พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 68 อาจารย์หลานฟง
เช้าวันถัดมา แสงอรุณสีทองอ่อนค่อยๆคลี่ตัวเหนือยอดกำแพงและมหานครเมืองขนาดใหญ่
ขณะที่บรรยากาศภายในของมหาวิทยาลัยเทพอสูรพลันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความคึกคัก
เสียงฝีเท้า เสียงสนทนา และกระแสพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ประหนึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
ลานกว้างเบื้องหน้าอาคารหลักเนืองแน่นไปด้วยนักเรียนจำนวนมาก
บางกลุ่มกำลังรวมตัวกันเพื่อออกไปทำภารกิจด้านนอกกำแพงเมือง สีหน้าของพวกเขาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้น
อีกด้านหนึ่ง เหล่านักเรียนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยกำลังยืนจับกลุ่ม มองหาแนวทางพิเศษของตนเองด้วยสายตาที่สับสนปะปนกับความหวัง เส้นทางฝึกฝนในที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกกำหนดตายตัว ทุกคนต้องเลือกเองว่าจะก้าวไปในทิศทางใด
บางคนมุ่งหน้าตรงไปยังห้องเรียนของสถาบันดาบมังกรศักดิ์สิทธิ์ มั่นใจในวิถีแห่งคมดาบที่เปรียบดังมังกรเหินฟ้า
บางคนหันเหไปยังสถาบันธนูมังกรฟ้า สายตาเฉียบคมดุจเหยี่ยว พร้อมจะยิงลูกศรทะลวงทุกระยะห่าง
บางผู้ยังไม่เข้าใจถึงการไหลเวียนของวิชาขับเคลื่อนพลัง พวกเขาก็รีบเดินทางเข้าสู่สถาบันศาสตร์พลังวิญญาณมังกร
หวังจะเรียนรู้หลักการควบคุมกระแสภายในร่างให้มั่นคง
ส่วนผู้ที่รู้สึกว่าร่างกายของตนยังไม่แข็งแกร่งพอ ก็เลือกตรงไปยังสถาบันมังกรพิโรธ เพื่อหล่อหลอมกายเนื้อให้แข็งแกร่งดั่งเกราะเหล็ก
ทุกก้าวที่เคลื่อนไหวในเช้าวันนั้น ล้วนเป็นการเลือกอนาคตของตนเอง
หวงเยี่ยเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เดินท่ามกลางความคึกคักนั้น มุ่งตรงไปยังสถาบันหอกเทพอสูร
ถึงอย่างไร อาวุธที่เขาชำนาญไม่ใช่ดาบ ไม่ใช่ธนู แต่เป็นหอกและทวน อาวุธที่ผสานการโจมตีระยะกลางเข้ากับพลังทะลวงอันหนักหน่วง หอกในมือเปรียบดังเส้นสายฟ้าที่พุ่งตรง ทวนในกำมือคือพลังที่แทงทะลวงอุปสรรค
อาคารของสถาบันหอกเทพอสูรตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รูปทรงเรียบง่ายราวกับหอกยักษ์ที่ปักลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคง
ทันทีที่หวงเยี่ยก้าวเข้าใกล้ บรรดานักเรียนใหม่จำนวนไม่น้อยที่สังเกตเห็นก็รีบเข้ามาล้อมรอบ
สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเป็นมิตรและความสนใจ
“เจ้าคือหวงเยี่ยใช่หรือไม่?”
“ข้าได้ยินว่าท่านปลุกเจตจำนงระดับราชาขึ้นมาได้จริงหรือ”
“ข้าชื่อหลินเฟิง มาจากเขตตะวันตก ยินดีที่ได้รู้จักนะเจ้าชายน้อย!”
เสียงแนะนำตนเองดังต่อเนื่องเป็นสาย บางคนเอ่ยชื่อ บางคนบอกภูมิหลัง บางคนเพียงยิ้มด้วยความชื่นชม เพราะการเป็นอัจฉริยะที่สามารถปลุกเจตจำนงระดับราชาได้ ไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้บ่อย ความสามารถเช่นนั้นย่อมดึงดูดทั้งความเคารพและความคาดหวัง
หวงเยี่ยไม่ได้วางท่าหยิ่งผยอง เขาพยักหน้ารับคำทักทายและตอบกลับอย่างสุภาพ
นักเรียนหลายคนยิ่งรู้สึกประทับใจ บางคนมองเห็นโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับผู้มีศักยภาพสูงเช่นเขา
เพราะในโลกแห่งการต่อสู้ การมีสหายที่แข็งแกร่งย่อมเป็นหลักประกันหนึ่งของอนาคต ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตร กลับมีสายตาอีกหลายคู่ที่มองมาด้วยความรู้สึกต่างออกไป ชายหนุ่มบางคนยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึม แววตาฉายแววหงุดหงิดที่พยายามปกปิด
“แค่ปลุกเจตจำนงระดับราชาได้ ก็ได้รับความสนใจถึงเพียงนี้”
“พวกมันช่างรีบร้อนเกินไป”
ความอิจฉาเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ ทุกคนต่างต้องการเป็นจุดสนใจ ต่างต้องการได้รับการยอมรับ
แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปหาเรื่องในตัวของเขาเลยซักคนเดียว
เหตุผลนั้นชัดเจน
พลังอำนาจที่หวงเยี่ยเคยสำแดงออกมา มันแข็งแกร่งเกินกว่าจะมองข้าม
การเผชิญหน้ากับเขาโดยไร้ความพร้อม ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาด ในทางกลับกันมันเป็นความคิดที่โง่เขลาสิ้นดี
ไม่นานนัก ภายในห้องฝึกอันกว้างขวางของสถาบันหอกเทพอสูรก็พลันเงียบสงบลง
บรรดานักเรียนใหม่ที่นั่งขัดสมาธิเรียงรายอยู่บนพื้นต่างสงบนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังทางเข้าด้วยความคาดหวัง
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังสะท้อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งจะก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม
เขามีเรือนผมสีเข้มแซมขาวเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเฉียบคมดุจคมอาวุธในมือ แผ่นหลังตั้งตรงราวกับหอกที่ปักลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาหนักแน่นและคมกริบ ทำให้บรรยากาศในห้องฝึกตึงเครียดขึ้นในทันที
ชายผู้นั้นมีนามว่าหลานฟง เป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธหอก
ภายใต้สายตาของเขา ไม่มีท่าทางใดของผู้ใช้หอกที่สามารถหลบเลี่ยงการประเมินได้
เมื่อมาถึงกลางห้อง หลานฟงหยุดยืน กวาดสายตามองนักเรียนทุกคนที่นั่งนิ่งอยู่เบื้องล่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน
จากนั้นตัวของเขาก็ยกมือขึ้น ภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แสดงภาพอาวุธหลากชนิด ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหอกในรูปแบบต่างๆ ทั้งสั้น ยาว หนัก เบา และรูปแบบเฉพาะทาง
“ยินดีต้อนรับสู่การสั่งสอนของข้า ไอ้พวกเด็กน้อย!”
“ฟังนะ ไอ้พวกลูกเจี๊ยบ พวกแกที่ใช้อาวุธเป็นหอก ย่อมไม่เรียกมันว่าเป็นผู้ใช้หอกที่แท้จริง!”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำให้นักเรียนหลายคนสะดุ้งเล็กน้อย บางคนขมวดคิ้ว บางคนกลืนน้ำลายด้วยความตึงเครียด
หลานฟงไม่สนใจปฏิกิริยาเหล่านั้น เขาเดินช้าๆไปข้างหน้า สายตาคมกริบกวาดมองทั่วห้อง
“บอกข้ามา! จุดเด่นของหอกแตกต่างจากอาวุธอื่นในเรื่องใด?”
นักเรียนบางคนมองหน้ากัน ก่อนที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจะยกมือขึ้นอย่างมั่นใจ
“เพราะมันมีช่วงอาวุธที่ยาวกว่าครับ”
คำตอบยังไม่ทันจบ
เสียงตะคอกก็ดังสนั่น
“ไอ้โง่!”
เสียงของหลานฟงดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้หลายคนสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าบอกแบบนั้น อาวุธอย่างปืนหรือธนูก็ต้องมีระยะไกลกว่าหอกสิ แล้วแบบนั้นพวกมันก็เป็นสุดยอดอาวุธไปแล้วหรือไง!”
บรรยากาศเงียบกริบ นักเรียนที่ตอบหน้าซีดเผือด รีบก้มศีรษะลงทันที
หลานฟงชี้ไปยังภาพหอกในโฮโลแกรม ดวงตาเปล่งประกายจริงจัง
“รู้ไหมว่าทำไมหอกถึงถูกเรียกว่าเป็นสุดยอดศัสตราวุธแห่งการสังหารมังกร!”
ไม่มีใครกล้าตอบ
“เพราะมันมีความอิสระและพลิกแพลงได้อย่างไร้ขีดจำกัด!”
“หอกสามารถแทง ฟาด กวาด ปัด ป้อง งัด ดัน และเปลี่ยนจังหวะการโจมตีได้ในเสี้ยววินาที มันมีพลังทะลุทะลวงที่สูงส่งที่สุดในบรรดาอาวุธระยะประชิด แตกต่างจากดาบที่เน้นการฟันโดยตรง และต่างจากอาวุธหนักที่เน้นการบดขยี้!”
“ยิ่งไปกว่านั้น หอกยังสามารถใช้ป้องกันได้จากทุกสารทิศ หากผู้ใช้เข้าใจแก่นแท้ของมัน!”
ทันใดนั้นหลานฟงก็สะบัดมือ หอกยาวสีดำเงินปรากฏขึ้นในกำมือเหมือนถูกเรียกออกมาจากความว่างเปล่า
“ยกตัวอย่างง่ายๆ”
เขาก้าวไปยังลานฝึกด้านหน้า แล้วหมุนหอกในมืออย่างฉับพลัน
“ฟุ่บ! วู้ม! หวีด—!”
ทันใดนั้นเสียงสายลมก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง หอกในมือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาพร่าเลือน หมุนวนรอบกายอย่างรวดเร็วราวกับพายุเหล็ก ก่อให้เกิดกระแสลมหมุนที่พัดชายเสื้อของนักเรียนที่นั่งอยู่แถวหน้าให้สะบัดอย่างรุนแรง
แสงสะท้อนจากคมหอกวูบวาบต่อเนื่อง ราวกับม่านโลหะที่ปกคลุมทั่วทั้งร่าง
“นะ.. นี่มัน..”
นักเรียนจำนวนมากอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง หัวใจเต้นแรงตามจังหวะการเคลื่อนไหวที่ทั้งงดงามและน่าเกรงขาม
ทันใดนั้น หลานฟงหยุดการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ปลายหอกชี้ลงพื้นอย่างมั่นคง ลมหยุดนิ่งราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“นี่คือกระบวนท่าหอก!”
“เป็นเพียงรูปแบบพื้นฐานของผู้ใช้หอก แต่หากฝึกจนถึงขีดสุด แม้กระทั่งฝนธนูหรือกรงเล็บมังกรก็ยากจะฝ่าเข้ามาได้!”
คำกล่าวนั้นทำให้ดวงตาของนักเรียนทุกคนลุกโชนด้วยความตื่นเต้น
หวงเยี่ยที่นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่กะพริบตา ในสายตาของเขา กระบวนท่าที่ดูเรียบง่ายนั้นแฝงไปด้วยจังหวะที่แม่นยำและพลังควบคุมที่ลึกซึ้ง ทุกองศาของการหมุนล้วนมีเหตุผล ทุกแรงส่งล้วนเชื่อมโยงต่อเนื่องไร้ช่องโหว่
หลานฟงกวาดสายตามองนักเรียนทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างดุดัน
“ในวันนี้ ข้าหลานฟง จะสอนพวกแกให้รู้ซึ้งถึงวิถีแห่งหอกที่แท้จริงเอง!”
“จำเอาไว้ หอกไม่ใช่อาวุธของคนลังเล มันเป็นอาวุธของผู้ที่ตัดสินใจเด็ดขาด”
“ต้องแทงออกไปและต้องถึงเป้าหมาย ต้องถอยกลับมาและต้องพร้อมโจมตีอีกครั้ง!”
“ไอ้พวกลูกเจี๊ยบทั้งหลาย! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะทำให้พวกแกรู้จักคำว่าผู้ใช้หอกที่แท้จริง หมายความว่าอย่างไร!”