือท้องฟ้า เกล็ดไม้ทับซ้อนกันอย่างงดงาม ทว่าแฝงคมเขี้ยวที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้สิ้นซาก
และเมื่อเห็นว่าระบบกลืนกินมังกรเห็นด้วยต่อความคิดของตน
หวงเยี่ยจึงพยักหน้ารับอย่างช้าๆ ก่อนจะโบกมือปิดภาพโฮโลแกรมทั้งหมดทิ้งไป
แสงสลัวค่อยๆเลือนหาย เหลือเพียงความเงียบงันภายในห้อง
ขณะที่เอนตัวลงบนโซฟาอันนุ่มนิ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างกายผ่อนคลาย ทว่าจิตใจกลับตื่นตัวอย่างยิ่ง
ดวงตาของเขาปิดลงช้าๆ ก่อนที่ภาพในจินตนาการจะก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน
รากไม้จำนวนมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต พวกมันสานเกี่ยวกันเป็นโครงข่ายขนาดมหึมาที่ปกคลุมผืนฟ้า เสมือนพงไพรที่เติบโตทะลุผ่านชั้นเมฆ ทุกเส้นใยเปล่งประกายสีเขียวเข้ม ดุจดั่งดวงดาวที่ส่องแสงอยู่ท่ามกลางรัตติกาล
รากไม้บางส่วนแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดคมกริบ บางส่วนแตกกิ่งก้านกลายเป็นโล่กำบัง บางส่วนรวมตัวกันเป็นรูปทรงของสัตว์ร้ายที่คำรามกึกก้อง ความเคลื่อนไหวของพวกมันเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่ติดขัด ไม่จำเป็นต้องมีท่วงท่าที่ตายตัว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะเขาคิด
“นั่นสินะ.. ข้าไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนวิชาการต่อสู้อื่นๆ เพราะราชันย์พงไพรพิฆาตดาราของข้ามันน่าสะพรึงกลัวจริงๆนั่นแหละ”
กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณสองนาที ความเงียบสงบที่ปกคลุมอยู่ภายในบ้านพักก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสัญญาณจากด้านหน้าประตู
เสียงกริ๊งดังขึ้นสองสามครั้ง เป็นจังหวะที่สุภาพและมีระเบียบ ราวกับผู้มาเยือนมั่นใจว่าผู้อยู่ภายในจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน
หวงเยี่ยซึ่งกำลังหลับตานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาค่อยๆลืมตาขึ้น
แววตาที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยภาพจินตนาการแห่งรากไม้พิฆาตดารากลับคืนสู่ความเป็นจริง และเมื่อบานประตูถูกผลักออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็คือหญิงสาวผมสีทองตัดสั้น ใบหน้าคมคาย ดวงตาเฉียบคมที่แฝงประกายอ่อนโยนอยู่ภายใน
เฟิงหลงอิน
ทันทีที่สายตาของนางสบเข้ากับนักเรียนหนุ่ม รอยยิ้มก็เผยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
“เป็นยังไงบ้างละ ที่พักสำหรับนักเรียนผู้ครอบครองเจตจำนงระดับราชา มันไม่เลวเลยใช่ไหม?”
น้ำเสียงของนางมีทั้งความหยอกเย้าและความจริงใจปะปนกันอยู่เล็กน้อย ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวเล็กของเขาอย่างพินิจ
หวงเยี่ยเผยรอยยิ้มกว้างทันที
“มันดีอย่างมากเลยละ!”
คำตอบนั้นตรงไปตรงมา ปราศจากการเสแสร้ง
เฟิงหลงอินฟังแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนริมฝีปาก ก่อนที่นางจะก้าวผ่านเขาเข้าไปภายในบ้านพักอย่างคุ้นเคย
นางเดินไปยังโซฟาและนั่งลงอย่างสง่างาม การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นธรรมชาติราวกับสถานที่แห่งนี้เป็นของตนเอง
จากนั้นมือเรียวขาวก็ยกขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือขยับแตะแหวนที่สวมใส่อยู่
หวงเยี่ยพลันหยุดสายตาอยู่ที่แหวนนั้น
ดวงตาของเขาเปล่งประกายวาบ
แหวนวงนั้นไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดา หากเป็นเทคโนโลยีจากอารยธรรมโบราณที่สูญสลายไปนานแล้ว
มันถูกเรียกว่าแหวนมิติ
ภายในแหวนวงเล็กๆนี้ เปรียบเสมือนมีโลกอีกใบหนึ่งซ่อนเร้นอยู่
มิติภายในมีขนาดแตกต่างกันไปตามระดับของแหวน และสามารถเก็บสิ่งของที่ไม่มีชีวิตเอาไว้ได้อย่างอิสระ
เฟิงหลงอินสะบัดนิ้วเล็กน้อย
แสงสลัวพลันก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า
สิ่งของชิ้นแรกปรากฏออกมาจากอากาศ เป็นม้วนตำราที่เปล่งประกายสีเขียวเข้ม เส้นสายของพลังธาตุพฤกษาพลิ้วอยู่บนพื้นผิวของมัน
“นี่คือวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชา”
ยังไม่ทันที่หวงเยี่ยจะได้เอื้อมมือไปสัมผัส สิ่งของชิ้นที่สองก็ปรากฏขึ้น
หอก
ปลายหอกเรียวยาว แหลมคมจนสะท้อนแสงบางเบา ลำหอกเป็นสีดำอมทอง มีลวดลายคล้ายเกล็ดมังกรสลักอยู่ตลอดทั้งด้าม
แรงกดดันจากมันแผ่ซ่านออกมาอย่างเงียบงัน
“หอกระดับราชาที่ถูกสร้างขึ้นจากเขี้ยวและกรงเล็บของราชันย์มังกรจักรพรรดิทองคำ”
“ถูกเรียกว่าหอกจักรพรรดิทองคำ!”
เขี้ยวของราชันย์มังกร
เพียงคำเดียวก็เพียงพอที่จะบอกเล่าถึงคุณค่าของมัน
อาวุธชิ้นนี้ไม่ใช่ของธรรมดา มันถูกหลอมรวมจากวัตถุดิบระดับสูง ผ่านกระบวนการสร้างที่ต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรอย่างมหาศาล
พลังอันดุดันของมังกรยังคงแฝงเร้นอยู่ภายในเนื้อวัสดุ ราวกับมันยังมีชีวิตอยู่ยังไงยังงั้น
หวงเยี่ยมองมันอย่างนิ่งงัน
ก่อนที่สิ่งสุดท้ายจะปรากฏขึ้น
ลักษณะของมันเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็ก สีแดงเข้ม คล้ายหยดเลือดที่แข็งตัวอยู่กลางอากาศ ถูกเก็บเอาไว้ในขวดหยกที่ปิดทึบ
“แล้วสุดท้ายก็คือเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ”
“เมล็ดพันธุ์นี้จะทำให้นักล่ามังกรเช่นเจ้า กลายไปเป็นผู้กลืนกินมังกรที่สามารถนำเปลวไฟมาทานเป็นอาหารว่างได้!”