พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - ตอนที่ #117 : บทที่113 ข้าเป็นของเมิ่งซีโจวแล้ว
บทที่113 ข้าเป็นของเมิ่งซีโจวแล้ว
นางเป็นคนมีนิสัยหยิ่งทะนง สายตาสูงมาแต่ไหนแต่ไร นอกจากองค์รัชทายาทกับบุตรชายตระกูลสูงศักดิ์มากอำนาจบารมีอีกไม่กี่คนแล้ว บุรุษอื่นล้วนแทบไม่เคยอยู่ในสายตาของนางเลยสักนิด การนึกไม่ออกจึงนับเป็นเรื่องปกติ
ไม่นานนัก นางก็โยนความสงสัยเล็กน้อยนี้ทิ้งไปเสีย และไม่คิดยึดติดอันใดอีก
สายตาของนางหยุดค้างอยู่นานกว่าเดิม กวาดมองใบหน้าของฉู่เซียวทีละส่วนทีละคืบ ชัดเจนว่าเป็นสายตาที่ใช้ประเมินของเล่นชิ้นหนึ่งแท้ๆ แต่เขากลับไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ใบหูทั้งสองถึงกับแดงเรื่อขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
เมิ่งหนานอี้เก็บปฏิกิริยาและท่าทางกระดากเขินอายของฉู่เซียวไว้ในสายตาทั้งหมด มิหนำซ้ำไม่เพียงไม่คิดยับยั้ง กลับยิ่งรู้สึกว่าช่างน่าสนุกนัก
“เก่งเพียงใดกันรึ?”
ฉู่เซียวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความสามารถของตนอย่างจริงจัง สุดท้ายจึงเงยหน้าขึ้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของเมิ่งหนานอี้พลางตอบกลับไปว่า
“เก่งมากขอรับ”
“พรวด” เมิ่งหนานอี้ถูกสีหน้าท่าทางเคร่งขรึมตรงไปตรงมาของบุรุษผู้นี้ ทำให้นึกขันจนถึงกับต้องหัวเราะออกมา
นางยกมือขึ้นโบกไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะโยนกำไลกลับลงไปบนถาดดังเดิม จากนั้น จึงหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางมองสำรวจฉู่เซียวด้วยความสนอกสนใจ
“เจ้าผู้นี้นับว่ายังมีอะไรน่าสนใจอยู่บ้าง เช่นนั้นต่อแต่นี้ไปเจ้าก็จงติดตามข้าเถิด มาเป็นองครักษ์คอยคุ้มกันความปลอดภัยให้แก่ข้า ว่าอย่างไรเล่า?”
ฉู่เซียวมองใบหน้างดงามจับตาตรงหน้า ห้วงใจพลันปั่นป่วนด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างยากจะพรรณนา!
เขาอยากจะบอกกับนางเหลือเกินว่า การได้อยู่เคียงข้างนางนั้น นับเป็นจุดหมายปลายทางที่เขาเฝ้าฝันถึงมาทั้งชีวิต!
ทว่าเมื่อถ้อยคำมากมายนับพันนับหมื่นพรั่งพรูมาจรดริมฝีปาก และได้สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของนาง สุดท้ายถ้อยคำทั้งหมดกลับหลอมรวมเหลือเพียงคำตอบที่แสนหนักแน่นเพียงคำเดียว
“ขอรับ”
เมิ่งหนานอี้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ทว่านางหาได้พาฉู่เซียวกลับจวนจงหย่งโหวในทันทีไม่
ยามนี้ภายในจวน เป็นอนุเสิ่นบุตรีตระกูลพ่อค้าชั้นต่ำนางนั้นที่กุมอำนาจอยู่ แม้อีกฝ่ายจะไม่กล้าบังคับควบคุมนางอย่างออกหน้านัก เพราะยังเกรงใจในฐานะของนางอยู่บ้าง แต่หากนางพาบุรุษหนุ่มหล่อเหลาแปลกหน้ากลับไปจวนอย่างกะทันหัน แม้ฐานะของเขาจะเป็นเพียงบ่าวรับใช้ผู้หนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่จะให้หญิงต่ำช้านางนั้นพูดจาเหน็บแนมเสียดสีได้อีกยกใหญ่ทีเดียว
ยามนี้อารมณ์ของเมิ่งหนานอี้เพิ่งจะดีขึ้นมาบ้าง นางจึงคร้านจะหาเรื่องทำให้ตนต้องขุ่นเคืองใจโดยใช่เหตุ
นางเชื่อมั่นว่า ด้วยวิธีการและเล่ห์ชั้นเชิงของฮูหยินเอกผู้เป็นมารดา การจะกลับมาครองอำนาจและดูแลกิจการภายในจวนได้อีกครั้ง ล้วนเป็นเพียงเรื่องของกาลเวลาเท่านั้น รอจนถึงวันนั้น เมื่อนางสามารถพาฉู่เซียวกลับจวนไปได้อย่างเปิดเผยและสง่างามแล้ว เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดกล้ามายืนต่อหน้านาง แล้วพูดจาให้มากความอีกแม้เพียงครึ่งคำ!
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เมิ่งหนานอี้จึงสั่งสาวใช้ว่า “พาเขาไปหาห้องพักสะอาดๆในโรงเตี๊ยมสักแห่งเพื่อพักชั่วคราวก่อน แล้วก็หาเสื้อผ้าดีๆให้เขาเปลี่ยนใหม่สักชุด แล้วให้เขาจัดการชำระล้างกายให้เรียบร้อย ส่วนนเงินทองก็มาเบิกจากบัญชีของข้า”
นางไม่อยากให้ข้างกายตนมีทาสสกปรกมอมแมมติดตามไปด้วย เพราะนั่นจะเป็นการเสียหน้ามากเกินไป
ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมิ่งหนานอี้ก็มิได้เหลือบมองฉู่เซียวอีกเลยแม้แต่น้อย นางหันกายเดินขึ้นรถม้าที่จวนโหวส่งมารับกลับ ก่อนจะจากไปอย่างไม่ไยดี
สาวใช้ของเมิ่งหนานอี้พาฉู่เซียวมาส่งที่หน้าโรงเตี๊ยม เขาเงยหน้าขึ้นมองป้าย ‘โรงเตี๊ยมจันทร์ล้อม’ ที่แสนคุ้นตานั้น ความรู้สึกซับซ้อนยากจะเอื้อนเอ่ยพลันเอ่อขึ้นในใจอย่างห้ามไม่อยู่
เป็นที่นี่อีกแล้ว… ดูท่าคุณหนูโปรดปรานให้เขาพักอยู่ที่นี่จริงๆ
ครั้งก่อนเขาก็ถูกพามาพักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว
“ตามข้ามาเถิด”
ท่าทีของสาวใช้นางนี้ยังนับว่าสุภาพอยู่บ้าง อย่างไรเสีย บุรุษผู้นี้ก็คือคนที่คุณหนูใหญ่ซื้อตัวมาด้วยตนเอง
กระทั่งสาวใช้จากไปและปิดประตูห้องลงแล้ว ฉู่เซียวจึงค่อยผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง เขาทรุดลงนั่งเอนกายพิงพนักอยู่ข้างหน้าต่าง
ภายนอกหน้าต่างยามนี้ แสงจากโคมเพิ่งจะเริ่มส่องสว่าง ยามราตรีแรกของวันได้มาเยือน ความอึกทึกครึกโครมของเมืองหลวงได้ลอดผ่านกระดาษกรุหน้าต่างเข้ามาแผ่วเบา เขาหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ทว่าในห้วงคำนึงกลับปรากฏใบหน้างดงามนั้นกระจ่างชัด
เมิ่งซีโจว…
เขาเฝ้ารำพึงรำพันนามนี้อยู่ในใจอย่างทะนุถนอมยิ่ง ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตก็ไม่ปาน
นามซึ่งเลื่องลือกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง นามที่แทบทุกครัวเรือนล้วนรู้จัก
บุตรีสายเอกคนโตแห่งจวนจงหย่งโหว ทั้งเปี่ยมด้วยความสามารถและรูปโฉมงดงาม ทั้งยังเป็นสตรีผู้มีชะตาหงส์ที่สวรรค์ลิขิต!
แท้จริงแล้ว คุณหนูที่ทำให้เขาเฝ้าฝันหาอาวรณ์มิรู้คลาย กลับมีฐานันดรสูงศักดิ์ถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านพรสวรรค์และความโดดเด่นเหนือผู้คนถึงเพียงนั้น!
วันนั้นเขาบังเอิญอยู่ในร้านน้ำชาริมถนน ได้ยินบัณฑิตสองสามคนสนทนากันอย่างออกรสออกชาติถึง ‘คุณหนูใหญ่เมิ่งซีโจวแห่งจวนจงหย่งโหว’ ว่าบทกวีใหม่ของนางงดงามล้ำเลิศเพียงใด ชวนให้ผู้คนต้องตบโต๊ะร้องชมมากเพียงใด…
ชั่วขณะนั้นเอง ในสมองของเขาราวกับมีอัสนีบาตฟาดผ่าลงมาเสียงดังสนั่นลั่น!
‘เมิ่งซีโจว’ สามอักษรนี้มิใช่พ้องต้องอยู่ในบทกวีที่คุณหนูทิ้งไว้พอดีหรอกรึ?
คำตอบนั้นแทบจะเผยออกมาอยู่รอมร่อแล้ว
ที่แท้จันทร์กระจ่างซึ่งเขาเคยได้แต่เงยหน้าชมอยู่ไกลๆ แสงแห่งนางกลับสาดส่องไปทั่วหล้าเนิ่นนานแล้ว
นับแต่ห้วงขณะนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใด เขาก็จะขออยู่ข้างกายนางอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม จะขอปกป้องคุ้มครองนางอย่างเปิดเผยและสง่างาม
ผ่านการอ้อมค้อมพลิกผันมาหลายครา วางแผนตรึกตรองมาหลายชั้น กระทั่งยินยอมเสี่ยงภัย ใช้แผนทรมานตนแสดงละครฉากนี้ขึ้นมา… และบัดนี้ ในที่สุดก็สำเร็จลุล่วงแล้ว!
นับจากนี้เป็นต้นไป เขา—ฉู่เซียวก็คือคนของคุณหนูแล้ว…
กลางทรวงอกคล้ายถูกเติมเต็มด้วยน้ำผึ้งอุ่นละมุน ความหวานซึมซาบแผ่ขยายออกไปทีละสายทีละเส้น ขับไล่เมฆหมอกหม่นมัวทั้งมวลในวันวานไปจนสิ้น
วันคืนเหล่านั้นที่ต้องระหกระเหินไร้ที่พึ่งพิง เช้าค่ำไม่รู้ชะตาชีวิต มาบัดนี้กลับเลือนรางประหนึ่งเป็นเรื่องในชาติภพก่อน
ในที่สุด เขาก็หาใช่แหนลอยน้ำไร้รากอีกต่อไป
ในที่สุด เขาก็มีสถานที่ให้หวนคืนแล้ว