พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 65 เจ้าชายน้อย หวงเยี่ยซื่อจื่อ
ตงฟางผู้เป็นพี่ชายไม่ได้ใส่ใจต่อสายตานับร้อยที่จ้องมองอยู่รอบด้าน กลืนความปวดร้าวซึ่งแล่นพล่านอยู่ในอกลงไปทั้งดุ้น ราวกับฝืนกลืนเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาภายในร่าง แล้วรีบพุ่งเข้าไปยังร่างของน้องสาวฝาแฝดโดยไม่ลังเล
เมื่อคุกเข่าลงข้างร่างของตงเยวี่ยหลิง มือที่สั่นไหวเอื้อมไปแตะชีพจรอย่างระมัดระวัง สัมผัสนั้นเย็นเฉียบจนหัวใจแทบหยุดเต้น ทว่าหลังจากเงี่ยหูฟังลมหายใจอยู่ชั่วครู่ เขาก็พบว่ายังมีจังหวะเต้นอ่อนแรงหลงเหลืออยู่
ชายหนุ่มผมแดงจึงถอนหายใจยาวราวกับยกภูเขาทั้งลูกออกจากบ่า
แม้สภาพบาดแผลจะดูสาหัสจนชวนสะพรึง แต่ร่างกายของนักล่ามังกรหาใช่เนื้อหนังธรรมดา พวกเขาผ่านการหล่อหลอมด้วยพลังและการฝึกฝนอันหนักหน่วง จนมีความแข็งแกร่งและความทนทานเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายสิบเท่า
ตงเยวี่ยหลิงยังเป็นถึงนักล่ามังกรระดับสองขั้นกลาง
ตราบใดที่ชีวิตยังไม่ดับสูญ เทคโนโลยีรักษาก็สามารถดึงนางกลับมาจากขอบเหวแห่งความตายได้
ตงฟางก้มหน้าลงชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น ถุยโลหิตออกมาคำหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองไปยังหวงเยี่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“นี่เจ้าเป็นใคร! ทำไมถึงได้มีเจตจำนงธาตุพฤกษาที่แข็งแกร่งเช่นนี้ แถมยังเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟอีก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเราจะไม่รู้จักนักเรียนใหม่ทุกคนในมหาวิทยาลัยเทพอสูร โดยเฉพาะกับคนที่แข็งแกร่งเช่นเจ้า!”
“หรือว่าเจ้าคือรุ่นพี่ชั้นปีสอง!”
คำถามดังกล่าวทำให้บรรยากาศรอบด้านสั่นไหวเล็กน้อย นักเรียนจำนวนมากที่ยืนฟังอยู่ต่างพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง
เพราะพวกเขาล้วนคิดเช่นเดียวกัน ว่าคนที่ครอบครองพลังระดับนั้นจะเป็นเพียงนักเรียนใหม่ธรรมดาได้อย่างไร
หวงเยี่ยยกมือขึ้นเกาหน้าของตนอย่างไม่รีบร้อน ท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังตอบคำถามไร้สาระ
“นักเรียนใหม่เหมือนกับพวกแกแหละ แต่ข้ามัน…”
เสียงของเขายังไม่ทันสิ้นสุดประโยค เสียงคำรามทรงพลังของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็แทรกเข้ามากลางอากาศ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน!”
แรงกดดันใหม่พุ่งเข้าปกคลุมบริเวณนั้น ในชั่วพริบตา เหล่าอาจารย์นับสิบคนก็ปรากฏตัวล้อมรอบพื้นที่ประลอง
ร่างของพวกเขาปรากฏขึ้นเหมือนเคลื่อนผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง ชุดอาจารย์สะบัดไหวด้วยกระแสพลังที่ยังไม่จางหาย
พวกเขาคือผู้สอนแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูร ได้ยินเสียงความโกลาหลและแรงสั่นสะเทือนก่อนหน้า จึงเร่งมาดูสถานการณ์โดยไม่ชักช้า
ทั้งชายและหญิงต่างกวาดสายตามองไปทั่ว
และเมื่อพบร่างของนักเรียนหญิงที่บาดเจ็บหนัก สีหน้าของหลายคนก็แปรเปลี่ยนในทันที ความเคร่งขรึมปรากฏชัดในแววตา
“รีบพานางไปรักษาเร็วเข้า!”
อาจารย์สาวผู้หนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าโดยไม่ลังเล นางอุ้มตงเยวี่ยหลิงขึ้นอย่างระมัดระวัง แม้สภาพของหญิงสาวจะเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือด แต่ในสายตาของผู้เป็นอาจารย์ กลับมีเพียงความตั้งใจที่จะรักษาชีวิตให้ปลอดภัย
เพียงชั่วอึดใจ ร่างของอาจารย์สาวก็พุ่งกระโจนออกไปดั่งสายฟ้าฟาด เหลือไว้เพียงลมกระโชกและฝุ่นที่ยังลอยค้าง
เหล่าอาจารย์ที่เหลือยังคงยืนอยู่ในวงล้อม สายตาของพวกเขาสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด
คราบพลังที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศบอกเล่าถึงการปะทะที่ไม่ธรรมดา
สายตาหลายคู่หยุดลงที่หวงเยี่ย ก่อนจะเลื่อนไปยังตงฟางที่ยังยืนตัวสั่นจากอาการบาดเจ็บ
ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมรอบด้าน นักเรียนจำนวนมากไม่กล้าแม้แต่จะกระซิบหรือพูดคุย
ตงฟางที่เป็นฝ่ายเปิดศึกก่อนหน้านี้กลับเลือกกลืนมันลงไปทั้งหมด
เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสำนึก
“ข้าและน้องสาวไปหาเรื่องชายคนนี้ก่อน แต่ก็ถูกเขาอัดจนหมดสิ้นสภาพ!”
คำสารภาพนั้นดังชัดในความเงียบ บรรดานักเรียนรอบด้านต่างนิ่งงันและตกตะลึง
เพราะไม่คาดคิดว่าผู้มีชื่อเสียงอย่างสองพี่น้องตระกูลตงจะยอมรับผิดโดยไม่แก้ตัว
อาจารย์ผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า ก้าวออกมาครึ่งก้าว เขาคือเฉินหลง บุรุษวัยกลางคนผู้มีชื่อเสียงด้านความเข้มงวดและสายตาเฉียบคม
คิ้วของเขาขมวดแน่นเล็กน้อย ขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำหนัก
“หาเรื่อง? พวกเจ้าคือสองพี่น้องแห่งตระกูลนักล่ามังกรตงไม่ใช่หรือ?”
“เป็นถึงนักล่ามังกรระดับสองขั้นกลาง ทั้งยังครอบครองเจตจำนงระดับสูงอย่างละชนิด!”
“ในบรรดานักเรียนรุ่นใหม่ พวกเจ้าถือเป็นหนึ่งในสิบผู้แข็งแกร่ง แล้วทำไมถึงได้…”
คำพูดของเฉินหลงหยุดค้างกลางอากาศ เขาไม่ได้กล่าวต่อในทันที เพราะสายตาได้เลื่อนไปหยุดที่หวงเยี่ย ชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของอาจารย์นับสิบ ดวงตาของเขาลึกซึ้งราวกับป่าราตรีที่ไร้จุดสิ้นสุด
เฉินหลงสูดลมหายใจเข้าลึก เหมือนกำลังรวบรวมความคิดบางอย่าง
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ยินข่าวเล่าลือเกี่ยวกับนักล่ามังกรรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเทพอสูรปีนี้
ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ระดับราชา อีกทั้งยังเป็นเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอันดับหนึ่ง ครอบครองศักยภาพอันหาได้ยากยิ่ง ซึ่งอาจก้าวข้ามขีดจำกัดและพัฒนาไปสู่ระดับจักรพรรดิ หรือแม้กระทั่งระดับเทพในอนาคต
เมื่อภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเชื่อมโยงกับข่าวลือนั้น ทุกอย่างก็ดูชัดเจนขึ้นอย่างฉับพลัน
ดวงตาของเฉินหลงส่องประกายตระหนักรู้
“เข้าใจแล้ว มิน่าละว่าทำไมสองพี่น้องถึงได้มีสภาพที่อนาถเช่นนั้น!”
“เจ้าคือเจ้าชายน้อย หวงเยี่ยซื่อจื่อ คะแนนอันดับหนึ่งในการทดสอบเมือง A”
“ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา ราชันย์พงไพรพิฆาตดารา!”
คำประกาศนั้นดังก้องราวฟ้าผ่ากลางเวที
นักเรียนจำนวนมากเบิกตากว้าง เสียงอุทานดังระงมทั่วบริเวณ
“อะไรนะ เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา?!”
ภาพรากไม้สีม่วงเข้มที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตผุดขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง
พลังอันแน่นหนาและหนักอึ้งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เจตจำนงระดับสูงธรรมดาจะทำได้
ตงฟางยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเสียงเหล่านั้น เขาอ้าปากค้างอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆ ราวกับหัวเราะเยาะตนเอง
“เหอะๆ รู้งี้พวกเรามองหาข้อมูลก่อนดีกว่า”
เขาหลุบตาลงเล็กน้อย ความหยิ่งทะนงที่เคยมีคล้ายถูกบดขยี้จนแตกสลายเลยก็ว่าได้
ในแววตาของนักเรียนบางคนปรากฏประกายทะเยอทะยาน บางคนแฝงความยำเกรง
ขณะที่บางคนเริ่มเข้าใจว่าโลกของมหาวิทยาลัยเทพอสูรปีนี้ มันอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป