พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่187 ไปตายเสียเถอะ! เมิ่งซีโจว!
บทที่187 ไปตายเสียเถอะ! เมิ่งซีโจว!
ฮูหยินเมิ่งเจ็บปวดจนมือไม้อ่อน กริชสั้นเล่มนั้นร่วงหลุดจากมือแล้วกระเด็นออกไป ก่อนจะตกกระทบกับพื้นกระดานของเกี้ยวรถม้าที่กำลังโยกคลอนเสียงดัง “เคร้ง!”
ฮูหยินเมิ่งตอบสนองรวดเร็วยิ่งนัก นางกัดฟันข่มกลั้นความเจ็บ แล้วรีบก้มตัวลงหมายจะคว้ากริชนั่นขึ้นมาอีกครา!
ทว่าเมิ่งซีโจวกลับว่องไวกว่า!
นางชิงเหยียดขาออกไปขวางกั้นอีกฝ่ายไว้ในทันที ขณะเดียวกันก็ออกแรงเขย่าตัวเกี้ยวอย่างแรงอีกครา!
ท่ามกลางแรงกระแทกที่ทำให้รถม้าโคลงเคลง กริชสั้นเล่มนั้นจึงไถลไปทางเมิ่งซีโจวพอดี นางใช้ปลายเท้าตวัดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว กริชจึงลอยขึ้นและตกลงในมือของนางอย่างแม่นยำ!
ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย!
กระทั่งช่องว่างเพียงชั่วลมหายใจยังไม่ปรากฏ!
แววตาของเมิ่งซีโจวเปลี่ยนเป็นคมกริบวาววับ เพียงชั่วพริบตาที่นางจับกริชกลับด้ามไว้ในมือได้ ก็จ้วงแทงเข้าที่หน้าอกของฮูหยินเมิ่งทันที!
การเคลื่อนไหวนับว่าเด็ดขาดฉับไว โหดเหี้ยมถึงขีดสุด!
ฮูหยินเมิ่งตกใจจนขวัญแทบหลุดกระเด็นออกจากร่าง แต่ก็รีบบิดกายหลบไปด้านข้างอย่างว่องไว!
“นังหมาป่าตาขาวไร้มโนธรรม! ข้าอุ้มท้องเจ้ามาตั้งเก้าเดือน เบ่งคลอดเจ้าออกมาแท้ๆ แต่นังลูกอกตัญญูเช่นเจ้ากลับคิดจะสังหารแม่บังเกิดเกล้าของตน! วันนี้หากเจ้ากล้าแตะต้องข้าแม้เพียงปลายเส้นผม เจ้าจะต้องถูกฟ้าผ่า ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ ตายไปก็ต้องตกสู่นรกสิบแปดขุม!”
เมิ่งซีโจวหัวเราะออกมาเบาๆคราหนึ่ง แต่มิได้เอ่ยถ้อยคำใดอีก
สิ่งที่ตอบกลับฮูหยินเมิ่ง มีเพียงเสียงคมมีดที่กำลังเสียบแทง และฝังลึกเข้าไปในชั้นเนื้อของนางอย่างไร้ปราณี
แม้กริชเล่มนั้นจะมิอาจแทงถูกขั้วหัวใจของฮูหยินเมิ่ง แต่ทว่าก็ปักฉึกเข้าไปตรงระหว่างเอวกับชายโครงของนางอย่างรุนแรงและเหี้ยมเกรียม!
กระแสความเจ็บปวดมหาศาลเกินหยั่งถึงแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างในเสี้ยวพริบตา!
ใบหน้าของฮูหยินเมิ่งยามนี้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกระดาษทันใด เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ก่อนจะไหลเป็นสายราวน้ำตก ทั่วทั้งร่างเจ็บปวดจนถึงกับขดงอ ฟันบนล่างกระทบกันเสียงดังกึกๆ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน
“นังลูกอกตัญญู! ถึงกับคิดสังหารแม่บังเกิดเกล้าตัวเองแล้วรึ!?! ชาตินี้คนชั่วช้าเยี่ยงเจ้าย่อมไม่ตายดีแน่!” น้ำเสียงของนางสั่นพร่าอย่างมิอาจควบคุม
เมิ่งซีโจวทำหูทวนลมต่อถ้อยคำสาปแช่งของฮูหยินเมิ่ง ยามนี้อยู่กลางป่าลึกเขาร้าง ดาบจริงคมจริงอยู่ในมือ ผู้ใดยังจะมีแก่ใจไปปะทะคารมกับนางเล่า?
นางเดาะลิ้นดัง “จิ๊” อย่างเสียดาย ที่แท้แทงไม่ถูกจุดตาย!
แววตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม เมิ่งซีโจวตั้งใจว่าจะกระชากดึงกริชออกมา แล้วเงื้อแทงซ้ำลงไปอีกดาบหนึ่ง!
ทว่า ในเสี้ยวอึดใจนั้น ฮูหยินเมิ่งซึ่งจมอยู่ในความเจ็บปวด กลับระเบิดแรงอำมหิตดุจคิดลากอีกฝ่ายไปตายด้วยกันออกมาอย่างฉับพลัน!
นางประหนึ่งแม่สัตว์ป่าใกล้สิ้นลม โถมร่างทั้งร่างพุ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่ยังหลงเหลือทั้งหมด กระแทกร่างตนเข้าใส่ร่างของเมิ่งซีโจวอย่างแรง จนนางถึงกับกระเด็นออกไปทางหน้าต่างของเกี้ยวรถม้า!
“ไปตายเสียเถอะ! เมิ่งซีโจว!”
ฮูหยินเมิ่งสั่นสะท้านไปทั้งร่างจากความเจ็บปวด ทว่ากลับหัวเราะลั่นอย่างไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจของผู้ล้างแค้นได้สำเร็จ
“ข้ายังมีแผนสำรองอยู่อีกมากมายนัก… เจ้าไม่มีทางหนีพ้นแน่…”
ถ้อยคำหลังจากนั้น เมิ่งซีโจวได้ยินไม่ชัดอีกแล้ว
นางถูกผลักออกจากรถม้าอย่างแรงมิทันได้ตั้งตัว ร่างของนางจึงประหนึ่งว่าวที่สายป่านขาด กลิ้งหลุนๆลงไปตามทางลาดของเขาอันสูงชัน!
ก้อนหินหยาบกระด้างกดกระแทกจนนางปวดรวดร้างไปถึงกระดูก หนามพงรกตลอดทางขีดเกี่ยวร่างจนอาภรณ์และผิวเนื้อฉีกขาด ฝากรอยเลือดไว้เป็นทั่วทั้งร่าง
ท่ามกลางฟ้าดินที่หมุนคว้าง เมิ่งซีโจวกัดฟันแน่นจนซี่ฟันแทบปริแตก ฝืนทนทั้งอาการวิงเวียนศีรษะและความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้ ก่อนที่ร่างของนางจะพุ่งกระแทกเข้ากับลำต้นของไม้ใหญ่ นางรีบสะบัดมือออกไปอย่างฉับไว โอบรัดลำต้นไม้นั้นไว้อย่างสุดกำลัง!
เพราะออกแรงหนักเกินไป ปลายเล็บจึงได้เปิดฉีกทันที โลหิตสีแดงสดไหลปะปนกับยางไม้ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกแสบร้อนราวถูกไฟลวก
แต่ยังนับว่าโชคดี… ในที่สุดนางก็หยุดการร่วงหล่นไปตามไหล่เขาลงได้เสียที
อย่างไรก็ตาม ยังมิทันที่นางจะได้หอบหายใจสักเฮือก เงาดำหลายสายซึ่งเคลื่อนไหวประหนึ่งภูตผี ก็พากันกรูล้อมเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง!
คนเหล่านั้นต่างปิดบังใบหน้าของตนไว้ เหลือเพียงแววตาเย็นเยียบให้เห็น ไร้ซึ่งวาจาแม้เพียงครึ่งคำ เพียงง้างกระบี่ยาวขึ้นแล้วฟาดฟันใส่นางอย่างอำมหิต!
“ลั่วกู่!”
เมิ่งซีโจวกัดฟันแน่น พยายามหลบหลีกคมกระบี่ที่หมายปลิดชีพตนอย่างทุลักทุเล พลางร้องตะโกนเรียกออกมาสุดเสียง
ทันทีที่คนปิดหน้าเหล่านั้นได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกของนาง กระบวนโจมตีกลับยิ่งเปลี่ยนเป็นรุนแรงดุดันขึ้นฉับพลัน! ทุกกระบวนล้วนมุ่งสังหาร! เห็นชัดว่าพวกมันคิดจะฉวยโอกาสสังหารนางให้ได้ ก่อนที่กำลังหนุนจะมาถึง พวกเขาจำต้องสังหารนางให้สิ้นลมโดยเร็วที่สุด!
สองหมัดย่อมยากจะต้านทานสิบสี่มือ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสภาพของนางในยามนี้ ทั่วทั้งร่างล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล
เมิ่งซีโจวหอบหายใจถี่กระชั้น อาศัยเพียงความคล่องแคล่วของท่วงท่าและสภาพภูมิประเทศ ฝืนหลบคมอาวุธไปได้หลายคราอย่างหวุดหวิด แต่ก็เห็นได้ลัดว่ายามนี้นางเองก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงแล้วเช่นกัน
หรือว่า… วันนี้นางจะต้องสิ้นใจอยู่ที่นี่จริงๆแล้วกระมัง?
ไม่!
ในหัวสมองของเมิ่งซีโจว นางไม่เคยมีคำว่า “ยอมแพ้”!
ประกายโหดเหี้ยมสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาของนาง นางแสร้งทำเป็นเรี่ยวแรงถดถอย ฝ่าเท้าซวนเซคราหนึ่ง ก่อนจะเอนร่างล้มลงไปทางด้านหลัง
ในชั่วขณะที่เหล่าชายชุดดำคิดว่าตนจวนจะลงมือสำเร็จนั้น จังหวะรุกจึงเริ่มเบี่ยงเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางกลับพลันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ดีดกายลุกขึ้นอย่างฉับไว แล้วตะกายปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ข้างกายทันที!
นางกัดฟันรีดเร้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายอีกครั้ง แหงนหน้าร้องตะโกนขึ้นสู่ท้องนภาเบื้องบนเสียงดังลั่น
“ลั่วกู่!”
เสียงนั้นดังแหลมบาดหู แฝงแววสิ้นหวังอย่างที่สุด ทำเอานกป่าต่างพากันแตกตื่น กระพือปีกพรึ่บพรั่บไปทั่วทั้งผืนป่า
หลังจากร้องตะโกนจบแล้ว นางก็ถึงกับระคายคอจนต้องไอออกมา รู้สึกเพียงว่าภายในปอดร้อนผ่าวราวถูกเปลวไฟแผดเผา
ชายชุดดำสวมหน้ากากผู้หนึ่งแค่นเสียงเย็น ฝีเท้าเบาดุจเหยียบลม ใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นสู่ยอดไม้ได้อย่างง่ายดาย ปลายกระบี่ชี้ตรงมายังลำคอของนาง!
เมิ่งซีโจวไม่ลังเลแม้เพียงเสี้ยวลมหายใจ รีบกระโจนลงจากต้นไม้ทันที! และตำแหน่งที่นางเลือกทิ้งตัวลงไปนั้น ก็เป็นจุดที่มีชายชุดดำผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องล่างพอดี!
แล้วก็เป็นดังคาด ชายชุดดำผู้นั้นยกปลายกระบี่ขึ้น คิดนั่งรอกระต่ายน้อยมาติดกับเสียเอง!
ในช่วงเสี้ยววินาทีคับขันเป็นตาย เมิ่งซีโจวกลับบิดกายกลางอากาศอย่างรุนแรง เท้าข้างหนึ่งถีบลงบนสันดาบที่อีกฝ่ายเงื้อขึ้นรับ ใช้แรงนั้นลดความเร็วของตนเอง ก่อนที่ทั้งร่างจะกระแทกลงไปดุจค้อนหนักพันชั่ง!
เสียงทึบหนักดัง “ตึง!” ขึ้นครั้งหนึ่ง
ร่างของนางถึงกับทับชายชุดดำที่มิทันตั้งตัวผู้นั้นอย่างแรง จนล้มกระแทกเสียงดังกับพื้นไป เป็นตายยังมิอาจรู้ได้!
ชายชุดดำที่เหลือเห็นดังนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป ก่อนจะพากันกรูเข้าไปล้อมนางไว้อีกครั้งในชั่วพริบตา!
เมิ่งซีโจวรีบยันกายลุกขึ้น กวาดตามองไปรอบด้าน จึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนไม่มีหนทางให้ถอยหนีได้อีกแล้วจริงๆ!
นางหันขวับกลับไปมอง เบื้องหลังกลับเป็นเนินดินสูงชันอย่างมาก!
จนตรอกแล้วจริงๆ!