พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 74 สถาบันมังกรพิโรธ
แน่นอนว่าความกินจุของหวงเยี่ยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน อาหารที่ถูกยกมาเสิร์ฟตรงหน้าก็ถูกจัดวางเรียงซ้อนสูงราวกับกองภูเขาขนาดย่อม
ข้าวสวยร้อนๆส่งไอกรุ่นลอยขึ้นเป็นสายบาง เนื้อสัตว์และผักหลากชนิดวางแน่นเต็มถาดจนแทบไม่เห็นพื้นจาน เสียงช้อนกระทบถ้วยดังถี่ต่อเนื่อง คำแล้วคำเล่า ข้าวในกองสูงค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา
นักเรียนหลายคนที่กำลังสนทนาอยู่เงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้บางคนถึงกับสำลักน้ำชา บางคนเผลอค้างช้อนกลางอากาศ
“เขากินเข้าไปได้อย่างไรขนาดนั้น.. นี่มันปริมาณสำหรับสามสี่คนรวมกันเสียด้วยซ้ำ!”
หวงเยี่ยมิได้สนใจสายตาเหล่านั้น เขาเพียงยกถ้วยขึ้น ซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะวางลงอย่างสงบ
ตงฟางที่มองภาพทั้งหมดอยู่ไกลๆเผยรอยยิ้มบาง
“สมกับเป็นเขาจริงๆ”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมมากกว่าตกตะลึง ขณะที่หญิงสาวอย่างตงเยวี่ยหลิงกลับเบะปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงสดของนางสะท้อนทั้งความโกรธ ความหวาดหวั่น และความไม่เข้าใจในตัวตนของชายหนุ่มผู้นั้น
“เขาเป็นคนหรือเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรมังกรกันแน่?”
นางพึมพำออกมา ทำให้ตงฟางผู้เป็นพี่ชายต้องหัวเราะขึ้น
“เจ้ากลัวหรือโกรธกันแน่?”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง
“ทั้งสองอย่าง!”
คำตอบตรงไปตรงมา ทำให้ผู้เป็นพี่เพียงยิ้มโดยไม่โต้แย้ง
ไม่นานนัก กองอาหารตรงหน้าหวงเยี่ยก็หายไปจนสิ้น เหลือเพียงจานว่างเปล่าเรียงราย
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ ลมหายใจทอดยาวออกอย่างผ่อนคลาย เสื้อผ้าบริเวณท้องแทบจะตึงแน่นจนดูราวกับกลองที่ถูกขึงหนังจนสุด เขาแทบจะนอนแผ่หลาอยู่บนที่นั่ง หากไม่ใช่เพราะยังมีสายตานับสิบคู่จับจ้องอยู่
“อิ่มจริงๆ…”
เสียงพึมพำเบาๆหลุดจากริมฝีปาก ทว่าเบื้องหลังท่าทางสบายๆนั้น ความคิดของชายหนุ่มกลับเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง
เส้นทางการฝึกฝนลำดับถัดไป
สถาบันหอกเทพอสูรไม่จำเป็นอีกแล้ว วิชาหอกในมือเขาก้าวข้ามขอบเขตพื้นฐานไปไกลเกินกว่าที่หลักสูตรทั่วไปจะรองรับได้
สถาบันดาบมังกรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ใช่หนทางที่เขาจะเลือก ดาบไม่ใช่อาวุธหลักในหัวใจ
สถาบันธนูมังกรฟ้ายิ่งห่างไกล ธนูต้องอาศัยความนิ่งและระยะไกล ขณะที่เขาคุ้นเคยกับการทะลวงแนวหน้า
ส่วนสถาบันศาสตร์พลังวิญญาณมังกร หวงเยี่ยยกมุมปากเล็กน้อย
การควบคุมพลังวิญญาณอย่างละเอียดอ่อนนั้น แม้จะสำคัญ แต่เขามีสิ่งที่เหนือกว่านั้น
ระบบกลืนกินมังกร เขาสามารถเรียนรู้วิชาขับเคลื่อนพลังหรือศาสตร์อื่นได้ในทันที ไม่จำเป็นต้องนั่งฝึกควบคุมอย่างเชื่องช้า
เพราะเหตุนี้ การเข้าไปศึกษาในสถาบันศาสตร์พลังวิญญาณจึงดูเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเวลา
“งั้นลองไปยังสถาบันมังกรพิโรธก่อนดีไหมนะ?”
เขาครุ่นคิดในใจ
สาขานั้นเชี่ยวชาญการฝึกฝนร่างกายโดยตรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น และความแข็งแกร่งของโลหิต ร่างกายของนักล่ามังกรคือรากฐาน หากฐานไม่มั่นคง ต่อให้พลังวิญญาณสูงส่งเพียงใดก็ไร้ความหมาย
ทันใดนั้นเสียงใสกังวานก็ดังขึ้นในส่วนลึก
【ไปสิคะโฮสต์ แล้วไว้ตอนเย็นๆพวกเราค่อยไปหาคณบดีหวูเหยียนจีเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์】
【ส่วนตอนนี้พวกเรามุ่งเน้นไปที่สถาบันมังกรพิโรธก่อนละกัน】
【เพราะถึงยังไงร่างกายของนักล่ามังกรก็ถือเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวด】 (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
น้ำเสียงของระบบกลืนกินมังกรเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
หวงเยี่ยฟังอย่างเงียบงัน
ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ
“เข้าใจแล้ว”
การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มทำให้หลายคนสะดุ้งขึ้นอีกครั้ง
“เขาจะไปไหนต่ออีก?”
...
ไม่นานนัก หวงเยี่ยก็มาถึงอาณาเขตของสถาบันมังกรพิโรธ
เพียงก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณแห่งนี้ บรรยากาศรอบด้านก็แตกต่างจากสาขาอื่นโดยสิ้นเชิง
อาคารสูงใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบ ผนังถูกสร้างจากวัสดุสีเทาเข้มที่สะท้อนประกายเย็นเฉียบ ราวกับหินที่ผ่านการเผาไหม้มานับพันปี เสาโครงสร้างแต่ละต้นหนาแน่น แข็งแรง ดั่งจะรองรับแรงกดทับมหาศาลโดยไม่สั่นคลอน
ที่นี่เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์สำหรับนักล่ามังกรผู้ใฝ่หาร่างกายอันทรหด
ไม่มีคำพูดหวานหู ไม่มีการสาธยายทฤษฎีอันละเอียดอ่อน
มีเพียงความหนักหน่วงของการฝึกฝน และความเจ็บปวดที่ต้องยอมรับด้วยความสมัครใจ
เพียงมองไปยังลานฝึกด้านหน้า หวงเยี่ยก็เห็นอุปกรณ์และเทคโนโลยีมากมายที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางกายภาพ เครื่องถ่วงน้ำหนักขนาดยักษ์ เสาคลื่นแรงกระแทก สนามกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นพลังแม่เหล็ก และห้องฝึกแรงโน้มถ่วงที่เรียงตัวกันเป็นแนวยาว
โดยเฉพาะห้องแรงโน้มถ่วง เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ของอารยธรรมโบราณที่เคยรุ่งเรืองในยุคก่อนประวัติศาสตร์
ว่ากันว่าเมื่อสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงที่สูงกว่าปกติ ร่างกายจะถูกบีบอัดทุกอณู เส้นเอ็นถูกกดดัน กระดูกถูกกดทับ กล้ามเนื้อถูกท้าทายจนถึงขีดสุด หากทนผ่านพ้นไปได้ มันจะหล่อหลอมให้แข็งแกร่งกว่าที่เคย
แต่หากประเมินตนเองผิดพลาด แรงโน้มถ่วงนั้นไม่ได้ปรานี มันคือพลังอำนาจที่ไร้ความเมตตา
หากฝืนเกินกำลัง ร่างกายจะถูกบดขยี้จากภายใน เส้นเลือดแตก กระดูกแตกละเอียด อวัยวะภายในฉีกขาด
เคยมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่มั่นใจในศักยภาพของตน เปิดใช้งานห้องแรงโน้มถ่วงในระดับสูงเกินตัวโดยไม่ตระหนักถึงผลลัพธ์ สุดท้ายแล้วพวกเขาก็เหลือเพียงเศษซากชิ้นส่วนที่ยากจะจดจำว่าเคยเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์
ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยเทพอสูรจึงออกกฎระเบียบและคำเตือนอย่างเคร่งครัด
ผู้ใดจะเข้าใช้ห้องแรงโน้มถ่วงต้องผ่านการประเมินขั้นต้น และต้องมีผู้ควบคุมดูแลตลอดเวลา
หวงเยี่ยยืนอยู่ด้านหน้าห้องแรงโน้มถ่วงที่กำลังเปิดใช้งานหลายสิบห้อง ผนังด้านหน้าของแต่ละห้องทำจากกระจกพิเศษ โปร่งใสแต่แข็งแรงกว่าวัสดุใดในโลกยุคปัจจุบัน สามารถรับแรงกดทับมหาศาลโดยไม่แตกร้าว
เขาจ้องมองผ่านเข้าไป ภายในเป็นห้องกว้างประมาณสิบเมตร พื้น ผนัง และเพดานเป็นสีเงินหม่นสะท้อนแสงไฟขาวเย็น พื้นผิวเรียบไร้รอยต่อ เพื่อกระจายแรงกดทับอย่างสม่ำเสมอ
นักเรียนหลายสิบคนยืนกระจายตัวอยู่ภายใน
บางคนยืนตัวเกร็ง ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อย กล้ามเนื้อปูดโปน เส้นเลือดบนแขนและลำคอปูดนูนชัดเจน เหงื่อไหลชะโลมทั่วร่างราวกับเพิ่งผ่านการอาบน้ำ บางคนกำลังฝึกท่าต่อยหมัดช้าๆ ทุกการเคลื่อนไหวราวกับต้องยกภูเขาทั้งลูก
บางคนคุกเข่าลงกับพื้น พยายามยันตัวขึ้นใหม่ ทว่าขาและร่างกายแทบไม่ตอบสนอง
หวงเยี่ยหรี่ตาเล็กน้อย
“หืมมมมม.. แรงโน้มถ่วง 20 เท่าเลยเหรอ”
เขาอ่านค่าที่แสดงบนแผงควบคุมหน้าห้อง
“งั้นถ้าพวกเขาหนัก 60 กิโล ก็จะรู้สึกเหมือนแบกก้อนหินที่หนักกว่า 1,200 กิโลอยู่บนร่าง!”
“นี่มันน่าสนใจชะมัด!”
เพียงคิดตามตัวเลข เขาก็รู้สึกถึงความท้าทายที่ชัดเจน ร่างกายภายใต้แรงกดดันระดับนั้น ย่อมถูกบีบอัดจนทุกเซลล์ร้องโหย
【โฮสต์อยากลองไหมคะ】