พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่186 ยังไม่เลิกเสแสร้งแสดงละครอีกรึ?
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่186 ยังไม่เลิกเสแสร้งแสดงละครอีกรึ?
บทที่186 ยังไม่เลิกเสแสร้งแสดงละครอีกรึ?
เนินเขาด้านบนมีมวลหมู่ไม้ขึ้นแน่นขนัด รถม้าที่ฮูหยินเมิ่งกับเมิ่งซีโจวนั่งมานั้น ประหนึ่งก้อนหินยักษ์หลุดวงควบคุม กลิ้งกระแทกลงมาตลอดอย่างบ้าคลั่งตลอดเส้นทาง ยามถูกแรงปะทะ ตัวเกี้ยวที่ทำจากไม้ก็ส่งเสียงแตกร้าวเสียดแทงโสตประสาทยิ่งนัก ชวนให้รู้สึกเข็ดฟันจนเผลอขบอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว กระทั่งท้ายที่สุด ท่ามกลางเสียงโครมครามสนั่นลั่น รถม้าก็กระแทกเข้าไปติดคาอยู่ระหว่างไม้ใหญ่สองต้น ก่อนจะหยุดนิ่งลงในที่สุด
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงกับการพลิกคว่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น ได้ทำให้ภายในรถม้ามีสภาพเละเทะไปหมด
ฮูหยินเมิ่งถูกกระแทกรุนแรงเสียจนศีรษะมึนงง ดวงตาพร่าลาย อวัยวะทั้งห้าหกภายในกายราวถูกเขย่าจนเคลื่อนผิดที่ผิดทาง ท่ามกลางความตื่นตระหนกสุดขีด ปฏิกิริยาแรกของนางกลับเป็นการยื่นมือออกไป แล้วกระชากร่างของเมิ่งซีโจวที่อยู่ข้างกายเข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงสั่นพร่านั้นเอ่ยปลอบประโลมนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ลูกแม่ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ! หนานหนาน ไม่ต้องหวาดกลัวไป! แม่อยู่นี่แล้ว!”
ทว่าเมิ่งซีโจวกลับใช้สองมือยันผนังเกี้ยวที่ยังคงสั่นคลอนไว้อย่างมั่นคง ประคองร่างของตนเอาไว้แน่น มิได้ปล่อยให้ล้มเข้าไปสู่อ้อมกอดของฮูหยินเมิ่งดังที่อีกฝ่ายต้องการ
นางลืมตาขึ้นมอง แล้วจ้องไปที่ใบหน้าของฮูหยินเมิ่ง ซึ่งยามนี้เปี่ยมไปด้วยความหวาดผวาและห่วงใย แต่แล้วจู่ๆก็หลุดหัวเราะเสียงแหบพร่าออกมา เสียงหัวเราะนั้นแฝงไอเย็นเยียบเหินห่างและอารมณ์เย้ยหยันอย่างที่สุด
“ท่านแม่ อาการติดละครงิ้วของท่านนี่ เหตุใดนับวันจึงยิ่งกำเริบหนักกว่าลูกอีกเล่า มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังมิเลิกเสแสร้งแสดงละครอีกรึ?”
นางคิดไม่ถึงจริงๆว่า ฮูหยินเมิ่งจะใจกล้าและเด็ดเดี่ยวมากกว่าที่นางคาดคิดไว้มากถึงเพียงนี้
เพื่อกับดักสังหารในวันนี้ เพื่อมิให้นางเกิดความระแวงสงสัยแม้เพียงเศษเสี้ยว ฮูหยินเมิ่งถึงกับกล้าเอาตัวเองเข้ามาเป็นหมากในกระดานเอง เอาร่างของตนขึ้นมานั่งบนรถม้าคันนี้ที่ถูกวางกลไกไว้ล่วงหน้าแล้ว!
นางรู้ตัวตั้งแต่เมื่อใดกัน?
และหลังจากรู้ตัวแล้ว ยังสามารถเก็บเงียบไร้สุ้มเสียง มิยอมแพร่งพรายออกมาให้ผู้ใดเห็นเลยแม้แต่น้อย อดกลั้นมิยอมเผยพิรุธมาแม้สักนิด ทุกวันยังคงร่วมเล่นละครแม่เปี่ยมเมตตาและลูกกตัญญูกับนางได้อย่างแนบเนียนดังเดิม!
ความอดทนเช่นนี้ เมื่อเทียบกับคราวแรกที่นางเพิ่งกลับเข้าจวน ตอนที่นางสวมฐานะเป็นเมิ่งหนานอี้ แล้วแสร้งโผเข้าสวมกอดฮูหยินเมิ่ง พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญแล้ว อีกฝ่ายถึงกับกลับผลักร่างนางออกด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดปิดบังนั้น ช่างต่างกันกับครั้งนี้ราวฟ้ากับเหวอย่างแท้จริง!
ช่างนับว่านางก้าวหน้าขึ้นมากจริงๆ!
ความเมตตาอารีที่ฮูหยินเมิ่งเสแสร้งทำมาตลอดหลายวันนี้ พลันแตกสลายลงราวกับหน้ากากใบหนึ่ง ในที่สุด แววตาของนางก็เผยไอเย็นเยียบอำมหิตดุจอาบยาพิษออกมาให้เห็น
“พอแล้ว! แน่นอนว่าย่อมต้องพอเสียทีแล้ว!”
เมิ่งซีโจว ข้าสู้เล่นละครตบตาเจ้ามาจนถึงขั้นนี้แล้ว วันนี้นอกจากความตาย เจ้าจะมีจุดจบอื่นมิได้เป็นอันขาด!
เสียงนั้นยังมิทันสิ้นสุดดี ฮูหยินเมิ่งก็สะบัดฝ่ามือควักกริชเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้ออย่างฉับพลัน!
นางอดทนข่มกลั้น ซุ่มรอโอกาสอยู่หลายวัน ทั้งนี้ก็เพื่อลงมือสังหารอีกฝ่ายให้สิ้นซากนั่นเอง!
บัดนี้ ในที่สุดนางก็จะสามารถล้างแค้นให้หนานหนานของนางได้เสียที!
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่า ตลอดหลายวันมานี้ ทุกครั้งที่เมิ่งซีโจวแสร้งทำท่าทีสนิทสนมและเข้ามาใกล้นางนั้น ล้วนทำให้นางรู้สึกคลื่นเหียนจนแทบอยากอาเจียนออกมามากเพียงใด!
แต่ละวันเพียงได้พบหน้าเมิ่งซีโจวสักหน หลังกลับไป นางก็จะต้องอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ทุกครา ยามนี้ประหนึ่งว่าผิวหนังทั่วร่างนางได้ถูกชำระล้างจนบางไปหลายชั้นแล้ว!
ยามต้องนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับนาง ทุกคำที่กลืนลงคอก็มิต่างจากกลืนสารหนูเข้าไป นางต้องฝืนข่มอาการสะอิดสะเอียนไว้กระทั่งกินเสร็จ ทันทีที่อีกฝ่ายหันหลังจากไป นางก็จะอาเจียนออกมาอย่างหนัก!
ช่วงเวลาเพียงสั้นๆไม่กี่วันมานี้ สำหรับนางแล้วกลับเสมือนยืดยาวไร้วันสิ้นสุด! และบัดนี้ ในที่สุดนางก็ฝืนอดทนมาจนถึงปลายทางได้แล้ว!
นางจะสังหารนังตัวจัญไรผู้นี้แทนหนานหนานที่น่าสงสารของนาง สังหารผู้ที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของบุตรีนางจนย่อยยับ!
เมื่อก่อน เพียงเพราะเห็นแก่ชะตาหงส์ของมันผู้นี้ นางจึงจำใจต้องไว้ชีวิตต่ำช้าของมันเอาไว้ มิคิดเลยว่าเมิ่งซีโจวจะเข้าใจจริงๆว่านางหวาดกลัวมัน!
ช่างน่าขันสิ้นดี!
มันมิเคยลองตรึกตรองดูบ้างหรือว่า ตระกูลจี้เป็นยักษ์ใหญ่สักเพียงใด ส่วนเมิ่งซีโจวนั้นเมื่อเทียบกับตระกูลจี้ของนางแล้ว ต่อให้ฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหน ย่อมเป็นได้แค่มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงนางคิดจะลงมือจริง นางย่อมสามารถบดขยี้มันให้ตายอย่างง่ายดายได้!
นึกไม่ถึงเลยว่า การไว้ชีวิตเมิ่งซีโจวนั้น กลับกลายเป็นการตัดสินใจผิดพลาดที่สุดในชีวิตของนาง!
บางที… นางควรเชื่อคำของหนานหนานตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ จะไปสนใจอะไรกับชะตาหงส์ที่ฟ้าลิขิตนั่น! เรื่องทั้งหลายในใต้หล้านี้ ล้วนขึ้นอยู่กับน้ำมือคนทั้งสิ้น! นางควรเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน กำจัดก้อนหินขวางทางอย่างเมิ่งซีโจวให้สิ้นซากเสียตั้งนานแล้ว!
หากนางทำเช่นนั้นตั้งแต่แรก บัดนี้ยังจะมีบันไดสู่ฟ้าขั้นใด ที่สองแม่ลูกอย่างพวกนางจะปีนป่ายขึ้นไปไม่ถึงอีกรึ?!
แต่ยามนี้ หนานหนานของนางกลับจำต้องถลำลึกอยู่ในปลักโคลนแห่งวังหลังที่กลืนกินผู้คน แม้แต่จะมีชีวิตรอดต่อไปยังกลายเป็นความหวังอันริบหรี่! ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเพราะนังแพศยาตรงหน้าผู้นี้เป็นเหตุทั้งสิ้น!
ฆ่านาง!
ต้องฆ่านางเสียเดี๋ยวนี้! นี่นับเป็นโอกาสเดียวแล้ว!!
เพียงปล่อยให้เมิ่งซีโจวมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ต่อไปอีกชั่วขณะ ฮูหยินเมิ่งก็รู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยบีบลำคอนางไว้แน่นตลอดเวลา บีบเสียจนนางหายใจไม่ออก และจวนเจียนจะเสียสติคลุ้มคลั่งเต็มทีแล้ว!
ฮูหยินเมิ่งกำกริชในมือแน่นจนแทบจมหายเข้าไปในฝ่ามือตน เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่ถูกเมิ่งซีโจวแย่งชิงไปได้ จากนั้น จึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่าง โน้มตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างดุดัน จ้วงแทงกริชเล่มนั้นเข้าใส่ดวงตาทั้งสองของเมิ่งซีโจวทันที!
แต่ถึงอย่างนั้น ปฏิกริยาตอบสนองของเมิ่งซีโจวก็ช่างว่องไวยิ่งนัก นางกลิ้งตัวหลบไปอยู่ด้านข้างได้ในชั่วพริบตา! พร้อมกันนั้นก็อาศัยจังหวะคอยหลบหลีก ก่อนจะใช้ร่างตนกระแทกเข้าใส่กับตัวเกี้ยว ที่เดิมก็โคลงเคลงไม่มั่นคงอยู่แล้วอย่างแรง!
ตัวเกี้ยวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในบัดดล ประหนึ่งว่าพร้อมจะหลุดจากลำไม้ที่ค้ำขัดอยู่ แล้วร่วงตกลงไปข้างล่างได้ทุกเมื่อ!
“กรี๊ด!” ฮูหยินเมิ่งไม่ทันตั้งตัว จึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ การจู่โจมของนางจึงถูกตัดขาดลงในทันที
“ท่านแม่ ด้วยเศษเสี้ยวความหาญกล้าเพียงเท่านี้ของท่าน ยังมีหน้าคิดจะมาสังหารข้าอีกรึ?”
เมิ่งซีโจวแค่นหัวเราะเย็นชา ฉวยจังหวะนั้นยกเท้าถีบเข้าใส่ข้อมือ ข้างที่ฮูหยินเมิ่งกุมกริชไว้ได้อย่างแม่นยำ!