พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 59 เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ
เมื่อรู้ว่าตนเองไม่อาจยกอาวุธระดับราชาอย่างหอกจักรพรรดิทองคำได้ หวงเยี่ยก็ไม่ได้เสียเวลาครุ่นคิดกับมันอีกต่อไป
ความเสียดายที่เคยก่อกวนจิตใจค่อยๆเลือนหาย เหลือเพียงความนิ่งสงบที่บอกกับตัวเองว่ายังไม่ถึงเวลา
เขาหันหลังให้กับกล่องโลหะขนาดใหญ่ ปล่อยให้อาวุธหนักอึ้งนั้นนอนสงบนิ่งอยู่ภายในดังเดิม
จากนั้นสายตาของชายหนุ่มก็เคลื่อนไปยังทรัพยากรชิ้นสุดท้ายที่ทางผู้อำนวยการหย่าเฟยได้มอบให้ ขวดหยกโปร่งใสวางอยู่บนโต๊ะ ตัวขวดมีผิวเรียบเนียนราวกับแกะสลักจากน้ำแข็งบริสุทธิ์ แสงสะท้อนภายในทำให้สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในยิ่งโดดเด่นชัดเจน
มันคือเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ
ภายในขวดนั้น มีเมล็ดพันธุ์ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว ขนาดไม่ใหญ่นัก ทว่ามันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ริ้วแสงสีส้มสลับกันไหลวนรอบตัวเมล็ดเหมือนดวงอาทิตย์สองดวงผสานเข้าหากัน ส่องประกายหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
แม้จะถูกผนึกอยู่ในภาชนะหยก พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาก็ยังชัดเจนจนสัมผัสได้
หวงเยี่ยก้าวเข้าไปใกล้ด้วยสายตาที่เปล่งประกายอย่างคาดหวัง
“นี่สินะ..”
เสียงพึมพำหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว พลางยกขวดหยกขึ้นช้าๆ ความเย็นของผิวหยกตัดกับความร้อนที่แผ่ออกมาจากภายในอย่างชัดเจน เปลวเพลิงภายในส่องสะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูเรืองรองด้วยแสงสีส้ม
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจอย่างฉับพลัน
ถ้าข้ากลืนกินมันเข้าไปในทันที.. ข้าจะกลายมาเป็นผู้กลืนกินมังกรที่ไม่ต้องเกรงกลัวเปลวไฟใดๆ
ความเป็นไปได้นั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
หวงเยี่ยยกมืออีกข้างหนึ่งเปิดฝาขวดหยกออกอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ผนึกถูกคลาย กลิ่นอายของพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านและรุนแรงก็ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน
เส้นผมของเขาพลิ้วไหวราวกับถูกพายุเพลิงพัดผ่าน
“ร้อนจริงๆ”
เขาหรี่ตาเล็กน้อย แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
เมล็ดพันธุ์ลอยขึ้นจากก้นขวดราวกับมีชีวิต มันหมุนวนอยู่เหนือฝ่ามือของเขา เปลวไฟเล็กๆแตกตัวออกมาเป็นสะเก็ดแสง
หวงเยี่ยไม่รอช้า อ้าปากแล้วกลืนกินมันเข้าไปในทันที
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พลังอำนาจของเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟก็ระเบิดออกมาภายในร่างอย่างรุนแรง
ความร้อนพุ่งทะยานผ่านลำคอลงสู่หน้าอก จากนั้นกระจายไปทั่วทั้งอณูของเส้นชีพจรโลหิต เลือดในร่างคล้ายถูกเผาไหม้ เสียงปะทุดังอยู่ภายใน เส้นชีพจรโลหิตทุกสายที่ไหวเวียนอยู่ภายในร่างกายส่องประกายสีแดงส้ม
“อึก..”
หวงเยี่ยรีบทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิทันที มือทั้งสองวางบนเข่าอย่างมั่นคง
พลังเพลิงไหลผ่านพลังวิญญาณของเขาอย่างรวดเร็ว ราวกับกระแสน้ำหลากที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้
หวงเยี่ยเริ่มโคจรวิชาขับเคลื่อนพลังของตนเองอย่างเร่งด่วน ลมหายใจเข้าออกยาวลึกตามจังหวะที่คัมภีร์ธาตุพฤกษาสอนเอาไว้ พลังวิญญาณสีม่วงเข้มจากต้นไม้ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราเริ่มเคลื่อนไหวตอบสนอง
เปลวไฟที่เคยดุร้ายค่อยๆถูกควบคุมให้อยู่ในกรอบของการไหลเวียน
กระทั่งในอึดใจต่อมา พลังทั้งหมดของเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุก็เริ่มไปบรรจบกันที่รากฐานแห่งพลัง
บริเวณหัวใจของเขา
ที่ซึ่งต้นไม้สีม่วงฝังรากอยู่
เปลวไฟสีส้มแดงหมุนวนรอบลำต้นและกิ่งก้าน ราวกับกำลังทดสอบความแข็งแกร่งของมัน
ต้นไม้ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราสั่นไหวเล็กน้อย กิ่งก้านที่เคยสงบนิ่งเริ่มเรืองรองด้วยประกายไฟเล็กๆ
ภาพในห้วงจิตปรากฏชัดเจน
เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟค่อยๆหลอมรวมเข้ากับโครงสร้างของต้นไม้สีม่วง พลังวิญญาณสีม่วงเริ่มถูกแทรกแซงไปด้วยประกายแห่งเปลวไฟเล็กน้อย ราวกับมีดวงอาทิตย์ขนาดจิ๋วแฝงตัวอยู่ภายในเครือข่ายกิ่งก้าน
ความร้อนที่เคยเผาผลาญค่อยๆกลายเป็นพลังที่ควบคุมได้
หวงเยี่ยสัมผัสได้ถึงอณูธาตุไฟที่เป็นดั่งพื้นฐานแห่งกฎเกณฑ์
มันไม่ใช่เพียงความร้อน แต่คือหลักการของการเผาไหม้ การแผ่ขยาย และการแปรเปลี่ยน
เปลวไฟโดยปกติ ไม่อาจทำอะไรต่อร่างกายของตนเองได้อีกต่อไป
ซึ่งหวงเยี่ยที่สัมผัสได้เช่นนั้นก็ลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ
“เป็นแบบนี้นี่เอง!”
ดวงตาของเขาฉายประกายสีม่วงปนส้มจางๆ ก่อนจะค่อยๆกลับสู่ความนิ่งสงบดังเดิม ความร้อนที่หมุนเวียนอยู่ในอกยังไม่ทันจางหาย เขาก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แฝงไว้ด้วยความร้อนจากเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟที่ผสานเข้ากับร่างกายของตน
ไอร้อนสีแดงส้มลอยออกมาจากริมฝีปากอย่างชัดเจน อากาศเบื้องหน้าบิดเบี้ยวราวกับถูกเผาไหม้จากภายใน
หวงเยี่ยยกมือขึ้นแตะลำคอเล็กน้อย พลางรับรู้ถึงพลังที่กำลังกระเพื่อมอยู่ภายใน
เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง จากนั้นเริ่มไหลเวียนพลังวิญญาณให้ควบแน่นกันที่บริเวณลำคอ ปราณสีม่วงแทรกด้วยประกายไฟเล็กๆ หมุนวนอยู่ภายในราวกับพายุเพลิงขนาดย่อม ก่อนจะอ้าปากและปลดปล่อยเสียงคำรามออกมาอย่างเต็มกำลัง
“มังกรไฟคำราม!”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงขนาดเล็กเท่ากำมือก็พวยพุ่งออกมาจากปากของเขา มันหมุนวนเป็นเกลียวคล้ายหัวมังกรจิ๋วที่กำลังแผดเสียงคำราม ก่อนจะพุ่งออกไปด้านหน้าเป็นระยะไม่ไกลนัก เสียงเปลวไฟแตกปะทุดังเปรี๊ยะเบาๆ
ภาพที่เกิดขึ้นชวนให้นึกถึงมังกรที่กำลังปลดปล่อยลมหายใจเพลิงของตน ทว่าหลังจากพุ่งไปได้เพียงชั่วครู่ เปลวไฟก็สลายตัวไปกลางอากาศ
หวงเยี่ยยืนอึ้งเล็กน้อย
“เอ่อ…”
เขากะพริบตาปริบๆ มองพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้เป็นรอยดำเล็กๆบนผนัง มันดูไม่ต่างจากรอยไฟจากคบเพลิงธรรมดาเท่าใดนัก
ขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นในห้วงจิต
【คิกคิกคิก นั่นคือมังกรไฟคำรามจริงๆเหรอคะโฮสต์ คิดว่าเป็นไฟจุดเทียนวันเกิดเสียอีก】
น้ำเสียงของระบบกลืนกินมังกรเต็มไปด้วยความขบขัน ทำให้หวงเยี่ยต้องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบะปากอย่างไม่พอใจ
“เงียบไปเลยคนสวย!”
เขายกมือขึ้นเกาศีรษะเล็กน้อย จากนั้นอ้าปากแล้วค่อยๆจับฟันของตนเองราวกับกำลังตรวจสอบบางอย่าง
“มังกรไฟคำรามจริงๆต่างหาก”
เขาขมวดคิ้ว พลางนึกทบทวนความรู้สึกเมื่อครู่ แม้จะสามารถพ่นไฟออกมาได้ แต่พลังอำนาจที่ออกมานั้นดูเหมือนจะไม่ได้เสี้ยวของมังกรคำรามที่แท้จริงเลย มันเป็นเพียงเงาของพลัง คล้ายการเลียนแบบที่ยังไม่สมบูรณ์
“คงเป็นเพราะเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟมันเป็นแค่ระดับต่ำใช่ไหม?”
คำถามนั้นหลุดออกมาอย่างครุ่นคิด
ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบกลืนกินมังกรขึ้นมาตรวจสอบ
ข้อมูลถูกเรียงรายอย่างชัดเจน
【หวงเยี่ยซื่อจื่อ อายุ 17 ปี】
【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับต่ำ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 100,000
【ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับต่ำ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 10,000
【เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา ราชันย์พงไพรพิฆาตดารา】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 500,000
【พลังวิญญาณระดับสองขั้นขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000
【ร่างกายระดับสองขั้นขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000
【วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชา】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 100,000
【แต้มวิญญาณ 0 】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)
หวงเยี่ยจ้องมองข้อมูลเหล่านั้นอย่างเงียบงัน ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยและบ่นพึมพำขึ้น
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ”
“ผู้กลืนกินมังกรถูกเรียกว่าเป็นผู้มีร่างศักดิ์สิทธิ์สินะ?”
“งั้นก็แปลว่าผู้กลืนกินมังกรก็ย่อมมีระดับที่แตกต่างกันออกไป”
“ข้าตอนนี้คงอาจกลืนกินพลังวิญญาณธาตุไฟของนักล่ามังกรระดับแรกเริ่ม ระดับหนึ่ง หรือระดับสองได้ก็เท่านั้น!”