พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - ตอนที่ #88 : บทที่84 สมแล้วที่เป็นพี่น้อง กระทั่งเป็นลมยังพร้อมกัน! (2)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- ตอนที่ #88 : บทที่84 สมแล้วที่เป็นพี่น้อง กระทั่งเป็นลมยังพร้อมกัน! (2)
บทที่84 สมแล้วที่เป็นพี่น้อง กระทั่งเป็นลมยังพร้อมกัน! (2)
ฮูหยินเมิ่งเพียงรู้สึกว่ามีลมหายใจสายหนึ่งอัดแน่นติดค้างอยู่กลางอก จนแทบจะหน้ามืดเป็นลมไปเสียเอง!
นางกดคำก่นด่าสาปแช่งที่แทบหลุดออกจากปากลงอย่างยากเย็น จำต้องเสแสร้งทำเป็นลนลานตกใจ ปากก็พลางร้องเรียกบุตรีสลับซ้ายขวาออกมาเสียงดัง
“หนานหนาน! ซีโจว! ลูกแม่! นี่พวกเจ้าสองคนเป็นอะไรไปแล้ว?!”
ละครฉากใหญ่ดั่งภาพฉากสายฝนโปรยปรายพร่างพรมทั่วหล้าเยี่ยงนี้ นักแสดงทั้งสองเล่นได้สมบทบาทเสียจนคนตามน้ำยังต้องหัวหมุนเกือบรับมือไม่ถูก
เมิ่งซีโจวที่หลับตาแสร้งเป็นลมอยู่ กำลังเผยรอยยิ้มบางไร้สุ้มเสียงอยู่ภายใต้ผ้าห่มแพร
ก็แค่แสร้งเป็นลมเท่านั้น ผู้ใดจะแสดงไม่ได้กันเล่า?
เมิ่งหนานอี้เป็นลมทั้งยืน ต่อให้จะพยายามเล่นให้สมบทบาทเพียงใด อย่างมากก็ทำได้แค่ล้มลงไปในวงแขนแข็งทื่อของสาวใช้ ไหนเลยจะสู้นางที่ค่อยๆทิ้งร่างให้ไหลลงภายใต้ผ้าห่มที่แสนนุ่มสบายได้เล่า
เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าสามารถตัดสินแพ้ชนะได้ในชั่วพริบตาแล้วรึ? ระดับชั้นสูงต่ำล้วนต่างกันลิบลับ ผลแพ้ชนะย่อมเห็นอยู่ทนโท่แล้วมิใช่รึ?
หมอหลี่จ้องมองภาพสถานการณ์ตรงหน้าที่ราว ‘ซื้อหนึ่งแถมอีกหนึ่ง’ แล้ว ก็ได้แต่รู้สึกว่าการออกตรวจครานี้ช่างมีเรื่องไม่คาดคิดโผล่มาไม่ขาดสายจริงๆ ประหนึ่งว่างานนี้ทำไม่จบไม่สิ้นเสียที
เขายกหลังมือขึ้นปาดเช็ดเหงื่อเย็นข้างขมับที่หาได้มีอยู่จริงไม่ ก่อนจะพยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่แสนประหลาดและน่าอึดอัดนี้ เขาหันไปบอกกับเมิ่งชินรุ่ยพร้อมกับเสียงทอดถอนใจว่า
“ท่านโหว เฮ้อ… คุณหนูทั้งสองสมแล้วที่เป็นพี่น้องฝาแฝด มิใช่เพียงรูปโฉมที่ละม้ายคล้ายคลึงกันเท่านั้น แม้แต่… แม้แต่จังหวะการเป็นลมของพวกนาง ก็ช่างมาพร้อมเพรียงกันอย่างเหมาะเจาะ ราวกับเป็นคนๆเดียวกันจริงๆ ช่างเป็น…ช่างเป็นสายสัมพันธ์พี่น้องที่ลึกซึ้งยิ่งนักขอรับ!”
เขาคิดเอาเองว่า ยามนี้ตนกำลังช่วยคลี่คลายสถานการณ์ และกำลังช่วยคลายความกระอักกระอ่วนนี้ให้เบาบางลง
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา สีหน้าของเมิ่งชินรุ่ยกลับเปลี่ยนเป็นดำทะมึนประหนึ่งก้นหม้ออย่างฉับพลัน ราวกับเพิ่งคลานออกมาจากเตาถ่านก็ไม่ปาน! ครั้นหันไปมองนายหญิงใหญ่ของจวน สีหน้านั้นกลับยิ่งดูอึมครึมหนักหนากว่าเมิ่งชินรุ่ยเสียหลายส่วน!
เมื่อได้พบเห็นภาพฉากเช่นนั้น หัวใจของท่านหมอหลี่ก็พลันกระตุกวูบด้วยความตระหนกตกใจ ยามนี้ได้แต่อยากจะกัดลิ้นตนเองให้ขาดเสีย!
แย่แล้ว! คิดจะประจบเอาใจแท้ๆ แต่กลับประจบประแจงผิดที่ผิดเวลาไปเสียแล้ว!
เขาแทบอยากจะตบปากตนเองสักฉาดใหญ่ โทษฐานที่ลืมคำโบราณว่า ‘ยิ่งพูดมาก ยิ่งพลาดมาก’ ไปได้อย่างไรกัน?
เขารีบหุบปากฉับพลัน จากสีหน้าหม่นหมองบัดนี้กลับกลายนเป็นเสียขวัญ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดเพิ่มเติมอีกเลย จากนั้น จึงรีบรุดออกไปทำการตรวจดูอาการของคุณหนูทั้งสองที่เป็นลมหมดสติอยู่โดยเร็ว
เมิ่งชินรุ่ยข่มความหงุดหงิดรำคาญใจไว้ภายใน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
“อาการพวกนางเป็นเช่นไรบ้าง?”
ยามนี้ท่านหมอหลี่ตกอยู่ในสภาพขี่หลังเสือ จะลงก็ไม่ได้ จะไปต่อรึก็ลำบาก ได้แต่กัดฟันฝืนใจโกหกต่อไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เรียนท่านโหว คุณหนูใหญ่… เป็นเพราะไฟโทสะและความร้อนในใจตีปะทะสวนขึ้น จึงส่งผลให้ทรวงอกเกิดอาการตีบตันชั่วขณะ เลือดลมที่โคจรทั่วร่างจึงได้เดินขัดข้องอย่างกะทันหัน ส่วนคุณหนูรองนั้น… เพราะเดิมทีร่างกายอ่อนแออยู่ก่อนแล้ว ครั้นได้รับความตกใจหนักจนขวัญเสีย จึงได้เป็นลมหมดสติไปขอรับ”
เมิ่งชินรุ่ยฟังจบก็มีสีหน้าครุ่นคิดปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง แต่กลับมิได้เอ่ยถ้อยคำใดต่อ
ทว่าฮูหยินเมิ่งกลับร้อนใจดุจไฟเผาอก นางเพียงอยากรีบปิดฉากเรื่องราวความวุ่นวายนี้โดยเร็ว จึงได้เร่งเร้าไม่หยุด
“ท่านหมอหลี่ ในเมื่อวินิจฉัยอาการได้แล้ว ก็รีบเขียนใบสั่งยามาเถิด! อาการของคุณหนูทั้งสองจะปล่อยให้ชักช้ามิได้เป็นอันขาด!”
ท่านหมอหลี่ได้ยินดังนั้นก็ประหนึ่งได้รับการอภัยโทษ จึงรีบขานรับติดๆกันว่า “ขอรับๆ”
จากนั้น เขาก็รีบสะบัดพู่กันเขียนใบสั่งยาอย่างลวกๆออกมาสองฉบับ เป็นเพียงตำรับยาบำรุงร่างกายและกล่อมประสาทธรรมดาๆเท่านั้น เสร็จสิ้นแล้วเขาก็แทบจะคว้าหีบยาไว้แนบอก แล้วเผ่นหนีออกไปราวกับกำลังหนีภัยร้าย
เมิ่งชินรุ่ยที่ยามนี้จิตใจยุ่งเหยิงรำคาญไม่สิ้นสุด เป็นฝ่ายสะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไปก่อนผู้ใด ส่วนเมิ่งหนานอี้ที่ยังแสร้งทำเป็นสลบไสลอยู่นั้น ก็ถูกบรรดาสาวใช้กรูเข้ามาช่วยกันประคองร่างขึ้น แล้วพาหามกลับไปที่เรือนหลานจื่อเพื่อพักฟื้นร่างกายต่อไป
ชั่วพริบตาเดียว ความโกลาหลวุ่นวายทั้งหมดก็พลันสลายหายสิ้น ภายในเรือนฉงหัวยามนี้ จึงเหลือเพียงแค่ฮูหยินเมิ่งกับเมิ่งซีโจวที่กำลัง ‘นอนสลบไสล’ อยู่เท่านั้น
ครั้นแน่ใจว่าไม่มีผู้อื่นอยู่แล้ว สีหน้าห่วงใยจอมปลอมบนใบหน้าของฮูหยินเมิ่งก็พลันเลือนหายอย่างฉับพลัน เหลือไว้เพียงความเย็นชาและความอาฆาตเคียดแค้นดำมืดเท่านั้น
นางเดินมาหยุดตรงหน้าเตียง น้ำเสียงเย็นเยียบประหนึ่งแท่งน้ำแข็งอาบยาพิษ
“เจ้าเลิกเสแสร้งได้แล้ว”