พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 67 แนวทางการสอน
หวงเยี่ยที่กลับมาถึงบ้านพักของตนภายในเขตนักเรียนปีหนึ่ง
บรรยากาศรอบด้านยังคงสงบ ต่างจากความวุ่นวายที่ปะทุขึ้นทั้งมหาวิทยาลัยในช่วงก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาสีเข้ม พลางยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ แผงโฮโลแกรมโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า
เครือข่ายแพลตฟอร์มภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรถูกเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงเลื่อนสายตาไล่ดูหัวข้อข่าวในหน้าแรก ชายหนุ่มก็พบว่าชื่อของตนยังคงติดอันดับการค้นหาสูงสุด กระทู้หลักเกี่ยวกับเหตุการณ์ประลองในวันนี้ยังคงร้อนแรงและมีความคิดเห็นใหม่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หวงเยี่ยเอนหลังพิงพนักโซฟา ก่อนจะกวาดสายตาอ่านความเห็นต่างๆอย่างใจเย็น
บางข้อความเขียนอย่างดูแคลน
《เจ้าเด็กนี่ไม่มีอะไรหรอก แค่โชคดีได้รับเจตจำนงระดับราชามาก็เท่านั้น ถ้าไม่มีของดีติดตัวแต่แรกจะไปต่างอะไรกับคนทั่วไป》
《รูปร่างบอบบางเกินไปสำหรับการเป็นนักล่ามังกร ร่างเล็กๆแบบนี้แค่โดนลมหายใจมังกรก็ปลิวกระเด็นไปสุดขอบฟ้าแล้วมั้ง?》
《เขามีท่าทีสงบนิ่งและควบคุมพลังได้แม่นยำ เหมาะสมกับเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชานี้จริงๆ》
《ดูจากการเคลื่อนไหวแล้ว เขาไม่ได้พึ่งพาแค่พลังพรสวรรค์ แต่มีการฝึกฝนที่ลึกซึ้งด้วยนะ》
ข้อความเหล่านี้หลากหลาย ทั้งเย้ยหยัน สงสัย ชื่นชม และตั้งคำถาม นักเรียนภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรต่างแสดงความคิดเห็นในแบบฉบับของตนเองอย่างเปิดเผย ไม่มีการปกปิดความรู้สึกแท้จริงแม้แต่น้อย
หวงเยี่ยอ่านไปเรื่อยๆ ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
“คิดกันไปได้ไกลจริงๆ”
เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะโบกมืออีกครั้ง เปลี่ยนภาพโฮโลแกรมไปยังลำดับถัดไป
หน้าจอใหม่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการฝึกฝนของมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างเป็นระบบ รายละเอียดชัดเจนและเป็นขั้นตอน
สายตาของเขาเปลี่ยนจากความขบขันเป็นความสนใจจริงจัง
การฝึกฝนที่แท้จริงของนักล่ามังกรรุ่นใหม่จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ สถาบันได้กำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจน นักล่ามังกรภายในมหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปศึกษาหรือร่ำเรียนจากยอดฝีมือประจำสายต่างๆได้ตามตารางที่กำหนด
ข้อมูลถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักอย่างเป็นระเบียบ
สถาบันหอกเทพอสูร
สถาบันดาบมังกรศักดิ์สิทธิ์
สถาบันธนูมังกรฟ้า
สถาบันศาสตร์พลังวิญญาณมังกร
สถาบันมังกรพิโรธที่เชี่ยวชาญการฝึกฝนร่างกายโดยตรง
แต่ละสถาบันมีคำอธิบายแนวทางการฝึกฝน จุดเด่น และรายชื่อผู้สอนประจำสาขา
หวงเยี่ยมองดูข้อมูลเหล่านั้นอย่างพินิจ
สถาบันหอกเทพอสูรเน้นการทะลวงทำลายด้วยพลังเฉียบคมและการควบคุมระยะไกลอย่างแม่นยำ
สถาบันดาบมังกรศักดิ์สิทธิ์มุ่งฝึกฝนการปะทะระยะประชิด การผสานเจตจำนงเข้ากับคมดาบจนเกิดพลังทะลวงลึก
สถาบันธนูมังกรฟ้าสอนการควบคุมพลังผ่านวิถี พัฒนาเทคนิคยิงที่รวดเร็วและทรงพลัง
สถาบันศาสตร์พลังวิญญาณมังกรเน้นการหลอมรวมพลังภายใน การขยายขอบเขตเจตจำนง และการควบคุมพลังระดับสูง
ส่วนสถาบันมังกรพิโรธ มุ่งเน้นการขัดเกลาร่างกายโดยตรง สร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ กระดูก และความทนทานต่อแรงกระแทก
เหนือขึ้นไปกว่าสถาบันทั้งห้า ยังมีรายชื่อเหล่าคณบดีที่ถูกรวบรวมโดยท่านผู้อำนวยการสูงสุดหย่าเฟย บุคคลเหล่านั้นคือแกนกลางของมหาวิทยาลัย เป็นนักล่ามังกรระดับแปดที่แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งในหมู่มนุษย์
ข้อมูลประวัติแต่ละคนปรากฏอย่างละเอียด
ทั้งผลงานในสนามรบ ประสบการณ์ต่อกรกับมังกรระดับสูง และความสำเร็จในการฝึกศิษย์รุ่นก่อน
“……………”
หวงเยี่ยเลื่อนสายตาอ่านอย่างเงียบงัน
คณบดีซวี่เยี่ยนหลัว ผู้ใช้เจตจำนงแห่งเปลวไฟ
คณบดีโม่ฉีเหยียน ผู้ใช้เจตจำนงแห่งสายน้ำ
คณบดีเหลียนอวี้หาน ผู้ใช้เจตจำนงแห่งสายลม
คณบดีอู๋เซียนเฉวียน ผู้ใช้เจตจำนงแห่งดิน
คณบดีเทียนจิ้งฮู่ ผู้ใช้เจตจำนงแห่งสายฟ้า
คณบดีหวูเหยียนจี ผู้ใช้เจตจำนงธาตุพฤกษา
คณบดีไป๋จงหรง ผู้ใช้เจตจำนงแห่งทอง
ทั้งเจ็ดคนนี้ไม่ได้เปิดสถาบันฝึกฝนอย่างเป็นทางการเหมือนห้าสำนักหลักในมหาวิทยาลัย หากเลือกเส้นทางที่แตกต่างกันออกไป
พวกเขาจะเฝ้ามอง สังเกต ประเมิน แล้วจึงคัดเลือกศิษย์ด้วยตนเอง
การได้รับเลือกไม่ใช่สิ่งที่สามารถสมัครเข้าไปได้ ต้องแสดงศักยภาพให้ปรากฏชัดจนสะดุดสายตาผู้เป็นคณบดีอันแข็งแกร่ง
นักล่ามังกรทุกคนที่ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูร ต่างล้วนมีเป้าหมายในใจอย่างหนึ่ง นั่นคือการได้เป็นศิษย์ส่วนตัวของหนึ่งในคณบดีเหล่านี้ เพราะว่ากันว่าหากได้รับเลือก ชีวิตการฝึกฝนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทรัพยากรที่ถูกมอบให้ไม่ใช่เพียงวัตถุหรืออุปกรณ์ หากเป็นแก่นแท้แห่งความรู้ เทคนิคเฉพาะตัว และประสบการณ์การต่อกรกับมังกรระดับสูง ซึ่งสถาบันการต่อสู้สาขาต่างๆไม่อาจมอบให้ได้ครบถ้วน
ยิ่งไปกว่านั้น การมีอาจารย์ระดับนักล่ามังกรขั้นแปดเป็นผู้ชี้แนะ เท่ากับมีเงาของยอดฝีมือผู้ทรงพลังคอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง ในโลกที่การเผชิญหน้ากับมังกรคือความเป็นความตาย การมีผู้นำทางที่แข็งแกร่งเช่นนั้น ย่อมนำหน้าบรรดานักล่ามังกรรุ่นเดียวกันไปไกลอีกขั้น
คณบดีหวูเหยียนจี ผู้ใช้เจตจำนงธาตุพฤกษา
ข้อมูลภาพประกอบปรากฏขึ้น ชายวัยกลางคนรูปร่างใหญ่ ไหล่กว้าง หนวดเคราเฟิ้มปกคลุมใบหน้า
ดวงตาคมเข้มเปี่ยมด้วยพลังชีวิต แม้รูปลักษณ์จะดูหยาบกร้าน แต่ในแววตากลับมีความสงบนิ่งลึกล้ำ
เจตจำนงธาตุพฤกษาของเขาถูกระบุว่าเป็นระดับราชา อาณาเขตป่าอมตะ
เมื่อปลุกใช้งาน พื้นที่โดยรอบจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นผืนป่าที่เขาควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
เถาวัลย์ ต้นไม้ รากไม้ และพืชพันธุ์ทั้งหลายตอบสนองต่อคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
ในสนามรบ เขาถูกขนานนามว่าต้นไม้เคลื่อนที่ เพราะไม่ว่าจะยืนอยู่จุดใด พื้นดินบริเวณนั้นจะกลายเป็นป่าในทันที
คณบดีหวูเหยียนจีคือผู้เดินบนเส้นทางเดียวกับเขา ถึงจะต่างรายละเอียดกัน แต่รากฐานคือธาตุพฤกษาเช่นกัน
การมีอาจารย์ที่เข้าใจแก่นแท้ของเจตจำนงแห่งพลังรูปแบบเดียวกัน ย่อมเปิดมุมมองที่ลึกกว่าได้อย่างแน่นอน และการมีอาจารย์ที่ดี ย่อมผลักดันศิษย์ให้ก้าวไปไกลกว่าการฝึกฝนตามตารางทั่วไป
ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเวทีประลอง แต่รวมถึงการช่วงชิงโอกาส เหล่านักล่ามังกรทุกคนต่างเฝ้ามองคณบดีทั้งเจ็ดด้วยความทะเยอทะยาน เพราะรู้ดีว่าการได้รับเลือกคือการยกระดับสถานะในทันที
หวงเยี่ยหลับตาลงชั่วครู่
ภาพของรากไม้สีม่วงเข้มในสนามประลอง ภาพของอาณาเขตป่าอมตะในข้อมูลโฮโลแกรม และเสียงวิจารณ์จากแพลตฟอร์มภายในมหาวิทยาลัย ล้วนหลอมรวมกันในความคิดของเขา
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง
แววตาก็ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
“งั้นพรุ่งนี้ไปยังสถาบันหอกเทพอสูรก่อนละกัน!”
แต่ระบบกลืนกินมังกรก็เบะปากและกล่าวขึ้น
【อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะคะโฮสต์ แต่ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนได้ไหม ตัวเหม็นชะมัด!】