พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่140 ขนาดยังไม่ทำอะไร เจ้ายังทำตัวเอง!
บทที่140 ขนาดยังไม่ทำอะไร เจ้ายังทำตัวเอง!
จ้าวหังถูกคำปฏิเสธเฉียบขาดจาก ‘ว่าที่พ่อตา’ อย่างเมิ่งชินรุ่ยแผดเสียงดังใส่จนแทบสิ้นเรี่ยวแรง ทว่าเขากลับมิได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมองข้ามท่าทางข่มขู่เปี่ยมด้วยจิตสังหารของกวนจื่ออี้ไปด้วย
อย่างไรเสีย ตัวเขาตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากจะมีรูปโฉมหล่อเหลางดงามแล้ว ชาติตระกูลยังสูงส่งอีกด้วย ผู้ที่ริษยาเขา ผู้ที่คิดจะทำร้ายเขา ล้วนมีมากมายจนแทบนับไม่ถ้วน ถูกต่อยสักหมัดสองหมัดแล้วอย่างไรเล่า? ล้วนเป็นเพียงเสียงเห่าหอนของคนอ่อนแอไร้ความสามารถเท่านั้นเอง
ยามนี้ทั้งหัวใจของเขามีเพียงเซียวเหยาเค่อที่ได้ครอบครอง สหายหญิงที่แสนรู้ใจของเขา… ซ้ำยังเป็นว่าที่ภรรยาของเขาในอนาคตด้วย!
เขายกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมปวดของตนไว้ ทว่าสายตากลับร้อนแรงดุจถ่านไฟที่กำลังลุกไหม้ แผดเผาจนแทบจะเจาะทะลุร่างของเมิ่งหนานอี้ เขาแค่นเสียงเอ่ยถามทีละคำอย่างช้าๆอีกครา
“แม่นางเมิ่ง เจ้าจะยินยอมหรือไม่?”
เมิ่งหนานอี้รู้สึกราวกับตนกำลังถูกสายตาร้อนรุ่มนี้แผดเผาจวนละลาย ทั้งยังคล้ายถูกไส้เดือนลื่นน่าสะอิดสะเอียนหลายตัวพันรัดอยู่รอบลำคอ
เหตุใดใต้หล้านี้จึงมีคนหน้าหนาไร้ยางอายถึงเพียงนี้ได้?! ช่างเหมือนกับก้อนหินในหลุมส้วม ทั้งเหม็นทั้งแข็งเสียจริง!
“ข้า…” เมิ่งหนานอี้สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับโทสะและความรู้สึกขยะแขยงที่พลุ่งพล่านอยู่กลางอก ขณะกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธจ้าวหังไปอย่างละมุนละม่อม
“ซีโจว”
เสียงของกวนจื่ออี้ก็พลันดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะ ตัดบทวาจาคำตอบปฏิเสธแข็งกร้าว ที่กำลังจะหลุดออกจากปากนางในทันที
เขาเท้าคางด้วยมือข้างเดียว กวาดตามองเมิ่งหนานอี้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเอ่ยเสียงเนิบที่คล้ายเจือการจับผิดอยู่หนึ่งส่วน
“เครื่องแต่งกายของเจ้าในวันนี้ กลับนับว่าแปลกตายิ่งนัก ดูท่าจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่หลายส่วนกระมัง?”
หัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนอย่างกะทันหันเช่นนี้ จ้าวหังถึงกับถลึงตาดุร้ายใส่กวนจื่ออี้ และแทบอยากจะใช้สายตาคู่นั้นแทงทะลุรางของเขาสักหลายรู
เจ้าคุณชายเสเพลผู้นี้ คงคิดจะกวนน้ำให้ขุ่นก่อปัญหาใหม่อีกแล้วกระมัง?!
ทว่าวาจาของกวนจื่ออี้เมื่อครู่กลับทำให้หัวใจของเมิ่งหนานอี้บีบรัดแน่น คิ้วทั้งสองของนางขมวดเข้าโดยไม่รู้ตัว
เจ้าบุรุษเสเพลผู้นี้ เหตุใดจึงเรียกขานข้าเสียสนิทสนมถึงเพียงนี้? หรือว่านังแพศยาเมิ่งซีโจวกับเขา จะมีความสัมพันธ์คลุมเครือมิกระจ่างชัดต่อกันจริงๆ?
อีกอย่าง คำพูดของเขาหมายความเช่นไรกัน? กำลังสงสัยการแต่งกายของนางอยู่อย่างนั้นรึ?
เมิ่งหนานอี้เป็นผู้ที่ถือหน้าถือศักดิ์ศรีเป็นที่สุด โดยเฉพาะในยามที่เพิ่งเสียหน้าอย่างใหญ่หลวงไปเช่นนี้ เรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวพันถึงรูปโฉมและกิริยาภายนอกของตนแม้เพียงน้อย ก็ล้วนทำให้นางตื่นตระหนกราวกับเผชิญศึกใหญ่ได้แล้ว
วันนี้แม้นางจะมิได้แต่งกายประณีตนัก เพราะอารมณ์ที่ทั้งหงุดหงิดและว้าวุ่น จิตใจก็อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ทว่าอย่างน้อยความเรียบร้อยสง่างามอันพึงมีนั้น นางย่อมไม่มีทางบกพร่องเป็นอันขาด! นอกจาก…นอกจากเหตุบัดซบเรื่องชายกระโปรงเมื่อครู่นั้น!
หรือว่า…หรือว่ายังมีส่วนใดไม่เหมาะสมอีก?!
ขณะที่นางกำลังเคลือบแคลงสงสัย กลับเห็นบิดาเมิ่งชินรุ่ยซึ่งนั่งอยู่บนที่เก้าอี้ ขมวดคิ้วเอ่ยถามต่อจากกวนจื่ออี้ว่า
“ซีโจวเอ๋ย ระยะนี้สตรีในเมืองหลวงกำลังนิยมคิ้วแพรเรียงยาวคล้ายนกยูงรำแพงหางรึ? พ่อคนนี้…มิสู้เข้าใจจริงๆ”
คิ้วแพรเรียงยาวคล้ายนกยูงรำแพงหาง?! นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน?!
เสียงระฆังเตือนภัยในใจของเมิ่งหนานอี้พลันดังลั่นขึ้น! ลางสังหรณ์อัปมงคลดุจอสรพิษพิษเย็นเยียบสายหนึ่ง พลันเลื้อยรัดหัวใจของนางไว้ในชั่วพริบตา!
นางหันขวับอย่างแรง สายตาพุ่งไปทางถ้วยชาบนโต๊ะเล็กข้างกาย ผิวชาที่เรียบสนิทดุจกระจก สะท้อนให้เห็นใบหน้าตื่นตระหนกเสียขวัญของนางอย่างชัดเจน รวมถึงทั้งสองนั่นด้วย… คิ้วที่ทำให้นางรู้สึกราวกับถูกอสนีบาตทั้งห้าฟาดใส่กลางศรีษะทันใด!
…นอกจากคิ้วที่เชื่อมต่อติดกันเป็นเส้นยาวเส้นเดียวนั่นแล้ว ขนคิ้วยังยาวตวัดสูง ประหนึ่งหนอนบุ้งสีดำอัปลักษณ์งุ่มง่ามตัวหนึ่งแปะอยู่แทนคิ้วเสียมากกว่า ทั้งยังคล้ายเกาะแน่นอยู่เหนือหน้าผากเกลี้ยงเกลาของนางอีกด้วย!
เมิ่งหนานอี้คล้ายได้ยินเสียงระเบิดตูมอยู่ในหัว!
ฟ้าดินหมุนคว้าง เบื้องหน้ามืดดำสนิท สองหูมีแต่เสียงอื้ออึงดังหึ่งไม่หยุด!
ชุนเถา!
ในหัวของนางหลงเหลือเพียงชื่อนี้ที่ดังกู่ก้องบ้าคลั่งอยู่!
นางพลันหันขวับไปมองสาวใช้ที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านข้าง
นังบ่าวโง่นี่! เมื่อเช้ามันแอบดื่มสุราเข้าไปทั้งไหหรืออย่างไร?! หรือว่าถูกภูตผีปีศาจล่อลวงจนสิ้นสติไปแล้วกระมัง?! หรือว่า… น้องสาวแสนดีของนาง-เมิ่งซีโจว ได้ลอบวางสายลับไว้ในเรือนของนาง จงใจทำให้นางต้องอับอายขายหน้าเหมือนเช่นวันนี้?!
ชุนเถาตกใจจนเหงื่อเย็นไหลซึมไม่หยุด รีบคุกเข่าลงทันที “คุณหนูโปรดอภัย! บ่าว… บ่าว…”
เมิ่งหนานอี้เห็นท่าทางโง่งมของชุนเถาที่อ้ำๆอึ้งๆ เนื้อตัวครึ่งท่อนสั่นเทาไม่หยุด แต่ก็ยังพูดไม่ออกสักประโยค ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเดือดดาล สุดท้ายจำต้องหันหน้ากลับมา ไม่เห็นก็ไม่รู้สึกรำคาญตา ไว้กลับเรือนก่อนเถิด นางจะต้องลงโทษบ่าวชั่วนี้ให้สาสม!
เรื่องเหลวไหลอัปยศที่ถาโถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า ในที่สุดก็ซัดทำลายสติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายของเมิ่งหนานอี้จนพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
นางนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มือขยุมกำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้แน่น ข้อนิ้วซีดเขียวเพราะออกแรงมากเกินไป ร่างกายสั่นสะท้านเบาๆอย่างไม่อาจควบคุม
นางได้แต่ครุ่นคิดด้วยความสิ้นหวังว่า นี่นางต้องกำลังฝันร้ายอยู่เป็นแน่กระมัง?
วันนี้ เมิ่งซีโจวตื่นแต่เช้าตรู่เป็นพิเศษ เพียงเพื่อมาชมเรื่องน่าขบขันนี้โดยเฉพาะ นางหาได้สนใจอากาศที่หนาวเย็นนี้ไม่ รีบลงมานั่งในศาลาเล็กข้างโถงรับรองตั้งแต่เช้าตรู่
ข้างศาลามีเงากิ่งใบหนาทึบของต้นไม้เก่าแก่ช่วยบดบัง อีกทั้งเมิ่งซีโจวยังตั้งใจเอาผ้าเก่าๆก้นหีบทั้งหมดมาคลุมทับไว้บนร่าง จึงยากนักที่จะมีผู้ใดสังเกตเห็น
ประตูโถงรับรองเปิดกว้าง เสียงสนทนาภายในจึงลอยเข้าหูเมิ่งซีโจวทุกถ้อยวาจา ไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
แรกเริ่มนางได้ยินเสียงโอดครวญของจ้าวหังกับศัตรูหัวใจวิวาทกัน ต่อมาก็ได้เห็นเมิ่งหนานอี้ฉีกกระโปรงที่นางแอบลงมือไว้ก่อนจนขาดวิ่น จึงรู้สึกอารมณ์ดียิ่งนัก
ครั้นรอฟังอยู่อีกครู่หนึ่ง หลังจากจ้าวหังยืนกรานขอเมิ่งหนานอี้แต่งงานแล้ว กวนจื่ออี้กลับเอ่ยชี้นำทำให้เมิ่งซีโจวนึกสนใจออกมา
กระทั่งตัวนางเองก็เพิ่งจะสังเกตเห็นเหมือนกัน นี่เมิ่งหนานอี้มีรสนิยมพิสดารเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด วาดคิ้วเป็นรูปหนอนบุ้งสีดำ? เอ๊ะ…ไม่สิ ออกจะเหมือนปิงทะเสียเลมากกว่า?
เมิ่งซีโจวหัวร่อเสียงดังอยู่ภายในใจ!
คิดไม่ถึงเลยว่า กระทั่งนางมิได้ลงมือทำอะไรเลย เมิ่งหนานอี้ก็ยังสามารถทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพน่าอนาถได้ถึงเพียงนี้
สาวใช้ของนางถึงกับทำผิดพลาดได้มากเพียงนี้เชียวรึ?
แต่เอาเถิด… นั่นนับว่าบ่าวไพร่ย่อมละม้ายคล้ายผู้เป็นนายโดยแท้ ทั้งโง่งมทั้งมักง่ายมิต่างกันจริงๆ!