พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 60 มนุษย์สายเลือดระดับต่ำ
หวงเยี่ยยืนนิ่งอยู่ภายในห้องพักของตนเอง แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นลำ ทาบทอลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดของเขา แผ่นหน้าต่างระบบกลืนกินมังกรลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้า รายละเอียดข้อมูลมากมายสะท้อนอยู่ในดวงตาที่กำลังจ้องมองอย่างตั้งใจ
ทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร ล้วนเป็นกุญแจสำคัญสู่เส้นทางแห่งความแข็งแกร่งที่เขาใฝ่หา
มุมปากของเขาค่อยๆยกขึ้น กลายเป็นรอยยิ้มที่แฝงความทะเยอทะยานและความตื่นเต้นอย่างยากจะปกปิด
“แต้ม!”
“แต้ม!”
“แต้มวิญญาณ..”
เขาพึมพำกับตนเองเบาๆ เหมือนกำลังลิ้มรสคำที่แสนหอมหวานที่สุดในชีวิต
“ตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับข้ามากที่สุดก็คือแต้มวิญญาณที่ได้รับจากการสังหารสัตว์อสูรมังกรหรือเผ่าพันธุ์มังกรที่แท้จริง!”
“เพราะงั้นแล้ว.. ข้าควรมองหาภารกิจและออกไปนอกมหาวิทยาลัยเทพอสูรดีไหมนะ?”
ในตอนนี้หวงเยี่ยเข้าใจเส้นทางของตนเองเป็นอย่างดี แตกต่างจากนักล่ามังกรคนอื่นที่ต้องฝึกฝนวิชาและสะสมพลังวิญญาณไปทีละเล็กทีละน้อย หวงเยี่ยมีทางลัดที่ไม่มีใครเหมือน ระบบกลืนกินมังกรทำให้เขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด
ไม่ว่าจะเป็นพลังโจมตี ความทนทาน หรือแม้แต่ศักยภาพโดยรวม ล้วนพัฒนาได้ผ่านการกลืนกิน
เขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลานั่งสมาธิยาวนาน ไม่ต้องรอคอยการสะสมพลังอย่างเชื่องช้า
เพียงแค่สังหารและกลืนกิน เขาก็สามารถใช้แต้มวิญญาณก้าวข้ามผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ขณะที่สายตากำลังกวาดมองข้อมูลของตนเอง เขาก็สะดุดกับข้อความหนึ่งที่ทำให้คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับต่ำ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 100,000
ความสงสัยที่สะสมมานานผุดขึ้นมาอีกครั้ง หวงเยี่ยจึงเอ่ยถามออกไปโดยไม่ลังเล
“นี่ระบบ.. เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับต่ำหมายถึงอะไร?”
“ถ้าขึ้นเป็นระดับกลาง หรือระดับสูง ข้าจะสามารถแปลงร่างได้เหรอ?”
คำถามนั้นสะท้อนถึงความสงสัยที่ฝังลึกอยู่ในใจของเขาตั้งแต่ได้รับระบบกลืนกินมังกรมา ต่อให้จะใช้งานระบบมาได้ซักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่าสายเลือดก็ยังคงคลุมเครือสำหรับเขา
ไม่นาน เสียงของระบบก็ดังขึ้นในห้วงสติ
【สายเลือดก็คือสายเลือดยังไงละ โฮสต์คิดว่าดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ มันเป็นเพียงแห่งเดียวที่มีอารยธรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือคะ?】
คำตอบนั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางจิตใจของหวงเยี่ย
ร่างของเขาสั่นสะท้าน และดวงตาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลัน
“เดี๋ยวก่อน..”
“หมายความว่ายังไงกัน?”
เขารีบถามกลับทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตกใจและอยากรู้อยากเห็น โลกใบนี้ยังมีความลับที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนอย่างนั้นหรือ
ทว่าระบบกลับส่ายศีรษะ
【ยังไม่ถึงเวลาค่ะโฮสต์】
【ไว้รอให้โฮสต์เป็นนักล่ามังกรระดับเก้าหรือสิบก่อน หรือได้พบเจอกับซากอารยธรรมโบราณ】
【ถึงตอนนั้นโฮสต์จะเข้าใจเองว่าดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ มันก็เป็นเพียงสนามการต่อสู้เล็กๆที่อยู่ท่ามกลางเผ่าพันธุ์มังกรอันยิ่งใหญ่】
“สนามการต่อสู้เล็กๆ..”
โลกที่ชายหนุ่มเคยคิดว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันกลับเป็นเพียงจุดเล็กจุดหนึ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์มังกร
หวงเยี่ยนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของมันชัดเจนในอก
ความตกตะลึงค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นและความกระหายที่จะก้าวไปให้ไกลยิ่งกว่าเดิมเลยก็ว่าได้
ทว่าความสงบนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน
“โฮกกก~”
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นภายในห้อง ราวกับมังกรหิวโหยกำลังแผดเสียงสะท้อนก้องอยู่ในถ้ำลึก
“เอ่อ..”
ทำให้หวงเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้วก้มลงมองหน้าท้องของตนเอง
เสียงคำรามนั้นไม่ได้มาจากสัตว์อสูรตัวใด แต่มาจากท้องของเขาเอง
หวงเยี่ยยกมือขึ้นลูบท้องด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน มุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มแหยๆอย่างช่วยไม่ได้
“จะว่าไป.. ข้าก็ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่สามสี่วันก่อนแล้ว”
เขาพึมพำกับตนเอง พลางนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ตั้งแต่การได้รับระบบกลืนกินมังกร การหลอมรวมเมล็ดพันธุ์มังกร ไปจนถึงการทดลองใช้พลังใหม่ ทุกอย่างทำให้เขาหลงลืมเรื่องพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง
ก่อนที่ท้องจะร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้งดังครืดคราดราวกับกำลังเร่งเร้า
“แต่ตอนนี้ข้าหิวสุดๆ”
เขาลุกขึ้นยืนทันที ความคิดเกี่ยวกับการฝึกฝนและแต้มวิญญาณถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว สิ่งสำคัญในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“งั้นไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยละกัน เพราะได้ยินว่านักเรียนสามารถกินได้ฟรีๆ แล้วจะกินเท่าไหร่ก็ได้!”
เพียงคิดถึงอาหารหลากหลายชนิด น้ำลายก็แทบจะไหลออกมา หวงเยี่ยไม่รอช้า รีบก้าวออกจากบ้านพักหลังใหญ่ของตนเองในทันที ฝีเท้าของเขาเบาและรวดเร็ว แฝงด้วยความกระตือรือร้นที่ต่างจากตอนเผชิญหน้ากับพลังอำนาจอย่างสิ้นเชิง
เมื่อก้าวออกมาสู่ภายนอก แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังทอดยาวไปทั่วมหาวิทยาลัย
ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยสีส้ม แดง และม่วงอย่างงดงาม อาคารสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางถนนกว้างและลานฝึกฝนที่โอ่อ่า
บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นักเรียนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โรงอาหารของมหาวิทยาลัย
เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงฝีเท้าดังประสานกันเป็นจังหวะคึกคัก
ทั้งนักเรียนใหม่ที่ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และนักเรียนเก่าที่คุ้นเคยกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ต่างก็เดินไปพร้อมกันเป็นกลุ่มๆ
มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนักเรียนอยู่หลายพันคน และทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีศักยภาพและพรสวรรค์ในการเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่ง เพราะมหาวิทยาลัยเทพอสูรคือสถาบันนักล่ามังกรชั้นนำของทวีปทางเหนือ เป็นสถานที่ที่รวมเหล่าอัจฉริยะจากทั่วสารทิศเอาไว้ด้วยกัน
ท่ามกลางฝูงชนที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีฟ้าสว่างดุจอัญมณีภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง กลับโดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน และท่วงท่าที่สงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ทำให้เขาแตกต่างจากผู้คนรอบข้างในทันที
สายตานับไม่ถ้วนหันมามองเขาโดยไม่รู้ตัว เสียงซุบซิบค่อยๆดังขึ้นเป็นระลอก
“คนผู้นี้เป็นใคร? ในพิธีเปิดภาคเรียนทำไมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“นั่นสินะ? หรือว่าจะเป็นนักเรียนเก่าที่เพิ่งกลับมาเรียน?”
“ไม่ใช่หรอก สังเกตท่าทางของรุ่นพี่ปีสองดูดิ พวกเขาเองก็จ้องมองกันอย่างประหลาดใจเช่นเดียวกัน”
“แสดงให้เห็นเลยว่าเขาเป็นนักเรียนใหม่เหมือนกับพวกเรา!”
คำพูดนั้นทำให้กลุ่มนักเรียนรอบข้างพยักหน้าเห็นด้วย
สายตาที่มองมายังหวงเยี่ยเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความประหลาดใจ
บางคนถึงกับหยุดเดินชั่วครู่เพื่อมองเขาให้ชัดเจน
หวงเยี่ยรับรู้ถึงสายตาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน แต่ชายหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีประหม่าเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงสงบ ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางของโรงอาหารอย่างแน่วแน่ ราวกับเสียงท้องร้องของตนสำคัญยิ่งกว่าสายตาของผู้คนรอบด้าน
ความจริงแล้ว การที่หวงเยี่ยกลายเป็นจุดสนใจนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่เพียงเพราะรูปลักษณ์ที่โดดเด่น หากยังเป็นเพราะเขาเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวที่มาสาย จึงไม่ได้เข้าร่วมพิธีเปิดภาคเรียนของชั้นปีหนึ่ง ทำให้ไม่มีผู้ใดคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเลย
ยิ่งเมื่อประกอบกับบ้านพักหลังใหญ่ที่ได้รับซึ่งแตกต่างจากหอพักรวมของนักเรียนทั่วไป มันก็ยิ่งทำให้ตัวตนของเขาดูลึกลับมากขึ้นไปอีก