พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่147 มีดประเภทนี้ใช้การได้ดีนัก!
บทที่147 มีดประเภทนี้ใช้การได้ดีนัก!
“ข้า…” ฉู่เซียวอยากจะเอ่ยบางสิ่งบางอย่าง หากแต่ด้วยความรู้สึกบางประการ จึงได้อึกอักมิอาจกล่าวออกมา ดวงตาที่จ้องมองนางเจือแววสำนึกผิดและสับสนจนทำอะไรไม่ถูก “ข้าไม่มีวันทำร้ายท่าน”
เขาเอ่ยคำมั่นนั้นซ้ำออกมาอย่างยากเย็น ราวกับกำลังเกลี้ยกล่อมตนเอง และคล้ายกำลังวิงวอนร้องขอให้นางเชื่อใจ
เมิ่งซีโจวมิได้เอ่ยวาจาใด เพียงทอดสายตามองเขากลับไปอย่างเงียบงัน ดวงตากระจ่างใสคู่นั้นประหนึ่งมองทะลุผ่านการเสแสร้งทั้งปวง ตรงดิ่งเข้าสู่มุมมืดลึกสุดของจิตใจคน
ภายใต้สายตาเช่นนี้ของนาง ฉู่เซียวคล้ายไร้ที่ให้หลบซ่อน ในใจเกิดการต่อสู้ห้ำหั่นกัน ทว่ากลับไม่อาจเบือนสายตาหนีไปได้
ดวงตางดงามคู่นี้ของนางกับของ ‘พี่สาว’ นางนั้น เขาเพิ่งจะเห็นชัดแจ้งก็ยามนี้เอง ว่าช่างคล้ายคลึงกันมากเพียงใด ทว่าความรู้สึกที่สัมผัสได้จากดวงตาสองคู่นั้น… กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น สีหน้าของเมิ่งซีโจวก็พลันปรากฏแววคล้ายเพิ่งเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง นางจึงเอ่ยถามเสียงเบาว่า “ท่าน… คงจะเคยพบ ‘พี่สาว’ ของข้าแล้วกระมัง? หรือว่า… ท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าข้าเป็นนางเสียแล้วเล่า?”
ร่างของฉู่เซียวถึงกับสะท้านแข็งค้างราวถูกฟ้าผ่า แววตาสั่นไหวรุนแรง ประหนึ่งสัตว์หากินยามราตรีที่ถูกแสงจ้าทิ่มแทงจนเจ็บปวด
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า นางจะสามารถมองทะลุชั้นกระดาษ ที่เขาพยายามประคับประคองใช้ปกปิดไว้สุดชีวิตได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ใช่แล้ว… นี่เขาหลงลืมไปได้อย่างไรกัน? เดิมทีนางก็เป็นสตรีที่แสนชาญฉลาดดุจแก้วเจียระไนเช่นนี้อยู่แล้ว
สายตาของเมิ่งซีโจวไม่เพียงมิได้ผละหนีเพราะปฏิกิริยาของเขา ตรงกันข้าม นางกลับยิ่งทอดมองลึกลงไปมากกว่าเดิม
ในแววตาคู่นั้นไร้ซึ่งโทสะ ไร้คำซักไซ้เอาความ มีเพียงความโศกเศร้าหนักอึ้ง และความรู้สึกไม่อยากเชื่อที่ยากจะรับไหว
สายตานั้นราวกับกำลังถลกหนังของเขาออกทั้งร่าง เปิดโปงอาการดิ้นรนและความรู้สึกหวั่นไหวทั้งปวงให้ปรากฏแจ่มแจ้งกลางแสงตะวัน จนมิอาจหาใต้เงาใดหลบซ่อนได้อีก
แววตาของนางคล้ายกำลังกล่าวว่า… เจ้าจดจำข้ามิได้เชียวรึ?
เขาหวนคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเหตุใดตนจึงได้จดจำคนผิด ความเจ็บปวดนั้นประหนึ่งถูกแส้เฆี่ยนลงกลางใจครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าแม้จะมีเหตุผลมากมายเพียงใด เขาก็ไร้คำโต้แย้ง
เขาจำคนผิดจริงๆ กระทั่งเกือบจะ…สังหารนางด้วยสองมือตนแล้ว
หลังจากเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดเขาจึงขานรับขึ้นเสียงหนึ่ง
“ใช่”
เมิ่งซีโจวหลุบตาลง ก่อนจะแค่นยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“พี่น้องฝาแฝด… ย่อมเหมือนกันมากนัก”
ความรู้สึกผิดในใจของฉู่เซียวยิ่งทวีเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน เขาได้แต่ก้มศีรษะลงต่ำ
น้ำเสียงของเมิ่งซีโจวพลันเลื่อนลอย คล้ายมิอาจแบกรับเรื่องเหลวไหลและการทรยศใหญ่หลวงนี้ได้อีกต่อไป
“ความจริงแล้ว กลับเป็นพี่สาวแท้ๆของข้าเสียเองที่… ที่หมายจะเอาชีวิตข้า… จวนตระกูลโหวสูงศักดิ์นี้ แท้จริงกลับไร้เยื่อใย ปรากฏว่าสายเลือดคนเรานั้นจืดจางถึงเพียงนี้เชียวรึ?”
กล่าวมาถึงท้ายประโยค นางก็ยกมือขึ้นปิดตาอย่างฉับพลัน เสียงสะอื้นขาดๆหายๆดังลอดออกมาจากหว่างนิ้ว ไหล่ทั้งสองข้างสั่นไหวแผ่วเบาไปพร้อมกัน
ฉู่เซียวรู้สึกเพียงว่าหัวใจของตนคล้ายถูกกำมือบีบแน่นรุนแรง เขาเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
เขาก้าวเท้าขึ้นหน้าไปด้วยท่าทีลนลาน มือไม้ปั่นป่วน ต้องการจะปลอบโยนนาง แต่ก็เงอะๆงะๆจนทำอะไรไม่ถูก และมิรู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี
ปกติเขามิเคยพกผ้าเช็ดหน้าติดตัวไปไหนต่อไหนด้วย ครั้นตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ จึงทำได้เพียงใช้แขนเสื้อของตน หลังขยี้เช็ดตรงปลายแขนที่ดูสะอาดกว่าส่วนอื่นอยู่สองสามหน จึงค่อยยื่นออกไปที่แก้มของเมิ่งซีโจว หมายจะช่วยปาดเช็ดน้ำตาให้กับนาง
ทว่าปลายแขนเสื้อเพิ่งจะแตะสัมผัสใบหน้านั้น เมิ่งซีโจวก็พลันยื่นมือออกมาจับข้อมือของฉู่เซียวไว้
ร่างของฉู่เซียวพลันแข็งทื่อราวรูปสลักหินในชั่วพริบตา!
แต่เขามิได้หลบเลี่ยง ทั้งยังลืมแม้กระทั่งจะหลบหลีก ได้แต่ค้างอยู่ในท่านั้น สัมผัสได้ถึงความเย็นบางเบาจากปลายนิ้วของนางที่ส่งผ่านมา
เมิ่งซีโจวช้อนตาขึ้นมอง ดวงตาที่ถูกหยาดน้ำตาชะล้างจนใสกระจ่าคู่นั้น สะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกของฉู่เซียวไว้อย่างชัดเจน
แววตาของนางซับซ้อนสับสนถึงขีดสุด ราวกับเพิ่งตัดสินใจแน่วแน่ท่ามกลางความสิ้นหวัง คล้ายกำลังทดสอบหัวใจแท้จริงของเขา
“ฉู่เซียว…”
น้ำเสียงของนางเจือเสียงขึ้นจมูก ทุกถ้อยวาจาคล้ายเปียกโชกด้วยหยาดน้ำตา หนักอึ้งจนแทบกดทับหัวใจคนฟัง
“ในเมื่อพี่หญิงต้องการสังหารข้า… เช่นนั้น… เจ้าจงช่วยข้าสังหารนางก่อน …จะได้หรือไม่?”
บรรยากาศรอบด้านประหนึ่งแข็งค้างไปชั่วขณะ!
ฉู่เซียวแทบจะหันหน้าหนีไปอีกทางทันที ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของเมิ่งซีโจวที่จ้องมองมาอย่างฉับพลัน!
เขามิกล้าสบตาคู่นั้น!
เขาไม่กล้ามองความสิ้นหวังและคำวิงวอนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น ไม่กล้ามองความผิดหวัง หรือแม้กระทั่งความชิงชังที่อาจตามมาในครู่ถัดไป!
“ข้า…”
ลำคอของเขาพลันตีบตันขึ้นทันตา บีบเค้นอยู่เนิ่นนานก็ยังมิอาจเปล่งออกมาได้แม้ครึ่งคำ
เมิ่งซีโจวจ้องมองปฏิกิริยาของฉู่เซียวในยามนี้ ที่ราวถูกจับร่างขึ้นย่างบนกองไฟด้วยความพึงพอใจ
เป็นไปตามคาดจริงๆ
เขาตัดใจทำไม่ลงจริงๆ!
เขาตัดใจทำร้ายเมิ่งหนานอี้ผู้นั้นไม่ได้… สตรีผู้สดใสเจิดจ้า เปิดเผยตรงไปตรงมา ทั้งยังดูจริงใจประดุจสายน้ำใสสะอาด
นี่กระมังที่เรียกว่ารักแรกพบ?
ความรู้สึกเร่าร้อนถึงขั้นยอมสังหารคนเพื่อสตรีผู้นั้น แท้จริงแล้วนับเป็นความรักได้หรือไม่? หรือนั่นจะเป็นเพียงความหลงใหลในรูปโฉมที่ตื้นเขินเท่านั้น?
ขอเพียงใบหน้านั้นยังคงอยู่ แผ่นดินของนางผู้นั้นก็จะยังมั่นคงดุจภูผากระมัง?
เช่นนั้นแล้ว การช่วงชิงกันภายในใจของเขา ระหว่างนางเมิ่งซีโจวกับเมิ่งหนานอี้แล้ว ดูเหมือน ‘มีด’ เล่มนี้ยังยากจะรู้แพ้รู้ชนะกระมัง
เว้นเสียแต่ว่า… หนึ่งในสองคนจะทำลายใบหน้างดงาม ที่ล่อลวงเขาให้ถลำลึกเสีย
ทว่า ขอเพียงไม่เปิดโอกาสให้เมิ่งหนานอี้ใช้เล่ห์ร้ายทำลายรูปโฉมของนางได้ เช่นนั้น อย่างน้อย ‘มีด’ อย่างฉู่เซียวย่อมไม่อาจทำอันตรายนางได้แม้เพียงเสี้ยว
ชาติกำเนิดของฉู่เซียวลึกลับ ฝีมือก็พิสดารยากจะคาดเดา ลงมือแต่ละทีล้วนเหี้ยมโหดอำมหิต เมิ่งซีโจวคาดเดาว่า เขาอาจจะเป็นมือสังหารที่องค์กรยุทธภพลึกลับบ่มเพาะขึ้นมา ดังเช่นที่จ้าวหังได้เคยจินตนาการไว้ก็เป็นได้
‘มีด’ อันตรายประเภทนี้ ช่างใช้การได้ดีนัก