พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 72 สำเร็จการใช้หอกเพียงพริบตา
บรรยากาศภายในห้องเรียนในตอนนั้นเงียบงันราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลง
เหล่านักเรียนที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตาต่างอ้าปากค้าง
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนไม่อาจเปล่งถ้อยคำใดออกมาได้
อาจารย์หลานฟงนั้นเป็นถึงนักล่ามังกรระดับหก ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านวิชาหอก และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปรมาจารย์หอกที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบัน แม้ในการประลองเมื่อครู่จะไม่ได้ใช้พละกำลังหรือพลังวิญญาณเข้าต่อกร ใช้เพียงกระบวนท่าหอกล้วนๆ
แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับเช่นเขา แค่ท่วงท่าธรรมดาก็เพียงพอจะสยบศิษย์นับร้อยให้ยอมจำนนได้อย่างง่ายดาย
ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำลายความเชื่อมั่นทั้งหมดที่เคยมี
ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า เจ้าชายน้อยอย่างหวงเยี่ยจะเป็นถึงปรมาจารย์แห่งหอกเช่นเดียวกัน
และยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถปะทะกับอาจารย์หลานฟงด้วยท่วงท่าล้วนๆจนอีกฝ่ายเป็นผู้พ่ายแพ้ไปอย่างสมบูรณ์
ความเงียบงันปกคลุมทั่วทั้งห้องเรียน ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยเสียงอันแหบพร่า
“นี่เจ้า.. ฝึกฝนการใช้หอกแบบนี้มายังไงกัน?”
หลานฟงยกมือขึ้นอย่างช้าๆ ปัดปลายหอกที่ชี้อยู่เบื้องหน้าออกไปอย่างสงบนิ่ง จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่นหลังตั้งตรง สายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีฟ้าสว่าง
หวงเยี่ยลดหอกลงอย่างสำรวม ก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อย แสดงความเคารพต่อผู้เป็นอาจารย์
สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความโอ้อวดหรือยโสแม้แต่น้อย
“ข้ามีพรสวรรค์ในการใช้หอกเป็นอาวุธอยู่แล้ว”
“ภายในสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานที่เจ็ด ข้าได้บรรลุระดับชำนาญเพียงแค่หนึ่งปี”
“จากนั้นก็ฝึกฝนมาเรื่อยๆด้วยตนเอง จนไม่รู้ว่าเมื่อใดที่หอกในมือเปรียบได้ดั่งแขนขา”
“ตอนแรกข้าเองก็ไม่เข้าใจนักว่ามันถูกเรียกว่าอะไร?”
คำตอบที่เรียบง่ายและปราศจากการเสแสร้งนั้น ทำให้หลานฟงถึงกับอ้าปากค้าง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนชื่นชม ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆ พร้อมเผยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความโล่งใจและยอมรับ
“เข้าใจแล้ว”
“ดูท่าการสั่งสอนของข้าคงจะไม่มีประโยชน์อะไรอีก”
หลานฟงกวาดสายตามองไปรอบห้องเรียน ก่อนจะกลับมาหยุดที่หวงเยี่ยอีกครั้ง
“งั้นนับจากวันนี้ไป เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเข้าเรียนที่สถาบันหอกเทพอสูรอีก เอาเวลาที่ใช้มาร่ำเรียนพวกนี้ ไปศึกษาศาสตร์แขนงต่างๆดีกว่า!”
“เพราะเจ้าบรรลุเป็นปรมาจารย์หอกอย่างสมบูรณ์แล้ว ทางข้าเองก็ไม่มีอะไรที่จะสั่งสอนเจ้าอีก!”
คำประกาศนั้นชัดเจน หนักแน่น และกังวานไปทั่วทั้งห้อง
เพียงชั่วอึดใจ ความเงียบงันก็แตกสลายลง
“อะไรนะ?!”
“เข้าเรียนยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแต่ก็สำเร็จหลักสูตรแล้วเหรอ?!”
“พระเจ้าช่วย หวงเยี่ยเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ!”
เสียงอุทานดังขึ้นจากทุกทิศทาง นักเรียนหลายคนลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง
บางคนถึงกับยกมือกุมศีรษะ บ้างมองไปยังหวงเยี่ยราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตเหนือความเข้าใจ
“นอกเหนือไปจากเจตจำนงระดับราชาแล้ว การใช้อาวุธหอกของเขาก็อยู่ในขั้นปรมาจารย์อีกงั้นหรือ?”
“เหอะๆ ก่อนหน้านี้ใครกันนะที่อยากทำให้เขาขายขี้หน้า!”
คำกระซิบกระซาบปะปนกับเสียงอุทานดังระงมไปทั่วห้องเรียน
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในพริบตา นัยน์ตาของนักเรียนแต่ละคนสั่นไหวด้วยความตกตะลึง
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น หวงเยี่ยยังคงยืนอย่างสงบนิ่ง หอกในมือถูกถือในท่วงท่าผ่อนคลายราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
หลานฟงมองภาพนั้นด้วยสายตาชื่นชมอย่างแท้จริง
“พรสวรรค์ที่ผสานกับความมุ่งมั่นเช่นนี้ สมกับคำว่าปรมาจารย์โดยแท้!”
เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญกับเหล่านักเรียนที่ยังคงตื่นตะลึง
“พวกเจ้าจงจำเอาไว้!”
น้ำเสียงของเขากลับมาเด็ดขาดอีกครั้ง
“วิชาการต่อสู้ทุกแขนงต่างก็ไม่มีทางลัด มีเพียงความเข้าใจและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง!”
“หวงเยี่ยคือผู้ที่ทำให้หอกกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขายืนอยู่ในระดับที่พวกเจ้ากำลังเห็น!” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เหล่านักเรียนต่างมองไปยังหวงเยี่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความสงสัยกลายเป็นความยำเกรง
หลานฟงยิ้มบางๆ
“เส้นทางยังอีกยาวไกลนัก!”
“ไปเถิด อย่าให้พรสวรรค์ของเจ้าหยุดอยู่เพียงเท่านี้!”
คำกล่าวนั้นเปรียบเสมือนตราประทับแห่งการยอมรับจากปรมาจารย์หอกผู้ยิ่งใหญ่
ภายในห้องเรียนที่ยังคงเต็มไปด้วยสายตานับร้อย หวงเยี่ยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกความรู้สึก ความตื่นตะลึง ความเลื่อมใส และแรงสั่นสะเทือนในจิตใจของผู้คน มันได้ก่อกำเนิดขึ้นพร้อมกันเลยก็ว่าได้
...
หลังจากเหตุการณ์ภายในห้องเรียนจบลงได้ไม่นาน
ข่าวสารที่ว่าหวงเยี่ยได้บรรลุเป็นปรมาจารย์แห่งหอกก็แพร่สะพัดออกไปดั่งเปลวเพลิงที่ลุกลามไปทั่วทุ่งหญ้าแห้งอย่างรวดเร็ว
จากเพียงไม่กี่ห้องเรียน กลายเป็นทั้งตึก จากทั้งตึกขยายไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทพอสูรภายในเวลาอันสั้น
ภาพวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ด้วยสมาร์ทโฟนของเหล่านักเรียนภายในห้องเรียนถูกอัปโหลดขึ้นสู่เครือข่ายแพลตฟอร์มภายในของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง กระทู้มากมายถูกตั้งขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหมวดข่าวสารประจำวัน ห้องสนทนาของแต่ละคณะ
หรือแม้แต่กระดานสนทนาของศิษย์เก่า
ชื่อของเจ้าชายน้อย หวงเยี่ย กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในชั่วพริบตา
ภาพในวิดีโอที่เผยให้เห็นการปะทะกันระหว่างเขากับอาจารย์หลานฟง
โดยใช้เพียงกระบวนท่าหอกล้วนๆ มันได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเหล่านักเรียนจำนวนมหาศาล ผู้ที่ได้รับชมต่างอ้าปากค้างและตกตะลึงพรึงเพริดกับท่วงท่าที่รวดเร็ว ลื่นไหล และเฉียบคมราวกับมีชีวิตของอาวุธในมือชายหนุ่มผมสีฟ้าสว่าง
จำนวนการเข้าชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวเลขเพิ่มขึ้นแทบทุกวินาที พร้อมกับคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
《อะไรนะ สำเร็จวิชาหอกภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาไม่ต้องเข้าเรียนที่สถาบันหอกเทพอสูรแล้วเหรอ?!》
《เฮอะๆ นับตั้งแต่มหาวิทยาลัยเทพอสูรก่อตั้งมาหนึ่งร้อยห้าสิบปี นี่คือครั้งแรกเลยที่มีคนจบหลักสูตรการใช้หอกเร็วเช่นนี้ ร้ายกาจเกินไป!》
《แกเห็นการเคลื่อนไหวของหอกนั่นหรือเปล่า มันรวดเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตาเลยนะ ฉันดูซ้ำไปห้ารอบยังตามไม่ทันทุกจังหวะเลย》
《เหอะๆ อาจารย์หลานฟงออมมือให้เสียมากกว่า? ท่านเป็นถึงนักล่ามังกรระดับหก และยังเป็นผู้ใช้หอกที่แข็งแกร่งที่สุดในมหาวิทยาลัยนะ》
ไม่นานก็มีคอมเมนต์ตอบโต้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
《ไอ้คอมเมนต์บนนี่โคตรเสร่อ แกดูไม่ออกหรือยังไงว่าพวกเขาปะทะกันด้วยกระบวนหอกล้วนๆ ใช้หอกเพียวๆ ไม่มีพลังหรือเจตจำนงอะไรเสริม ไม่งั้นพวกเราจะได้เห็นการปะทะกันด้วยอาวุธแบบนี้ยังไงล่ะ》
《มันก็จริง ต่อให้เป็นอาจารย์หลานฟง ถ้าใช้แค่ทักษะหอกล้วนๆแล้วพ่ายแพ้ นั่นก็หมายความว่าหวงเยี่ยเหนือกว่าจริงๆ》
《พวกแกยอมรับเถอะว่าหวงเยี่ยเป็นปรมาจารย์แห่งหอกไปแล้ว เขาบรรลุในระดับที่นักเรียนรุ่นเดียวกันไม่มีทางทำได้》
《เขาใช้หอกได้ดั่งแขนขา ไร้ช่องโหว่และไร้เทียมทานอย่างแท้จริง ขนาดอาจารย์หลานฟงยังพ่ายแพ้!》
ขณะที่กระทู้หนึ่งถูกปักหมุดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมหัวข้อที่สะดุดตา
《ปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์ เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยสำเร็จหลักสูตรการใช้หอกภายในครึ่งชั่วโมง》
ใต้กระทู้นั้นเต็มไปด้วยการวิเคราะห์ภาพช้า การจับจังหวะการเคลื่อนไหว และคำชื่นชมจากทั้งนักเรียนรุ่นเดียวกัน
《ดูจังหวะก้าวเท้านี่สิ มั่นคงและประหยัดพลังทุกการเคลื่อนไหว นี่คือพื้นฐานระดับปรมาจารย์ชัดๆ》
《การแทงครั้งที่สามของเขาเป็นการหลอกแล้วเปลี่ยนทิศในเสี้ยววินาที แบบนี้ต้องฝึกฝนมานับหมื่นครั้งแน่ๆ》
《ไม่ใช่แค่ฝึกฝน แต่เป็นความเข้าใจในวิถีหอกอย่างลึกซึ้ง เขาไม่ได้ใช้หอก เขากลายเป็นหอกไปแล้ว》
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสชื่นชมอย่างล้นหลาม ก็ยังคงมีบางเสียงที่แสดงความกังขาและไม่ยินยอมรับความจริงง่ายๆ
《มันอาจเป็นแค่โชคดีในจังหวะเดียวก็ได้ ถ้าเป็นการต่อสู้จริงที่ใช้พลังวิญญาณหรือเจตจำนง อาจารย์หลานฟงคงชนะในพริบตา》
《ต่อให้เป็นปรมาจารย์แห่งหอก แล้วจะทำอะไรได้ถ้าระดับพลังยังตามหลังอยู่》
คอมเมนต์เหล่านี้ถูกโต้แย้งอย่างรวดเร็ว
《ไอ้พวกโง่เอ้ย ประเด็นคือการใช้หอกบรรลุระดับปรมาจารย์ต่างหาก นี่คือนักเรียนปีหนึ่งนะ ไม่ใช่ผู้ฝึกฝนมาหลายสิบปี》
《แค่พื้นฐานหอกถึงระดับนี้ ต่อให้พลังวิญญาณยังไม่สูงสุด อนาคตก็ไร้ขีดจำกัดแล้ว》
《พวกที่ไม่ยอมรับก็เพราะอิจฉาล้วนๆ ยอมรับความจริงเถอะว่ามหาวิทยาลัยเทพอสูรของเรามีสุดยอดอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นแล้ว》
กระแสการถกเถียงยิ่งทวีความร้อนแรง ยอดแชร์และการกล่าวถึงพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง
ชื่อของหวงเยี่ยปรากฏอยู่บนทุกกระดานสนทนา ทุกกลุ่มสนทนา และทุกช่องทางสื่อสารภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรเลยก็ว่าได้