พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่ 85 ท่านแม่ หัวใจของท่านกลับทั้งโสโครกและบกพร่องยิ่งกว่าจริงหรือไม่?
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่ 85 ท่านแม่ หัวใจของท่านกลับทั้งโสโครกและบกพร่องยิ่งกว่าจริงหรือไม่?
บทที่ 85 ท่านแม่ หัวใจของท่านกลับทั้งโสโครกและบกพร่องยิ่งกว่าจริงหรือไม่?
แต่ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ปรากฏเพียงลมหายใจสม่ำเสมอดังทอดยาว ราวกับกำลังนอนหลับใหลอย่างสงบอยู่
“เมิ่งซี อ๊ะ…—หนานอี้!” ฮูหยินเมิ่งโมโหเดือดดาลจนเกือบเรียกชื่อผิด น้ำเสียงพลันแหลมสูงจนบาดแก้วหู ฟังแล้วชวนรู้สึกเสียดแทงหัวใจยิ่งนัก
เมิ่งซีโจวยังคงนอนหลับสนิทแน่นิ่ง ราวกับว่ากำลังหลับใหลอยู่ภายใต้ราตรีอันเงียบสงัดไร้ผู้ใดรบกวน
เพลิงโทสะที่อัดแน่นอยู่กลางอกของฮูหยินเมิ่งนั้น ในที่สุดก็ไม่อาจข่มกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป!
นางพุ่งพรวดไปถึงหัวเตียงในไม่กี่ก้าว เงื้อมือขึ้นแล้วฟาดฝ่ามือลงอย่างแรง หมายจะตบใบหน้าที่นางเกลียดชังเข้ากระดูกดำนั้นเต็มแรง!
ทว่าในเสี้ยวอึดใจก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะฟาดลงถึง เมิ่งซีโจวกลับลืมตาตื่นขึ้นฉับพลัน มือข้างหนึ่งของนางคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฮูหยินเมิ่งซึ่งกำลังฟาดลงมา แรงบีบมหาศาลบดขยี้ข้อมือนั้น ทั้งหนักและไร้ปราณีเสียจนอีกฝ่ายไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก!
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างก็รวบชูสองนิ้วตั้งตรงกลายเป็นดัชนีแกร่ง ใช้กลอุบายเดิมซ้ำอีกครา เสียบแทงลงไปยังสีข้างของฮูหยินเมิ่งอย่างแรงจนแทบทะลุร่าง!
ตำแหน่งที่เสียบแทงลงไปนั้น อยู่ระหว่างร่องซี่โครงตรงสีข้างอย่างแม่นยำรุนแรง!
“อึก—อ๊าก!” ฮูหยินเมิ่งถึงกับกรีดร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด “นังคนอกตัญญู! เจ้ากล้าลงมือทำร้ายข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ?!”
เมิ่งซีโจวกะพริบตาปริบอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆขึ้นว่า
“ท่านแม่ไม่เคยได้ยินหรือว่า คนที่แสร้งหลับ ปลุกอย่างไรก็ไม่มีวันตื่น? ในเมื่อท่านแม่จงใจฉุดดึงข้าออกมาจากความฝันอันแสนงดงามโดยที่ข้าไม่เต็มใจ เช่นนั้นท่านก็ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สมควรสิเจ้าคะ~”
นางจงใจเลียนเสียงของเมิ่งหนานอี้ ที่ฟังดูราวกับกำลังออดอ้อนอีกฝ่ายอยู่กลายๆ
ขนทั้งหมดบนแขนของฮูหยินเมิ่ง พลันลุกชูชันขึ้นเรียงตัวแน่นเป็นระเบียบทันใด
เมื่อได้ฟังเมิ่งซีโจวพล่ามวาทะบิดเบือนกลับผิดเป็นถูก กลับดำเป็นขาวอีกครา ฮูหยินเมิ่งก็เพียงรู้สึกว่าเลือดลมในอกเริ่มพลุ่งพล่านตีย้อน ยามนี้นางแทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากที่พ่นวาจาลื่นไหลเจ้าเล่ห์ของนางให้แหลกเสียเดี๋ยวนี้!
ทว่านางกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แม้แต่จะอ้าปากโต้กลับยังทำไม่ได้
ฉับพลันนั้นเอง บริเวณบั้นเอวไล่ขึ้นไปถึงซี่โครงด้านข้างก็ขยับคราหนึ่ง พลันบังเกิดเป็นกระแสความเจ็บปวดสุดแสนชนิดเสียดแทงถึงกระดูกแล่นวาบขึ้น เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกมีดรนไฟจนใบโลหะแดงฉานเล่มหนึ่งกระหน่ำแทงใส่ไม่ยั้ง! ช่างเหนือความคาดหมายโดยแท้ คิดไม่ถึงว่าดัชนีทั้งสองของเมิ่งซีโจวเมื่อครู่จะทรงพลานุภาพถึงเพียงนี้ ชั่วพริบตา ร่างกายของฮูหยินเมิ่งกว่าครึ่งซีกก็เริ่มด้านชา!
นางเจ็บปวดเสียจนดวงตาพร่ามัว วิสัยการมองเห็นเบื้องหน้าเริ่มมืดดำ หยาดเหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผาก ร่างทั้งร่างงองุ้มลงอย่างไม่อาจควบคุม เพียงแค่คิดจะเปล่งเสียงก็ยังมิอาจทำได้ เหลือเพียงเสียงสูดลมหายใจด้วยความทรมานเท่านั้น
เมิ่งซีโจวค่อยๆคลายมือที่จับข้อมือของนางไว้อย่างช้าๆ ใบหน้าปรากฏแววตื่นตกใจอย่างเสแสร้ง “โอ้ ท่านแม่ ข้าเพียงสะกิดท่านเบาๆเท่านั้น เหตุใดท่านต้องเสแสร้งทำเป็นเจ็บปวดถึงเพียงนี้ด้วยเล่า?”
นางกวาดตาสำรวจมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดของฮูหยินเมิ่ง แล้วแสร้งทำเป็นคล้ายนึกอะไรขึ้นได้อย่างฉับพลัน “หรือว่าท่านแม่จะเป็นโรค… ไตพร่องกระมัง?!”
นางไม่รอให้ฮูหยินเมิ่งได้ทันตั้งตัวตอบโต้ ก็ถอนใจออกมาอีกครา สีหน้าราวกับหนักอกหนักใจยิ่งนัก “เฮ้อ เห็นทีข้าคงต้องหาโอกาสเกลี้ยกล่อมท่านหมอหลี่ ให้ช่วยเตือนบิดาสักหน่อยว่า… เรื่องบนเตียงนั้น อย่างไรก็ควรสำรวมยับยั้งไว้บ้าง มัวแต่ปล่อยให้ราคะครอบงำ จนไม่รู้จักถนอมดูแลร่างกายของท่านแม่ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?”
“นี่เจ้า…!” ฮูหยินเมิ่งถูกวาจาหยาบช้าสามานย์อาบยาพิษเช่นนั้นกระแทกเข้าใส่ ร่างทั้งร่างก็ถึงกับสั่นระริกด้วยความโกรธ ใบหน้าแดงก่ำ ทั้งอับอายทั้งคั่งแค้นเสียจนแทบสิ้นสติ “ต่ำช้า! ไร้ยางอาย! ถ้อยวาจาโสมมเช่นนี้เจ้าก็ยังกล้าเอ่ยออกมาอีกรึ?! กิริยามารยาทของบุตรีสายหลักแห่งจวนโหวที่ผ่านการอบรมมาของเจ้าเล่า ยามนี้อยู่แห่งใดกัน?!”
เมิ่งซีโจวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดูคล้ายไร้เดียงสา ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน “เหตุใดข้าจะเอ่ยออกมามิได้เล่า? หากท่านแม่ไม่ได้กระทำเช่นนั้นจริง แล้วจะให้กำเนิดบุตรชาย…อ๊ะ บุตรีแก่ท่านพ่อได้อย่างไรกัน?”
นางจงใจลากเสียงคำว่า ‘บุตรี’ ให้ยาวและแผ่วเบา แม้เป็นเพียงวาจาไม่กี่พยางค์ หากในยามนี้กลับประหนึ่งแส้ชุบอาบยาพิษไว้ชุ่ม แล้วกระหน่ำฟาดลงไปบนหน้ากากแห่งความเมตตาและหน้ากากของความเป็นภรรยาผู้เพียบพร้อม ที่ฮูหยินเมิ่งเพียรประคับประคองสวมใส่ตลอดมาให้ฉีกออก เหลือทิ้งไว้เพียงบาดแผลเหวอะเน่าชุ่มโลหิตที่มองไม่เห็นเท่านั้น
จวนโหวใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้ ภายนอกประดับประดาดุจทองหยกงดงามตา ทว่าเบื้องในกลับผุพังเน่าเฟะ ซุกซ่อนเรื่องสกปรกโสมมและความชั่วช้าไว้นานัปการ
และในบรรดาความลับดำมืดอันไม่อาจเปิดเผยสู่แสงตะวันได้นั้น เกรงว่าบัดนี้คงจะมีเพียงเมิ่งซีโจวผู้เดียวเท่านั้นที่ล่วงรู้ — ฮูหยินเอกผู้ทรงคุณธรรมซึ่งผู้คนทั้งหลายต่างพากันยกย่องสรรเสริญตรงหน้าผู้นี้ ในยามที่กำลังตั้งครรภ์กลับยังหาญกล้ายิ่งนัก ถึงขั้นแอบลอบนัดพบกับคนรักเก่าอย่างลับๆ!
แต่ที่น่าขันยิ่งกว่าก็คือ…
ภายหลังเสพสมรสรักดั่งเมฆฝน ณ หุบเขาอูซานแล้ว เด็กที่ถือกำเนิดออกมากลับเป็นฝาแฝดหญิงคู่หนึ่ง
เพียงเพราะลำดับก่อนหลังยามลืมตาดูโลก ทั้งที่ช่วงเวลาห่างกันน้อยนิดจนแทบหาได้มีนัยยะสำคัญอันใดไม่ แต่ฮูหยินเมิ่งกลับยึดมั่นเอาไว้ประหนึ่งคว้าฟางเส้นสุดท้ายมาหลอกตนเอง ดื้อดึงที่จะเชื่ออยู่เช่นนั้นว่า…ผู้ที่ถือกำเนิดภายหลังต่างหาก เป็นสายเลือดที่เกิดจากนางได้ร่วมนอนกับคนรักเก่า เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่สืบทอดมาจากบุรุษนั้นอย่างแท้จริง
นั่นนับเป็นหลักฐานแห่งชัยชนะ จากการที่นางต่อสู้ขัดขืนการแต่งงานครั้งนี้อย่างไม่ย่อท้อ!