พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่201 จางจั๋ว มันเองก็กลับชาติมาเกิดใหม่—!!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่201 จางจั๋ว มันเองก็กลับชาติมาเกิดใหม่—!!
เมิ่งซีโจวจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบ
เขาห่อไหล่เข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบตากับผู้ใดเข้า ดวงตาคู่นั้นก็หลุกหลิกหลบเลี่ยง ราวกับหนูตัวหนึ่งที่กำลังตื่นตกใจจนเสียขวัญ
ทว่าลึกลงไปในแววตานั้น กลับมีความคิดโสมมที่พยายามปิดอย่างไรก็ไม่อาจปิดมิดได้ เพียงแค่ปรายตามองก็รู้แล้วว่า เป็นพวกคนต่ำช้ามีความผิดและไม่อาจเชิดหน้าขึ้นสู่ที่แจ้งได้
เรื่องยึดร่างผู้อื่นนั้น แม้ฟังดูเหลวไหลไร้แก่นสาร ทั้งยังชวนให้ผู้คนขนหัวลุกก็ตามที
แต่ในเมื่อตัวนาง เมิ่งซีโจว ยังสามารถย้อนกลับมามีชีวิตอีกชาติได้ เช่นนั้นเศษวิญญาณของผู้ที่สมควรตายไปนานแล้ว จะมาเกาะอาศัยอยู่ในกายเนื้ออีกหนึ่งร่าง ยังมีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้อีกเล่า?
และยามนี้ ผู้ที่หดหัวอยู่ใต้หนังเนื้อของเมิ่งจิ่งหมิงผู้นี้ ก็หาใช่ใครอื่นไม่
แต่เป็นจางจั๋ว
ทั้งยังมิใช่จางจั๋วในชาตินี้ ผู้ที่ยังมิเคยพบหน้าเมิ่งซีโจว หากเป็นจางจั๋วจากชาติก่อน ผู้ที่มีความเคียดแค้นดุจทะเลเลือดกับนาง ชนิดมิอาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้!
หาไม่แล้ว ย่อมไม่มีทางที่เพียงพบหน้ากันครั้งแรก เขาก็ใช้สายตาอาฆาตแค้นถึงขีดสุดเช่นนั้นจ้องมองนาง ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นได้อาบยาพิษไว้ และหมายจะฉีกเนื้อเถือหนังกลืนกินนางเข้าไปทั้งเป็น!
สายตาเช่นนั้น นางคุ้นเคยมาเกินพอแล้ว
เหตุที่จางจั๋วเคียดแค้นนางเข้ากระดูกดำเช่นนี้ ย่อมเป็นเพราะในชาติภพก่อน สุดท้ายตัวเขาเองก็ต้องตายลงด้วยน้ำมือนาง
ครั้นนึกถึงอดีตชาติ ไอเย็นในดวงตาของเมิ่งซีโจวก็ยิ่งทวีความหนาวเหน็บมากกว่าเดิม
ชาติภพก่อน นางดิ้นรนหนีออกมาจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ซึ่งเป็นสถานที่ประหนึ่งถ้ำมารกินคนแห่งนั้นได้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล หลายครั้งเกือบสิ้นลมหายใจอยู่รอมร่อ
ทว่า ชาวบ้านผู้มีใบหน้าเป็นคนแต่จิตใจเป็นสัตว์เหล่านั้น ย่อมมิได้มีจุดจบที่ดีนัก แม้จะมิได้ถูกนางชำระบัญชีจนสิ้นซากอย่างโหดเหี้ยมเหมือนในชาตินี้ แต่ก็มีอยู่ไม่น้อยที่ต้องตายลงเพราะการแก้แค้นอย่างสุดกำลังของนาง
ส่วนจางจั๋วผู้นี้ ช่วงเวลานั้นบังเอิญออกจากบ้านไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษา จึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
ครั้นเขากลับมาถึงหมู่บ้าน สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้ากลับเป็นสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด ญาติพี่น้องล้มตายจนสิ้น และเหล่าชาวบ้านที่รอดชีวิตต่างร่ำไห้คร่ำครวญราวฟ้าถล่มดินทลาย
“ล้วนเป็นเพราะสะใภ้แสนประเสริฐที่ตระกูลเจ้าตบแต่งเข้ามานั่นแหละ! นางทำให้หมู่บ้านเสี่ยวเหอของพวกเราต้องพังพินาศย่อยยับเช่นนี้!”
“ลูกชายข้า… เจ้าเอาลูกชายข้าคืนมา! เอาลูกชายข้าคืนมา!”
จางจั๋วถูกผลัก ถูกชาวบ้านก่นด่า ถูกเสียงสาปแช่งประณามโถมเข้าใส่ไม่หยุด ในที่สุดจากปากคำให้การของชาวบ้านเหล่านั้น เขาก็ได้ยินว่า เมิ่งซีโจวตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นอย่างไร ใช้จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตพรากชีวิตญาติพี่น้องทั้งหมดของเขาไปเช่นไร และยังลงมือกับเขาอย่างเหี้ยมเกรียม ด้วยการยื่นกรงเล็บมารร้ายให้กับชาวบ้านคนอื่นๆมาเล่นงานเขาอย่างไรด้วย
ความเคียดแค้นราวคลื่นถาโถมแผดเผาอยู่ในอก ทว่าเขากลับหาตัวเมิ่งซีโจวเพื่อล้างแค้นไม่พบ นางหายลับไปอย่างไร้ร่องรอยเสียนานแล้ว!
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกัดฟันตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนอย่างเอาเป็นเอาตาย เพ้อฝันอยู่เสมอว่า หากวันใดตนได้กระโจนข้ามประตูมังกร สอบได้ดีมีตำแหน่งสูง ได้รับบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็นขุนนางใหญ่และมีอำนาจอยู่ในมือ ถึงตอนนั้น เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเองเสียด้วยซ้ำ ย่อมมีคนมากมายนับไม่ถ้วนที่หวังจะประจบเอาใจเขา พากันนำศีรษะของเมิ่งซีโจวมาถวายถึงสองมือเขาเอง
ต่อมา เขาก็สอบได้จวี่เหรินจริงๆ จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาเมืองหลวงเพื่อสอบเข้าเป็นขุนนางระดับสูงต่อไป
บางทีคงเพราะศัตรูคู่อาฆาตมักมีหนทางให้พบกันจนได้ เขายังไม่ทันมีชื่อปรากฏบนป้ายทอง กลับพบเมิ่งซีโจวบนถนนกลางเมืองหลวงเสียก่อน
จะว่าไปก็นับเป็นความบังเอิญยิ่งนัก เวลานั้น เมิ่งซีโจวกำลังยืนรอรับข้าวต้มที่แจกจ่ายอยู่หน้าประตูเมือง
ก่อนหน้านั้น ตอนเมิ่งซีโจวต้องผ่านความลำบากยากเข็ญมานับพันนับหมื่น กว่าจะหนีกลับมาถึงเมืองหลวงได้ จนได้พบเมิ่งหนานอี้กำลังแจกข้าวต้มอยู่ที่หน้าประตูเมือง
และในยามนั้น จางจั๋วผู้แบกทั้งความเคียดแค้นไว้เต็มอก และความทะเยอทะยานไว้เต็มหัวใจ ก็ได้เดินทางขึ้นมาเมืองหลวงด้วยเช่นกัน ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดพลุกพล่าน เพียงปราดเดียว เขาก็มองเห็นเงาร่างที่ตนเฝ้าก่นด่าสาปแช่งตลอดทั้งกลางวันกลางคืนจนได้
เมิ่งซีโจว!
แต่ในเวลานั้น เขามิได้บุ่มบ่ามถลาเข้าไปให้ศัตรูรู้ตัวในทันที หากแต่เร้นกายกลืนหายเข้าไปท่ามกลางฝูงชน แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ
เขาเฝ้ารอ…
รอวันที่ตนสอบผ่านในคราเดียว มีนามจารึกบนแผ่นทองคำสูงศักดิ์ แล้วจึงค่อยฉุดนางให้ตกลงสู่ขุมนรกที่ลึกสุด!
ภายหลัง เขาก็สอบได้ตำแหน่งจอหงวนจริงๆ!
จอหงวนคนใหม่ควรจะสวมแพรแดงประดับกาย ขี่ม้าไปตามท้องถนนให้ผู้คนทั้งเมืองได้ชื่นชม ทว่าเขากลับไม่ไปแห่ขบวนกลางเมืองหลวง หากแต่มุ่งตรงไปยังศาลาว่าการเมือง เพื่อตีกลองร้องทุกข์แทน!
เรื่องเช่นนี้นับเป็นเรื่องแปลกใหม่ครั้งแรกในเมืองหลวงอย่างแท้จริง เพียงข่าวคราวแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านที่ได้ยินต่างก็กรูกันเข้ามาล้อมศาลาว่าการไว้แน่นขนัด กระทั่งสายน้ำก็ยังยากจะแทรกผ่านได้!
เขาตีกลองร้องทุกข์เสียงดังสนั่นหวั่นไหวคราหนึ่ง ก็ร่ำไห้ร้องตะโกนออกมาด้วยเสียงแหบพร่าคราหนึ่ง ทุกถ้อยคำราวกลั่นออกมาจากโลหิตในกาย ทุกเสียงล้วนเป็นคำกล่าวโทษที่บาดลึก!
เขากล่าวหาว่า เมิ่งซีโจวเป็นภรรยาร่วมของสามพี่น้องตระกูลจาง ทว่ากลับรังเกียจคนจนและใฝ่หาความมั่งคั่ง หลังคลอดบุตรก็ลอบหนีไป ช่างอกตัญญูไร้หัวใจยิ่งกว่าหมาป่า! ทั้งยังอำมหิตถึงขั้นทำให้คนในหมู่บ้านเสี่ยวเหอหลายชีวิตต้องตาย บาปหนาหนักจนยากอภัยเช่นนี้ สมควรถูกส่งตัวไปลงนรกสิบแปดขุม!
ตำแหน่งจอหงวนคนใหม่ ประกอบกับคำกล่าวหาอันสะเทือนฟ้าสะท้านดินเช่นนี้ เพียงชั่วพริบตา ก็สามารถตรึงเมิ่งซีโจวไว้บนเสาเพื่อประจานความอัปยศได้แล้ว
จากคุณหนูจวนโหวผู้หวนคืนมาหลังผ่านพ้นเคราะห์กรรม นางพลันต้องกลับกลายเป็นหนูวิ่งข้ามถนน ที่ผู้คนต่างพากันไล่ทุบตี ถูกผู้คนถ่มน้ำลายใส่ ถูกเหยียดหยามดูแคลน กระทั่งนักโทษที่กำลังจะถูกคุมตัวไปตัดศีรษะ ยังถึงกับหันมาถ่มน้ำลายใส่นางคำหนึ่ง!
นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ คิดอ่านวางแผนจนแทบสิ้นทุกทางแล้ว กว่าจะสามารถดิ้นรนหลุดพ้นจากปลักโคลนนั้นมาได้ กว่าจะหนีกลับสู่ความสงบที่เฝ้าถวิลหาได้อย่างยากเย็น ทว่ากลับถูกจางจั๋วใช้วิธีเช่นนี้ ฉุดกระชากนางกลับไปลงเหวลึกที่มืดมิดเสียยิ่งกว่าเดิมในคราเดียว
ลึกเสียจนมิอาจพลิกฟื้นกลับมาได้อีกชั่วกัปชั่วกัลป์!
แล้วจะไม่ให้นางเคียดแค้นได้อย่างไรเล่า?!
นางแค้นจนแทบอยากสับจางจั๋วให้แหลกละเอียดเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น!
ชาติก่อน กระทั่งจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เมิ่งซีโจวก็ยังคงเสียใจอยู่เสมอ เหตุใดเมื่อตอนออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอ นางจึงไม่จัดการถอนรากถอนโคนตระกูลจางเสียให้สิ้น เหตุใดนางจึงไม่จัดการจางจั๋วไปพร้อมกันด้วยเลย เหตุใดจึงปล่อยให้เภทภัยร้ายแรงเช่นนี้หลงเหลืออยู่เบื้องหลังได้ ปล่อยให้เขากลายมาเป็นหายนะที่พรากทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของนางในท้ายที่สุดจนได้!