พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่208 ลูกเตะผ่าหมากล้างพันธุ์บุรุษ
บทที่208 ลูกเตะผ่าหมากล้างพันธุ์บุรุษ
ณ โถงใหญ่ของจวนจงหย่งโหว
ภายหลังที่เมิ่งซีโจวโน้มตัวเข้าไปกระซิบเอ่ยถ้อยคำ ‘บางประการ’ กับจางจั๋ว ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนจบแล้ว นางก็ถอยหลังออกไปสองสามก้าวอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงบางเบาประหนึ่งสายลม ราวกับเมื่อครู่นางเพียงสนทนากับ ‘เมิ่งจิ่งหมิง’ เรื่องบทกวีและบุปผาจันทราเท่านั้น
ทั่วทั้งร่างของจางจั๋วประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาดใส่ เขาแน่นิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ ทั่วทั้งร่างกลับสั่นสะท้านรุนแรงอย่างมิอาจควบคุมได้
เขาจ้องมองเมิ่งซีโจวตาเขม็ง สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้นพยาบาทคู่นั้น ประหนึ่งจะสามารถทิ่มแทงทะลุร่างนางให้เป็นสองรูได้!
นางกล้าดีเยี่ยงไรไร… นางกล้าทำเช่นนั้นได้เยี่ยงไร…
เดิมทีนางก็เป็นสะใภ้ที่ตระกูลจางใช้เงินซื้อมา มีชีวิตก็ต้องเป็นคนของตระกูลจาง จะตายก็ยังต้องเป็นผีตระกูลจาง! ต่อให้ลงไปถึงปรโลก นางก็ยังต้องอยู่อย่างสงบเสงี่ยม คอยปรนนิบัติรับใช้พี่น้องตระกูลจางทั้งหลายของเขา! สะใภ้ก็คือสุนัขของบ้านสามี เปรียบดั่งหมาขี้เรื้อนหน้าด้าน ที่ต่อให้จะทุบตีขับไล่เยี่ยงไร มันก็จะไม่ยอมไปไหน!
แต่นี่เมิ่งซีโจวทำอะไรลงไป?! นางกลับ… นางกลับฆ่าล้างบางตระกูลจางจนสูญสิ้นเชียวรึ?!
สตรีมากพิษเช่นนาง สมควรถูกเฉือนพันดาบหมื่นมีด ต้องตายไร้ศพจึงจะสาสม!
“นังคณิกาโสโครก นังหญิงแพศยา…” เขาพึมพำเสียงต่ำออกมาราวกับคนเสียสติ แววตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นคลุ้มคลั่ง “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
สิ้นเสียงนั้น เขาก็ลงมือฉับพลันทันที!
แรกเริ่มเพียงค่อยๆยกมือขึ้น ทว่าชั่วพริบตาถัดมา เท้าก็ถีบกระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะพุ่งกระโจนเข้าใส่เมิ่งซีโจวประหนึ่งลูกธนูที่หลุดจากสาย!
เมิ่งซีโจวกลับยังคงยืนเอามือไพล่หลังอยู่ที่เดิม สีหน้ายังคงสงบนิ่งดุจเมฆลอยน้ำไหล ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยงเลยแม้แต่น้อย
จางจั๋วเสียสติไปโดยสมบูรณ์แล้ว! สองมือของเขาบีบกำลำคอเมิ่งซีโจวแน่น ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในร่าง เส้นเอ็นเขียวบนหลังมือปูดโปน ใบหน้าดุร้ายบิดเบี้ยวราวกับภูตผีปีศาจ!
บรรดาบ่าวไพร่พลันแตกตื่นอลหม่าน เสียงหวีดร้องตกใจดังระงมไม่ขาดสาย
เมิ่งชินรุ่ยตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ไหนเลยยังจะคำนึงถึงท่วงท่าสง่าผ่าเผยของท่านโหวได้อีก รีบถลาเข้าไปด้วยตนเอง ออกแรงง้างมือของจางจั๋วทันใด
แต่กำลังของคนคลุ้มคลั่งกลับน่าสะพรึงเกินคาด! นิ้วมือของจางจั๋วราวกับคีมเหล็กที่รัดแน่นมิยอมคลาย ไม่ว่าเมิ่งชินรุ่ยกับบ่าวไพร่ทั้งหลายจะพากันออกแรงสักเพียงใด กลับไม่อาจง้างมือของออกได้เลยสักนิด
เมิ่งซีโจวถูกบีบคอจนใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าสายตาของนางยังคงเยียบเย็นดุจเดิม นางรีบประเมินตำแหน่งของตนอย่างฉับพลัน อาศัยจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวายนี้ ยกเท้าขึ้นถีบเข้าใส่จุดสำคัญ ณ กล่องดวงใจของจางจั๋วสุดแรง!
“อ๊าก!”
จุดตายของจางจั๋วถูกกระแทกอย่างหนัก ความเจ็บปวดพลันแล่นปราดไปทั่วร่างในชั่วพริบตา เขาแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมาคราหนึ่ง เรี่ยวแรงที่มือพลันคลายลงอย่างฉับพลัน
เมิ่งซีโจวจึงฉวยโอกาสนั้นสะบัดร่างหลุดออกมาโดยเร็ว นางหอบหายใจถี่อยู่สองเฮือก ทว่ากลับมิได้หยุดมือ ตรงกันข้าม เมื่อเห็นจางจั๋วเจ็บปวดจนตัวงอ นางก็กัดฟันกระหน่ำเตะซ้ำเข้าไปอีกหลายที แต่ละเท้านั้นทั้งโหดเหี้ยมและแม่นยำ ไม่เหลือเยื่อใยเลยแม้แต่น้อย! (อ่านฟรีตอนต่อไปได้ที่ https://novel-lucky.com/)
จางจั๋วส่งเสียงร้องครวญครางเยี่ยงหมูถูกเชือดครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่อาจทรงกายอยู่ได้อีก เหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มใบหน้า ร่างคุดคู้ย่อตัวลงไปนั่งกุมเป้ากองกับพื้น สภาพช่างน่าอนาถเสียยิ่งกว่าเมิ่งซีโจวมิรู้กี่ส่วน
เมิ่งซีโจวยกมือขึ้นคลำลำคอของตนที่ถูกบีบจนขึ้นรอยแดง เพียงรู้สึกว่าไฟโทสะในอกยังมิได้ระบายออกจนสิ้น สายตาเย็นเยียบจึงกวาดมองผ่านท่อนล่างของจางจั๋ว
น่าเสียดายนัก เมื่อครู่นางน่าจะถีบลงไปแรงๆเสียทีเดียว ให้เขาได้กลายมาเป็นพี่หญิงน้องหญิงกับนางเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
“คุณหนูใหญ่ ท่านพูดอะไรกับจิ่งหมิงกันแน่!” อนุหลิวเบิกตาโพลงจนแทบถลน ร้องตะโกนถามเสียงแหลมบาดหู “กว่าจะได้จิ่งหมิงกลับมาไม่ง่ายเลย หรือท่านจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ทำลายเขาย่อยยับจริงๆ!”
“ไสหัวไป!”
เมิ่งชินรุ่ยกำลังอยู่ในเพลิงโทสะ เดิมทีก็เดือดดาลถึงขีดสุดอยู่แล้ว เมื่ออนุหลิ่วถลาเข้ามา เขาก็ผลักร่างนางกระเด็นออกไปในคราเดียว ก่อนจะตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ไม่ว่าซีโจวจะพูดอะไร นั่นก็หาใช่ข้ออ้างให้เขาลงมือทำร้ายนางได้ไม่ เมื่อครู่เขาคิดจะบีบคอน้องสาวตนเองให้ตายเชียวนะ!”
ยิ่งคิด เมิ่งชินรุ่ยก็ยิ่งเดือดดาล เขาคว้าคอเสื้อของจางจั๋วขึ้นมาทันที หิ้วอีกฝ่ายขึ้นมาราวกับหิ้วลูกไก่ตัวหนึ่ง
จางจั๋วในยามนี้ยังคงจมอยู่กับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ยากจะพรรณนา ร่างทั้งร่างจึงไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นรนขัดขืน ยอมอยู่ในเงื้อมมือของเมิ่งชินรุ่ยอย่างว่าง่าย
เมิ่งชินรุ่ยกระชากคอเสื้อเขาไว้ โกรธจนทั้งร่างสั่นเทิ้ม “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่? คิดจะฆ่าคนต่อหน้าข้าผู้เป็นบิดาเช่นนั้นรึ? เจ้าลูกทรพี!”
เมิ่งซีโจวส่งเสียงไอออกมาสองสามคราได้อย่างพอเหมาะพอดี เมื่อเมิ่งชินรุ่ยได้ยินเข้า โทสะก็ยิ่งพุ่งพล่านดุจไฟที่ถูกราดด้วยน้ำมัน เขาสะบัดแขนครั้งหนึ่ง ก็โยนร่างของจางจั๋วออกไปอย่างแรงในทันที!
เสียง “ปัง” ดังสนั่นลั่น ร่างของจางจั๋วร่วนลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง เจ็บปวดเสียจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะร้องครางออกมา
อนุหลิวร้องห่มร้องไห้ประหนึ่งฟ้าถล่มดินทลาย ถลาเข้าไปประคองจางจั๋วขึ้นจากพื้น ก่อนจะโขกศีรษะให้เมิ่งชินรุ่ยครั้งแล้วครั้งเล่า
“ท่านพี่โปรดระงับโทสะด้วย! ต้องเป็นเพราะคุณหนูใหญ่กล่าววาจาเนรคุณขัดฟ้าขัดดินอันใดสักประการ เพื่อหวังยั่วยุจิ่งหมิงให้เดือดดาลเป็นแน่! จิ่งหมิงต้องทนทุกข์อยู่ข้างนอกมาเนิ่นนาน ทั้งกายใจล้วนบอบช้ำ เพิ่งจะกลับถึงจวนได้ไม่นาน ขอท่านพี่ได้โปรดไว้ชีวิตเขาสักครั้งด้วยเถิด ข้าขอร้องล่ะท่านพี่!”
เมิ่งชินรุ่ยมองสภาพของจางจั๋วที่ร่างกายผอมแห้งจนเห็นกระดูก ทั้งลมหายใจยังร่อแร่คล้ายจะขาดห้วงได้ทุกเมื่อ ความเวทนาเพียงน้อยนิดในใจก็พลันผุดขึ้นมาอีกครา
เขาแค่นเสียงเย็นชาหนักหน่วง “ลากตัวเขากลับไปขังไว้ในเรือน ปล่อยให้สงบสติอารมณ์และรู้จักสำนึกผิดให้ดี! ให้เขาคิดด้วยตนเองให้กระจ่าง ว่าแท้จริงแล้วอยากเป็นคนบ้าลี้ภัยผู้ไร้ขื่อแป หรืออยากจะเป็นคุณชายรองแห่งจวนจงหย่งโหวผู้มีความรู้มีมารยาทกันแน่!”
อนุหลิวราวกับได้รับอภัยโทษจากสวรรค์ รีบรับคำไม่หยุด จากนั้น จึงทั้งประคองทั้งลากจางจั๋วที่อ่อนปวกเปียกออกไปจากโถงหลักโดยเร็ว
เรื่องครั้งนี้จึงจบลงอย่างต้นร้ายปลายห้วน แผนการสารพัดของอนุหลิวล้วนพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า นางชนกำแพงจนใบหน้าบอบช้ำไปหมด กระทั่งจะหันกลับไปมองเมิ่งซีโจวอีกสักครา ก็ยังไม่มีความกล้าแม้แต่น้อย
อาการบาดเจ็บของเมิ่งซีโจวเพิ่งจะดีขึ้นได้ไม่นานนัก นางก็ได้รับเทียบเชิญให้ออกจากจวนไปร่วมงานสังสรรค์กับเหล่าสหายหญิง ซึ่งถูกเลื่อนออกไปนานเพราะเจียงจี้เยว่จำต้องออกศึก
สถานที่นัดหมายยังคงเป็นจวนตระกูลเจียงเช่นเดิม