พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 57 วิชาขับเคลื่อนพลังระดับราชา
ทรัพยากรทั้งสามชนิดที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า เปล่งประกายแสงเรืองรองอันแตกต่างกันไปตามลักษณะของมัน
หัวใจของหวงเยี่ยพลันเต้นระรัวดั่งกลองศึก เลือดลมภายในกายสูบฉีดอย่างรุนแรงจนแม้แต่ปลายนิ้วยังสั่นไหวเล็กน้อย
เพราะตัวของเขาไม่ใช่ชายหนุ่มไร้เดียงสาที่ไม่เข้าใจคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ ตรงกันข้าม เขาตระหนักชัดดีว่าทรัพยากรแต่ละอย่าง หากหลุดรั่วออกไปยังโลกภายนอกแม้เพียงชิ้นเดียว มันก็เพียงพอจะทำให้นักล่ามังกรระดับหกหรือเจ็ดต้องสั่นสะท้าน
วิชาขับเคลื่อนพลังนั้น คือรากฐานสำคัญสำหรับการฝึกฝนพลังวิญญาณโดยเฉพาะ มันมิได้เป็นเพียงตำราที่สอนวิธีปลดปล่อยพลัง หากเป็นแนวทางในการควบคุม การไหลเวียน และการบังคับบัญชาพลังให้สอดคล้องกับเจตจำนงอย่างสมบูรณ์
ผู้ที่มีเจตจำนงระดับราชา หากขาดวิธีขับเคลื่อนที่ถูกต้องก็เปรียบเสมือนผู้ครอบครองสมบัติล้ำค่าแต่ไม่รู้จักใช้
ขณะที่หอกจักรพรรดิทองคำซึ่งวางนิ่งอยู่ข้างกันนั้น กลับให้ความรู้สึกแตกต่างโดยสิ้นเชิง
มันคือสุดยอดอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของราชันย์มังกร
เขี้ยวและกรงเล็บอันแข็งแกร่งถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างประณีต จนกลายเป็นหอกสีทองหม่นที่เปล่งประกายอันเยือกเย็น ผิวสัมผัสของมันเรียบลื่น ปลายหอกแหลมคมจนสะท้อนพลังวิญญาณที่ยังคงไม่มอดดับ ราวกับวิญญาณของราชันย์มังกรยังคงสิงสถิตอยู่ในเนื้อวัสดุ
เพียงมองก็รับรู้ได้ถึงพลังทะลวงอันไร้สิ่งกีดขวาง มันสามารถเจาะทะลุได้ทุกสรรพสิ่ง
ไม่เว้นกระทั่งราชันย์มังกร
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเผ่าพันธุ์มังกรระดับต่ำ หรือสัตว์อสูรมังกรทุกชนิด
หวงเยี่ยมั่นใจอย่างที่สุดว่า หากตนมีหอกเล่มนี้อยู่ในมือ การสังหารศัตรูย่อมรวดเร็วขึ้นกว่าที่เคยเป็นเท่าตัว
เพียงหนึ่งทะลวงก็เพียงพอจะตัดสินผลลัพธ์
และสุดท้าย
เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ
สีแดงเข้มดั่งหยดโลหิตที่หลอมรวมด้วยเปลวเพลิง ความร้อนแผ่วเบาแผ่กระจายออกมาเป็นระลอกบางๆ
เมื่อผสานมันเข้าสู่ร่างกาย นักล่ามังกรจะกลายเป็นผู้กลืนกินมังกร
พลังอำนาจในการกลืนกินเปลวไฟจะตื่นขึ้น เปลวเพลิงไม่อาจทำร้ายตนเองได้อีกต่อไป
ตรงกันข้าม
มันจะกลายเป็นอาหาร
เป็นพลังงาน
เป็นเชื้อไฟที่เติมเต็มความแข็งแกร่งภายในระยะเวลาอันสั้น สามารถนำเปลวไฟมากินเพื่อเพิ่มพูนพลังอำนาจได้โดยตรง
ทรัพยากรเช่นนี้ คือสิ่งที่เหล่านักล่ามังกรต่างถวินหา เพราะมันหมายถึงการยกระดับศักยภาพอย่างก้าวกระโดด
และบัดนี้ ทั้งสามสิ่งกลับปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ
ความรู้สึกตื้นตันเอ่อล้นขึ้นภายในอกโดยไม่อาจห้ามปราม
หวงเยี่ยกำมือแน่น ก่อนจะเงยหน้ามองเฟิงหลงอิน
“ขอบคุณอาจารย์เฟิง!”
เฟิงหลงอินมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้ม
“ไปขอบคุณท่านผู้อำนวยการหย่าเฟยเถอะ เป็นท่านที่ตัดสินใจมอบสิ่งของเหล่านี้ให้กับเจ้า!”
คำพูดนั้นทำให้หวงเยี่ยชะงักเล็กน้อย
ผู้อำนวยการหย่าเฟย
ผู้บริหารสูงสุดของสถาบัน
การที่ทรัพยากรระดับนี้ถูกส่งมาถึงมือเขา ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
เฟิงหลงอินกล่าวต่อ
“ถ้าพบเจอนางก็อย่าลืมแสดงความเคารพละ”
“ส่วนตอนนี้ข้าต้องขอตัวก่อน ใช้เวลาทำความเข้าใจพวกมันไปละกัน!”
คำพูดนั้นทิ้งท้ายไว้ด้วยความมั่นใจ
เฟิงหลงอินก้าวเดินไปยังประตูอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะเปิดออกและจากไปอย่างเงียบงัน
เหลือเพียงหวงเยี่ยกับทรัพยากรอันล้ำค่าอยู่ภายในห้อง
และไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ หวงเยี่ยได้หยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาตรวจสอบมันอย่างรวดเร็ว
ปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านพื้นผิวที่เก่าแก่และหยาบกร้านอย่างระมัดระวัง กลิ่นอายโบราณลอยอบอวลออกมาจากกระดาษบางแผ่นนั้น ราวกับมันผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือน
เมื่อคลี่มันออก สายตาของเขากลับหยุดชะงักลงเล็กน้อย
เพราะมันไม่ได้เป็นเหมือนตำราที่ถูกบันทึกเอาไว้เป็นเล่มหนาหลายหน้า ไม่มีคำอธิบายเป็นลำดับขั้น ไม่มีภาพประกอบหรือแผนผังพลังที่ซับซ้อน หากมีเพียงแค่หน้ากระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น ซึ่งถูกสลักเอาไว้ด้วยอักขระเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายลึกลับ
เส้นสายของตัวอักษรบิดโค้งประหนึ่งเถาวัลย์ที่เลื้อยพันกันอยู่บนหน้าผา ลายเส้นทุกเส้นแฝงด้วยเจตจำนงอันลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง
เนื้อหาบนกระดาษอธิบายถึงการควบคุมพลังวิญญาณธาตุพฤกษาอย่างละเอียดอ่อน
เป็นการทำให้ร่างกายและจิตวิญญาณสอดประสานกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
การหายใจต้องลึกและยาวราวกับรากไม้ที่หยั่งลงสู่ผืนดิน การควบคุมพลังภายในต้องนิ่งสงบเหมือนลำต้นที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางพายุ
มันไม่ได้ทำให้การดูดกลืนพลังวิญญาณรอบตัวเร็วขึ้น ไม่ได้เพิ่มปริมาณพลังอย่างฉับพลันเหมือนวิชาทั่วไป
ทว่าหัวใจสำคัญของมันอยู่ที่การขัดเกลาความบริสุทธิ์และความแม่นยำของการควบคุม เมื่อผู้ฝึกบรรลุวิชาการขับเคลื่อนพลังระดับราชาแล้ว วิชานี้จะทำให้เขาสามารถบังคับเจตจำนงแห่งพลังของตนเองได้อย่างอิสระ ไร้ข้อจำกัด และร้ายกาจเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิด
ดวงตาของหวงเยี่ยส่องประกายวาววับ
“นี่มันไม่ใช่วิชาสำหรับมือใหม่เลยสินะ?”
ลมหายใจของเขาชะลอลงตามจังหวะที่ตัวอักษรบนแผ่นกระดาษบรรยายเอาไว้
ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆเชื่อมโยงกับต้นไม้สีม่วงเข้มในห้วงจิตของเขา ตอบรับกับเนื้อหาในคัมภีร์โดยไม่ต้องใช้คำพูด
ทว่าขณะที่กำลังจะอ่านต่อ เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นในห้วงจิตอย่างฉับพลัน
【ตรวจพบวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชา ใช้แต้มวิญญาณทั้งหมดที่มีในการร่ำเรียน โฮสต์จะร่ำเรียนมันเลยหรือไม่?】
นี่คือทางลัดที่นักล่ามังกรคนอื่นไม่มี พวกเขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจหลักการทีละขั้น
ต้องลองผิดลองถูก หรือกระทั่งฝึกฝนจนร่างกายแทบพังทลาย
ทว่าตัวของหวงเยี่ยกลับมีระบบกลืนกินมังกรเป็นเครื่องมืออันเหนือชั้น ด้วยพลังอำนาจของมัน เขาสามารถเข้าใจรูปแบบวิชาต่างๆได้ในทันที ประหนึ่งประสบการณ์หลายปีถูกอัดแน่นเข้าสู่จิตใจภายในพริบตาเดียว
ริมฝีปากของเขายกยิ้มอย่างตื่นเต้น
“จัดไปเลยคนสวย!”
ทันทีที่คำตอบถูกส่งผ่านเจตจำนง เสียงตอบรับก็แว่วขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คลื่นข้อมูลมหาศาลจะถาโถมเข้าสู่ห้วงจิตอย่างรุนแรง
อำนาจของมันราวกับมหาสมุทรที่ปั่นป่วนและซัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ภาพอักขระเก่าแก่หมุนวนอยู่ในความคิด หลักการหายใจ การเคลื่อนไหวของพลัง เส้นทางการไหลเวียนในเส้นชีพจรโลหิต ทุกสิ่งทุกอย่างถูกถ่ายทอดอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย
“อึก?!”
ร่างของหวงเยี่ยสั่นสะท้านเล็กน้อย รู้สึกได้ว่าสมองกำลังถูกเปิดออกและเติมเต็มด้วยความรู้ที่ลึกซึ้งเกินขีดจำกัดเดิม
ขณะที่พลังวิญญาณภายในร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง มันไหลเวียนเร็วขึ้น ไม่กระจัดกระจายเหมือนก่อน ควบแน่นแนบแน่นและบริสุทธิ์มากขึ้นเป็นเท่าตัว ทุกการหมุนวนของพลังมีจังหวะที่ชัดเจน ไม่สูญเปล่าแม้เพียงเสี้ยวเดียว
เสมือนแม่น้ำที่ถูกขุดลอกจนใสสะอาดและไหลเชี่ยวอย่างทรงพลัง
ลมหายใจของเขาลึกขึ้นโดยอัตโนมัติ หน้าอกขยายออกอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะปล่อยลมหายใจยาวช้าๆตามจังหวะที่คัมภีร์สลักเอาไว้
ความรู้สึกหนักอึ้งภายในร่างค่อยๆคลี่คลาย กลายเป็นความมั่นคงและหนักแน่นแทนที่
ที่สำคัญที่สุด ต้นไม้สีม่วงเข้มซึ่งเป็นตัวแทนของเจตจำนงราชันย์พงไพรพิฆาตดาราได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ลำต้นที่เคยตั้งตระหง่านเพียงเดียวดาย บัดนี้เริ่มแตกหน่อออกเป็นกิ่งก้านจำนวนมาก เส้นใยพลังสีม่วงแผ่กระจายออกไปทุกทิศทางอย่างทรงพลัง แม้มันจะยังไม่มีใบไม้ผลิบาน ทว่ากิ่งก้านที่เพิ่มพูนขึ้นกลับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ทวีคูณ
“มันกำลังเติบโต…”
กิ่งก้านแต่ละเส้นเปรียบเสมือนเส้นทางแห่งเจตจำนงที่แตกแขนงออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
พลังอำนาจของราชาไม่ใช่เพียงความรุนแรงในการโจมตี หากเป็นความสามารถในการควบคุมและกำหนดทิศทางของพลังได้ดั่งใจนึก
เมื่อกิ่งก้านเพิ่มมากขึ้น ขอบเขตของการควบคุมก็ยิ่งขยายกว้างขึ้นตามไปด้วย
หวงเยี่ยกำหมัดแน่น ความรู้สึกใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างทำให้รับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าตัวตนของเขาในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“ระดับราชา..”
“แบบนี้เองสินะ?”
“แค่เริ่มฝึกฝนก็ทำให้พลังวิญญาณของข้าเป็นเหมือนกับเมฆที่ล่องลอยและอิสระ”
ลมหายใจสุดท้ายถูกปล่อยออกอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางที่แต้มอยู่บนใบหน้า
เส้นทางแห่งพลังพฤกษาของเขาได้ก้าวสู่ขอบเขตใหม่แล้ว
และเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอย่างราชันย์พงไพรพิฆาตดารา พลังของมันก็ได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง