พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่141 บุตรีผู้น่าสงสาร
บทที่141 บุตรีผู้น่าสงสาร
บรรยากาศภายในโถงรับรองพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
เมิ่งหนานอี้รู้สึกราวกับตนเป็นนักโทษที่ถูกตอกตรึงไว้บนเสาแห่งความอัปยศ นางต้องฝืนบังคับตัวเองให้ยังคงรักษาหน้าตา และศักดิ์ศรีเสี้ยวสุดท้ายเอาไว้อย่างสุดกำลัง จึงมิได้หันหลังวิ่งหนีไปเสียจากตรงนั้น
ทว่าในสายตาของจ้าวหังนั้น แม้วันนี้เซียวเหยาเค่อจะทำเรื่องโง่งมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มิเพียงไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของนางลดน้อยลงในสายตาของเขา ตรงกันข้าม ความเงอะงะงุ่นง่านนั่นกลับยิ่งเผยความน่ารักแท้จริงของนางออกมา ทำให้หัวใจของเขาถึงกับอ่อนยวบจนแทบละลายเป็นน้ำ
กวนจื่ออี้กลับนั่งยืดกายอย่างเงียบเชียบ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นที่มักแฝงแววหยอกเย้าไว้หลายส่วน ยามนี้กลับคมกริบขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงพินิจพิเคราะห์
“ซีโจว เหตุใดเจ้าจึงไม่เอ่ยอันใดบ้างเล่า?”
กวนจื่ออี้รู้สึกคล้ายมีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก สำหรับสตรีอย่างเมิ่งซีโจวนั้น มีเรื่องหนึ่งที่ยากจะเกิดกับนางได้ นั่นก็คือการทำให้นางเงียบปากสนิทโดยสมบูรณ์
แม้กระทั่งเมื่อครั้งอยู่ในจวนองค์หญิงใหญ่ปีนั้น นางถูกนิสัยชอบหาเรื่องให้ผู้อื่นด่าของเขาตามรังควาน จนทำให้รู้สึกรำคาญแทบสิ้นสติ เมิ่งซีโจวก็ยังมิเคยเลือกที่จะนิ่งเงียบ
นางมีแต่จะใช้ถ้อยวาจาที่เผ็ดร้อนและแหลมคมยิ่งกว่าเดิม หากไม่ทิ่มแทงทำให้เขาต้องจุกอกจนตาเหลือกแล้ว นางจะไม่มีวันยอมเลิกราเป็นอันขาด
เพลิงโทสะภายในใจของเมิ่งหนานอี้ยิ่งลุกโชนรุนแรงมากกว่าเดิม กวนจื่ออี้ผู้นี้คิดจะเหยียดหยามนางให้จนตรอกไร้ที่ยืนจึงจะยอมรามือกระมัง?!
นาง-เมิ่งหนานอี้ เป็นถึงว่าที่พระชายาแห่งองรัชทายาท เคยได้รับความคับแค้นเช่นนี้เสียที่ไหนกันเล่า?
ถูกจ้าวหังคุณชายเสเพลไร้สมองผู้นั้นตามตื๊อมิยอมเลิกราก็ช่างเถิด อย่างไรเสียก็เป็นเพราะตัวนางนั้นมากด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ การจะมีบุรุษมิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำหมายปองสักหลายคน ย่อมนับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
แต่สำหรับคนอย่างกวนจื่ออี้ บุรุษเจ้าสำราญเสเพลผู้นี้ เพียงแค่นางต้องปรายตามอง ก็รู้สึกว่าสายตาทั้งสองต้องแปดเปื้อนแล้ว แต่เขากลับยังกล้าพ่นวาจาเหน็บแนมนางครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางต้องอับอายต่อหน้าผู้คนไม่จบไม่สิ้น!
ลำคอของนางพลันตีบตัน น้ำตาเอ่อคลออยู่กลางเบ้า นางก้มศีรษะลง ท่าทางของนางราวกับสะใภ้ตัวน้อยที่ภายในอกอัดแน่นด้วยความคับข้องใจ แม้โกรธก็มิกล้าเอ่ย อยากโต้แย้งก็ยังมิกล้าปริปากแม้เพียงนิด
นางลอบคิดคำนวณภายในใจอย่างรวดเร็ว นางเสแสร้งแสดงท่าทางน่าสงสารจับใจถึงเพียงนี้แล้ว ต่อให้เป็นบุรุษธรรมดาผู้หนึ่ง ก็ควรบังเกิดความเวทนาต้องการทะนุถนอมบุปผาบ้าง คงไม่คิดกดดันเอาเป็นเอาตายกับนางแล้วกระมัง?
ทว่า ปฏิกิริยาของกวนจื่ออี้กลับประหนึ่งตบหน้านางฉาดใหญ่อีกครา!
เขาไม่เพียงมิเผยความสงสารหรือรู้สึกผิดออกมาสักนิด กลับยิ่งขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกคลางแคลงใจบนใบหน้าหล่อเหลายังล้ำลึกกว่าเดิม
“เจ้า… ใช่เมิ่งซีโจวตัวจริงรึ?”
เมิ่งหนานอี้รู้สึกราวกับถูกอสนีบาตสายหนึ่งฟาดลงกลางศรีษะ!
ความเศร้าโศกและความเดือดดาลเมื่อครู่พลันถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ก่อนจะถูกความหวาดกลัวประหนึ่งหายนะถล่มทับเข้ามาแทนที่จนสิ้น นางตกใจจนลมหายใจสะดุดหายไปครึ่งจังหวะ!
เดิมทีนางก้มหน้าเพื่อปาดเช็ดน้ำตา ทว่าบัดนี้ เมื่อก้มศีรษะลงแล้ว กลับหวังปิดบังแววตาตื่นตระหนกของตนเอาไว้แทน
นางจ้องเขม็งไปทางมือของตนที่กำชายกระโปรงไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว โลหิตในกายคล้ายแข็งตัวไปหมดแล้ว
เมิ่งหนานอี้เพิ่งจะตระหนักขึ้นในยามนี้เองว่า วันคืนที่ล่วงเลยผ่านมาของตน ดูเหมือนชีวิตจะราบรื่นเกินไปจริงๆ
มีมารดาอย่างฮูหยินเมิ่งคอยอยู่หนุนหลัง ช่วยปัดเป่าทุกอุปสรรครอบกายให้นางจนสิ้น นางย่อมต้องเคยชินกับการได้รับการปกป้อง ถึงขั้นที่ว่าเรื่องใหญ่โตสะเทือนฟ้าสะเทือนดินอย่างการสวมรอย ‘ชะตาหงส์’ นั้น ในสายตาของนางกลับเห็นเพียงว่า แค่วางท่าให้สุขุมสำรวมขึ้นอีกสักหน่อย ก็นับว่าแสดงเป็นเมิ่งซีโจวได้เหมือนแล้ว
นางหารู้ไม่ว่า ต่อหน้าผู้ที่สนิทสนมคุ้นเคยกับเมิ่งซีโจวอย่างแท้จริง การเลียนแบบอย่างหยาบกระด้างของนางนั้น แทบเต็มไปด้วยช่องโหว่และมีจุดให้จับผิดได้ทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว!
ดังเช่นในยามนี้ นางเลือกใช้น้ำตาเพื่อแสดงความอ่อนแอออกมา ทว่าสิ่งนี้กลับสวนทางกับอุปนิสัยของเมิ่งซีโจวอย่างสิ้นเชิง นางคือผู้ที่ยอมแตกหักแต่มิยอมโอนอ่อน มีแค้นต้องชำระ มีหนี้ต้องทวงคืนจนสุดทาง อุปนิสัยที่นางเผยแสดงออกมาล้วนไปคนละทิศละทางจริงๆ!
แผ่นหลังของเมิ่งหนานอี้เย็นวาบขึ้นเป็นระลอก หากตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดโปง ทุกสิ่งที่นางกับมารดาเพียรลงมือทำมา ย่อมต้องกลายเป็นฟองคลื่นสูญสลายในชั่วพริบตาแน่!
นางรู้ดีว่าตนจำต้องโต้กลับเดี๋ยวนี้! ต้องทำให้เหมือนเมิ่งซีโจว ใช้ถ้อยวาจาถากถางคมกริบสักประโยค ทำให้คนฟังต้องโมโหจนเต้นเร่าๆ จึงจะสามารถคลี่คลายวิกฤตถึงชีวิตตรงหน้านี้ลงได้!
เร็วเข้า! รีบคิดสิ! หากเป็นเมิ่งซีโจว ตอนนี้นังนั่นจะตอบโต้กลับไปเช่นใด?!
เมิ่งหนานอี้เค้นความทรงจำทั้งมวลในหัวอย่างสุดกำลัง ทุกเรื่องทุกภาพที่เกี่ยวกับเมิ่งซีโจวล้วนถูกนางขุดขึ้นมา พยายามจะลอกเลียนแบบทั้งน้ำเสียงและวาจาคมคายร้ายกาจ ชนิดที่สามารถยั่วโมโหผู้คนจนอกแตกตายได้ในทันที
ทว่า ครั้นถ้อยวาจานั้นแล่นมาจ่อถึงลำคอแล้ว เมิ่งหนานอี้กลับพบว่า นอกจากการเสแสร้งทำตัวน่าสงสารอย่างแห้งแล้งไร้น้ำหนักแล้ว ตนก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้อีก ท้ายที่สุดก็จำต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นกลับลงไป
แต่เมิ่งชินรุ่ยกลับสามารถเอ่ยปากอธิบายได้อย่างไร้แรงกดดัน
“คุณชายกวนล้อเล่นแล้ว! นางย่อมต้องเป็นเมิ่งซีโจวบุตรีของข้า เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวไม่ผิดแน่ ไฉนยังต้องสงสัยว่านางเป็นตัวจริงหรือไม่เล่า!”
เขาเริ่มนึกสงสารบุตรีผู้นี้ของตนขึ้นมาจับใจ
ครั้งก่อนถูกองค์รัชทายาทจำผิดก็แล้วไปเถิด มาบัดนี้ยังถูกกวนจื่ออี้ตั้งข้อกังขาต่อหน้าธารกำนัลอีกว่านางเป็นผู้ใดกันแน่… สายตาคนพวกนี้พร่ามัวไปแล้วหรืออย่างไร จึงแยกแยะคนผู้หนึ่งไม่ได้เช่นนี้!