พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่ 1 หวนสู่ค่ำคืนที่ถูกลักพาตัว
บทที่ 1 หวนสู่ค่ำคืนที่ถูกลักพาตัว
“น้องเมียคนงามจ๋า ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที มา มะ เร็วเข้า ยามนี้ข้าแทบจะอดทนไม่ไหวแล้ว!”
สายลมยามราตรีพัดกรูผ่านใบหู เสียงหวีดหวิวดังขึ้นไม่ขาดสาย ทว่าเมิ่งซีโจวกลับรู้สึกราวกำลังโอบกอดเตาไฟไว้ทั้งใบ สัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุจนต้องลืมตาขึ้นมอง
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือความมืดมิดแห่งราตรี ใบหน้าบุรุษที่มีฟันเหยินกำลังแสยะยิ้มลามกฉายแววชั่วช้านั้น อยู่ใกล้ใบหน้าของนางเพียงคืบเท่านั้น ยามนี้แผ่นอกหนาแทบแนบชิดติดผิวกายของนาง!
และคนผู้นั้นคือหลิวหมิง ‘พี่เขย’ ของนางเอง!
เบื้องหลังต้นไม้ใหญ่ เสียงจางซานเจียวผู้เป็นพี่สาวกำลังเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวระคนไม่พอใจนัก
“ไฉนเจ้าจึงต้องรีบร้อนตะกละตะกลามถึงเพียงนี้ด้วย? เบามือหน่อยเถิด อย่างไรเสียนางก็ยังนับเป็นน้องสาวของข้า”
แม้วาจาคำพูดจะเสมือนคนใจกว้าง ทว่าความอิจฉาริษยาในน้ำเสียงกลับราวเข็มพิษแหลมคม ที่สามารถทิ่มแทงไปถึงกระดูกทีเดียว
เมิ่งซีโจวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง รู้สึกประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาดใส่เข้าให้จัง นางพลันได้สติตื่นขึ้นฉับพลันทันใด!
นี่นาง…นางกลับชาติมาเกิดอีกคราแล้ว!
และในยามปัจจุบันทันด่วน นางก็ได้หวนสู่ค่ำคืนแรกที่ถูกลักพาตัวมายังหมู่บ้านเสี่ยวเหอแห่งนี้!
เดิมทีนางคือบุตรีสายตรงแห่งจวนโหว ทว่าในชาติก่อน กลับถูกมารดาแท้ๆของตนลักลอบขายให้กับตระกูลจางซึ่งอยู่ในหุบเขากันดาร
ยิ่งไปกว่านั้น ‘มารดาผู้แสนดี’ นั่นยังส่งพ่อบ้านนำเงินมามอบให้กับตระกูลจางทุกเดือนด้วย เหตุเพราะเกรงว่าพวกมันเหล่านั้นจะผ่อนปรนการทรมานเมิ่งซีโจวลงนั่นเอง!
ทุกเรื่องราวทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเพื่อถ่ายโอน ‘ชะตาหงส์’ ของนางไปให้กับเมิ่งหนานอี้ผู้เป็นน้องสาวนั่นเอง!
ยิ่งนางมีชีวิตที่ตกต่ำดุจโคลนตมไร้ค่าเพียงใด ชะตาหงส์ที่เมิ่งหนานอี้แย่งชิงไปนั้น ก็จะยิ่งมั่นคงหนักแน่นมากเพียงนั้น!
ทั้งที่เมิ่งซีโจวกับเมิ่งหนานอี้ต่างเป็นพี่น้องฝาแฝดเกิดร่วมครรภ์มารดาเดียวกันแท้ๆ ทว่าผู้เป็นมารดากลับยึดมั่นอย่างลำเอียง ปักใจเชื่อว่าน้องสาวของนางก็คือสายเลือดที่เกิดจากคนรักเก่า จึงได้ทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้แก่น้องสาวของนางแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนที่ผู้เป็นมารดามอบให้แก่เมิ่งซีโจวนั้น กลับมีเพียงการทรมานที่มิต่างจากการเฉือนกระดูกควักหัวใจเลยทีเดียว!
ในชาติปางก่อน นางเสมือนถูกผลักลงสู่กระทะร้อนเดือดในขุมนรก ต้องใช้ชีวิตเกลือกกลิ้งอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดทุกข์ทรมานไม่มีสิ้นสุด
ในขณะที่เมิ่งหนานอี้กลับอาศัยแรงหนุนจากมารดา สวมรอยฐ)านะของนางขึ้นครองตำแหน่งฮองเฮา กลายเป็นมารดาแห่งใต้หล้า!
ครั้นเมื่อนางสามารถดิ้นรนหนีออกมาจากถ้ำมารดั่งขุมนรกนั้นได้ สภาพก็แทบไม่อาจเรียกว่ามนุษย์อีกต่อไป
ทว่าเมิ่งหนานอี้เพียงเอ่ยวาจาเบาๆประโยคหนึ่ง—
“ความบริสุทธิ์ของเจ้าได้สูญสิ้นแล้ว หอนางโลมลับคือแหล่งพำนักที่ข้าได้หาไว้ให้แก่เจ้า นับว่าข้าทำดีที่สุดแล้ว”
ทำดีที่สุดแล้วอย่างนั้นหรือ? คำกล่าวว่า ‘ทำดีที่สุดแล้ว’ นี้ ช่างชวนให้รู้สึกขบขันยิ่งนัก!
เพลิงอาฆาตแค้นซ่องสุมพลันโหมพลุ่งพล่านรุนแรง ประหนึ่งสามารถจะบดขยี้หัวใจ ตับ ม้าม ปอดและไตของนางให้แหลกสลายในชั่วพริบตา!
ชาตินี้ นางจะขอนำความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและความอัปยศอดสูที่ตนได้รับมา คืนกลับไปให้พวกมันทุกตัวเป็นร้อยเป็นพันเท่า!
แม้เรี่ยวแรงจะเหลือเพียงแค่คลานไหว นางก็จะคลานกลับคืนสู่เมืองหลวงให้จงได้!
บรรดาภูติผีปีศาจพวกนั้น… อย่าได้หวังว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของนางไปได้แม้แต่คนเดียวเลย!
เมิ่งซีโจวทอดสายตาจ้องมองใบหน้าอันน่าขยะแขยงของหลิวหมิงเขม็ง ใจหนึ่งเดือดพล่านด้วยจิตสังหาร อีกใจคุกรุ่นด้วยเพลิงแห่งความแค้น
“เช่นนั้นก็เริ่มแก้แค้นจากสัตว์เดรัจฉานเยี่ยงเจ้านี่แหละ!”
ชาติปางก่อนก็มีสารรูปเป็นเช่นนี้ — ก่อนค่ำคืนเข้าหอ หลิวหมิงผู้เป็นพี่เขยได้เกิดราคะกำเริบ ส่วนจางซานเจียวพี่สาวก็คิดใช้ครรภ์ผู้อื่นสืบสายเลือด สามีภรรยาคู่นี้จึงได้รวมหัวกันล่อลวงเมิ่งซีโจวให้ออกมานอกเรือนในยามวิกาล
ทว่าเมื่อแผนการเริ่มต้นขึ้น ปัญญาซึ่งมีเพียงน้อยนิดของจางซานเจียวก็กลับถูกไฟริษยาเผาผลาญจนสิ้น นางถึงกับไปเรียกแม่เ่าตระกูลจางซึ่งเป็นมารดาของตน ให้มาจับหญิงชู้คาหนังคาเขา!
ครั้นชาวบ้านรู้ก็พากันแห่มาดูด้วย จางซานเจียวจึงฉวยโอกาสนี้สาดโคลนใส่สีอย่างบ้าคลั่ง กล่าวหาว่าเมิ่งซีโจวนั้นมิใช่เพียงล่อลวงพี่เขยตนผู้เดียว หากยังคิดจะยั่วยวนบุรุษทั้งหมู่บ้านให้ผลัดกันมาขึ้นเตียงกับนางด้วย!
สตรีผู้สูญสิ้นชื่อเสียงในหมู่บ้านขนาดนี้ เดาเอาย่อมทราบ ต่อจากนี้จักต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นใดเล่า?
เพราะตอนซื้อตัวนางมานั้น ครอบครัวตระกูลจางจำต้องทุ่มทรัพย์สินไปจนแทบหมดเนื้อหมดตัว จึงมิได้จับนางใส่กรงหมูถ่วงน้ำในทันที ทว่าหลังจากนั้น วันคืนที่นางต้องเผชิญ กลับยิ่งมิต่างอันใดจากนรกบนดิน ต้องใช้ชีวิตยิ่งกว่าตายทั้งเป็นเสียอีก…
สามีภรรยาคู่นี้ประหนึ่งงูพิษกับหนูสกปรก!
อีกไม่ช้า แม่เ่าตระกูลจางก็จะพาคนมาจับชู้แล้ว!
แววตาของเมิ่งซีโจวพลันมือทมิฬลงทันใด นางพลิกกายกลิ้งหลบฝ่ามือหยาบกร้านของหลิวหมิงอย่างฉับไว ก่อนตวัดสายตาคมกริบชี้มองไปทางตาข่ายเชือกดักสัตว์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นพงหญ้า…
นั่นก็คือกับดักที่จางซานเจียวแอบวางเอาไว้แต่แรกแล้ว
“คิดจะหลบหนีรึ?” หลิวหมิงร้องตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล ใบหน้าเปลี่ยนเป็นถมึงทึง “สตรีในหมู่บ้านนี้ ครึ่งหนึ่งล้วนเป็นของข้าหมดแล้ว! นับประสาอะไรกับเจ้าที่เป็นน้องเมียของข้า! ต่อให้ข้านอนกับเจ้าจนตาย ชาวบ้านก็มีแต่จะสรรเสริญ!”
ทว่าเมิ่งซีโจวกลับยิ้มละมุน พลางเอนกายแนบลงบนบ่าของเขา พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า
“พี่เขยท่านก็… อย่าเพิ่งรีบร้อนนักเลย ขอเพียงท่านทำตามที่ข้าบอก รับรองว่าท่านจะได้ลิ้มรสชาติแห่งความสุขประดุจขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว”
หลิวหมิงถูกรอยยิ้มงดงามนั้นสะกดเข้าอย่างจัง ร่างกายครึ่งซีกของเขาพลันชาไปหมด รีบพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายราวกับคนเสียสติ
จางซานเจียวที่แอบมองอยู่นั้น ดวงตาทั้งสองแทบถลนออกมาด้วยความโกรธแค้น – นังหญิงชั่วผู้นี้ถึงกับกล้าล่อลวงคนเป็นพี่เขยต่อหน้านาง! แต่ช่างโชคดีนักที่นางได้เตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว!
ทว่าในชั่วพริบตา—
“อ๊าก—!”
หลิวหมิงโดนล่อลวงให้ขยับตามมาจนเผลอเหยียบพลาด พื้นพงไพรใต้ฝ่าเท้าเกิดปฏิกิริยาแปรเปลี่ยนฉับพลัน บริเวณทั้งหมดตรงนั้นกลายเป็นความว่างเปล่าทันใด ร่างทั้งร่างร่วงลงสู่ก้นกับดักอย่างแรง กับดักเชือกป่านที่กางรับไว้คล้ายใยแมงมุมพันรัดกระชับตัวในทันใด มัดร่างของเขาไว้แน่นเหนียวยิ่งกว่ากับก้อนบ๊ะจ่างรอวันเชือด!
จางซานเจียวถึงกับตะลึงงัน! แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวใดๆ ก็พลันพบเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏอยู่บนใบหน้าของเมิ่งซีโจว แววตาทั้งสองดุดันประหนึ่งหมาป่ากระหายเลือด! และในขณะนี้ นางกำลังลากร่างของหลิวหมิงที่กำลังดิ้นรนอยู่ในก้อนกับดักเชือกร่ำร้องทั้งน้ำตา กระชากลากถูร่างของเขาไปตามพื้นดิน มุ่งสู่ทางบ่อร้างข้างเคียงด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม!
บ่อร้างดังกล่าวมีความลึกที่มิอาจหยั่งถึง หากตกลงไป แน่นอนว่าสิบส่วนย่อมไม่รอด!
“นังสารเลว! เจ้าช่างบังอาจนัก!” จางซานเจียวตกใจขวัญผวาสุดใจ วิญญาณเจียนโดนฉุดกระชากหลุดออกจากร่าง กรีดร้องไปพลางนางพุ่งถลาเข้าไปผลักไสเมิ่งซีโจวให้พ้นๆ และคว้าเชือกนั้นจับไว้แน่นเพื่อแย่งตัวคนกลับคืนมา
“เจ้าคิดจะฆ่าพี่เขยของตนจริงรึ?!”
เมิ่งซีโจวแค่นหัวเราะเสียงเย็น น้ำเสียงของนางดุจดั่งน้ำแข็งแตก “มิใช่แค่เขา!” นางกล่าวตอบด้วยสีหน้าเย็นชา “วางใจเถิด ข้าจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองหน้าคว่ำดินแหลกเละ แม้ยามตายก็ยังได้เป็นสามีภรรยาคู่กัน!”
สิ้นวาจาคำกล่าว เมิ่งซีโจวก็พลันออกแรงกระชากเชือกตาข่ายอีกด้านสุดแรง ก่อกลายเป็นศึกยื้อยุด แต่แล้วจู่ๆนางก็ปล่อยมือฉับพลัน! จางซานเจียวที่กำลังออกแรงดึงขืนสู้สุดชีวิตจึงไม่ทันระวังตัว กล่าวคือ ฝ่ายหนึ่งดึงสุดแรง หากแต่อีกฝ่ายกลับปล่อยกะทันหัน ส่งผลให้เกิดแรงเฉื่อยรุนแรงมหาศาล ดีดให้ร่างของนางหงายหลังล้มครืนกับพื้นทันที!
ส่วนหลิวหมิงที่ติดอยู่ในตาข่าย พลอยส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างสิ้นหวัง รายนี้นับว่าโชคร้าย ก้อนกับดักเชือกดันกระเด็นถูกทางเข้ารูบ่อร้าง ร่างทั้งคนดิ่งพสุธาลงสู่ก้นบ่อร้างเบื้องล่างโดยตรง!
“อ๊า——!” จางซานเจียวไม่แม้แต่สนใจมองข้ามความเจ็บปวดทั้งปวงจากที่ล้มร่างกระแทกพื้นของตน ความหวาดกลัวมหาศาลพลันเข้าครอบงำ นางตะเกียกตะกายคิดจะลุกขึ้นวิ่งหนีหวังเอาชีวิตรอด
แต่เมิ่งซีโจวจะปล่อยโอกาสเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน! ร่างของนางพลันเคลื่อนไหวว่องไวกว่าดุจภูติผี ตรงเข้าประชิดร่างอีกฝ่ายอย่างฉับพลันทันใด มือข้างหนึ่งกระชากสายรัดเอวของจางซานเจียวไว้ ส่วนเท้าข้างหนึ่งก็ตะบันเตะเข้าที่บั้นเอวของนางสุดแรง!
ตุ้บ!
เสียงของแข็งดิ่งพสุธากระแทกกับพื้นดังขึ้นเป็นชิ้นที่สอง ประดุจเสียงระฆังมรณะแห่งขุมนรกก็ไม่ปาน
เบื้องหน้าไม่ไกล ชาวบ้านจำนวนมากเดินชูคบเพลิงส่องสว่างเป็นสายยาว เสียงอื้ออึงค่อยๆดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และทั้งหมดก็กำลังกรูกันมาทางนี้
“ราตรีสวัสดิ์นะ…พี่สาว พี่เขย”
เมิ่งซีโจวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พลางโยนสายรัดเอวลงสู่ก้นบ่อลึก ก่อนจะหันกายแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของผู้ใหญ่บ้าน
ชาติภพก่อน… ก่อนที่นางจะถูกชาวบ้านจับได้คาหนังคาเขา ตัวนางก็กำลังรักษาบุตรชายผู้ใหญ่บ้านที่ล้มป่วยหนัก
ยามนั้นนางมีเพียงวิชาแพทย์อันตื้นเขินดั่งแมวสามขา ทว่าเพราะหมายจะหยั่งรากในหมู่บ้านแห่งนี้ จึงยอมเสี่ยงภัยรับงานนี้ไว้ ทั่วทั้งหมู่บ้านไร้หมอ ผู้ใหญ่บ้านเองก็เพียงคิดว่ารักษาตายดีกว่าปล่อยให้ตายไปเฉยๆ
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า… ค่ำคืนเดียวกันนั้น ขณะที่นางถูกลวงให้ห่างไป บุตรชายของผู้ใหญ่บ้านกลับสิ้นใจลงอย่างกะทันหัน!
ชาวบ้านต่างพากันครหาว่านางเป็นหญิงสำส่อน ประกอบกับข้อหาคร่าชีวิตบุตรชายของผู้ใหญ่บ้าน เพียงชั่วพริบตา หมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นถ้ำอสูร อันเต็มไปด้วยหมาป่าและเสือร้ายสำหรับนาง!
หลังจากเร่งรุดอย่างสุดกำลัง ในที่สุดนางก็มาถึง เมิ่งซีโจวพลิกกายผ่านหน้าต่างด้านหลัง ก่อนจะรีบพุ่งตรงเข้าไปที่ข้างเตียง
ร่างเล็กของบุตรชายผู้ใหญ่บ้านกำลังกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ใบหน้าเขียวคล้ำ ลมหายใจแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าสายไหมใกล้ขาด!
ชีวิตของเขายามนี้นับว่าแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว!
หัวใจของเมิ่งซีโจวพลันเต้นกระหน่ำรุนแรง นางรีบหยิบเข็มเงินเรียวยาวออกมา แล้วปักลงไปยังจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว!
เร็วเข้า! ต้องเร็วให้ยิ่งกว่านี้!
ก่อนที่แม่เ่าจางจะพาชาวบ้านบุกมาถึงที่นี่ นางจะต้องรีบลงเข็มให้ครบเสียก่อน… จึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่านางมิเคยออกจากที่นี่ไปที่ใดเลย!
ขณะที่เข็มสุดท้ายกำลังจะปักลงไป—
“ปัง!”
เสียงสนั่นสะเทือนก็ดังลั่นขึ้น! บานประตูถูกถีบอย่างแรงจนเปิดอ้าออก!
ผู้ใหญ่บ้านเดินนำแม่เ่าจางซึ่งยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น พร้อมกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่กำลังฮึกเหิมบุกกรูเข้ามา!
แสงจากคบเพลิงสาดส่องทำให้ห้องอันมืดสลัวพลันสว่างไสวดุจกลางวัน อีกทั้งยังขับเน้นใบหน้าด้านข้างของเมิ่งซีโจวให้ดูสงบนิ่งประหนึ่งสายน้ำมากขึ้นด้วย
นางลงเข็มสุดท้ายอย่างมั่นคง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
“มิทราบว่าผู้ใหญ่บ้านมีเจตนาอันใดกัน? จึงได้พาผู้คนมามากมายเช่นนี้ หรือคิดจะมาคารวะข้าเพื่อขอร่ำเรียนวิชาแพทย์ด้วย?”
ผู้ใหญ่บ้านพลันมีสีหน้ามืดครึ้ม แต่กลับมิได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เพียงหรี่ตาเพ่งพินิจมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
แม่เ่าจางพลันพุ่งพรวดออกมาจากด้านหลังของผู้ใหญ่บ้าน ชี้นิ้วใส่หน้าเมิ่งซีโจวพลางด่าทอเสียงแหลม
“นังหญิงสารเลวต่ำช้า! ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตูตระกูลจางของข้า ก็กล้าล่อลวงพี่เขยตัวเองแล้วรึ! พูดมา! เจ้าพาอาหมิงกับซานเจียวไปซ่อนไว้ที่ใด?!”
แม่เ่าจางได้พาชาวบ้านไปยังสถานที่ ‘จับชู้’ ก่อนหน้าแล้ว ทว่ากลับไม่ปรากฏแม้เงาผีสักตน ครั้นเห็นผิดสังเกต นางจึงรีบนำคนบุกมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อเอาเรื่องกับเมิ่งซีโจวทันที
เมิ่งซีโจวจ้องมองใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นลึกของแม่เ่าจาง ความคับแค้นภายในอกพลันพลุ่งพล่านขึ้นดุจอสรพิษกัดกินทันใด เรียกได้ว่าแทบจะล้นทะลักออกจากลำคอเลยทีเดียว!
เมื่อชาติปางก่อน นางถูกหญิงเ่าผู้นี้ล่ามโซ่ไว้ดุจสุนัข ต้องกินอยู่อย่างต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสุกร ทั้งยังถูกเฆี่ยนตีด่าทออยู่เป็นนิจ ซ้ำยังถูกบีบบังคับให้เป็น ‘ภรรยาร่วมพี่น้อง’ จนกระทั่งนางตั้งครรภ์ จึงค่อยได้เหยียบย่างเข้าสู่ภายในกระท่อมผุพังของตระกูลจาง!
ต่อให้สับร่างของนางออกเป็นหมื่นชิ้น ก็ยังมิอาจระบายความคับแค้นภายในใจของนางได้สิ้น!
ตายรึ? นั่นช่างเป็นความเมตตาเกินไปสำหรับหญิงเ่าชั่วช้าผู้นี้! ชาตินี้ นางจักให้อีกฝ่ายได้เห็นกับตาตนเองว่า บุตรชายผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของนางนั้น ได้ทยอยดับสิ้นต่อหน้านางไปทีละคน! ให้นางได้ลิ้มรสความรู้สึก ‘ตายทั้งเป็น’ บ้างว่าโหดร้ายเยี่ยงไร!
เมิ่งซีโจวข่มกลั้นความรังเกียจชิงชังที่พลุ่งพล่านในดวงตาทั้งสองของตน ปรับสีหน้ากลับแสร้งทำเป็นงุนงง
“ในยามดึกดื่นเพียงนี้ ปกติพี่เขยย่อมต้องอยู่กับพี่สาว ไยจึงจะมาอยู่กับข้าเล่า? หรือว่าท่านแม่จะสติวิปลาสไปเสียแล้ว ต้องการให้ข้าฝังเข็มสักสองเล่มเพื่อเรียกสติให้หรือไม่?”
“พูดจาเหลวไหลสิ้นดี!” แม่เ่าจางถ่มน้ำลายอย่างแรงจนกระเซ็น “ซานเจียวเป็นผู้มาบอกกับข้าด้วยตนเอง! ว่าเจ้าส่งผ้าเขียนข้อความไปยั่วยวนพี่เขย ขอให้เขาไปเสพสุขกับเจ้าที่ท้ายหมู่บ้านโน่น!”
เมิ่งซีโจวชี้นิ้วไปทางเด็กน้อยบนเตียง ซึ่งยามนี้ถูกฝังเข็มเงินไว้ทั่วทั้งร่าง “ข้าเฝ้ารักษาคนป่วยอยู่ที่นี่มาตลอด มิได้ก้าวออกไปไหนแม้เพียงครู่เดียว ส่วนพี่สาวกับพี่เขยนั้น… เกรงว่าทั้งสองกำลังหาเรื่องสนุกเร้าใจทำเล่นอยู่กระมัง แล้วเรื่องที่ว่าจะพาท่านแม่ไปจับชู้อะไรนั่น คงหาเรื่องกลั่นแกล้งเอาคนอาภัพเยี่ยงข้ามาเป็นแพะรับบาปเช่นกัน?”
ประโยคสุดท้ายนั้น ยิ่งกว่าสายน้ำเย็นจัดสาดลงไปในหม้อน้ำมันเดือดปุด — ทำให้เหตุการณ์เรื่องราวทุกอย่างยิ่งปะทุร้อนแรงขึ้นในชั่วพริบตา!