พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่207 กระทืบเจ้าจมโคลนอีกสักคำรบ ย่อมหาใช่เรื่องยากเย็นไม่!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่207 กระทืบเจ้าจมโคลนอีกสักคำรบ ย่อมหาใช่เรื่องยากเย็นไม่!
บทที่207 กระทืบเจ้าจมโคลนอีกสักคำรบ ย่อมหาใช่เรื่องยากเย็นไม่!
ภายในคุกสำนักลงทัณฑ์ ยามคิมหันต์ฤดูให้ความรู้สึกอบอ้าวจนนแทบหายใจไม่ออก อากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อเหม็นเปรี้ยว ส่วนครั้นยามเหมันต์กลับมีไอชื้นเย็นเยียบแทรกซึมทั่วทุกอณูร่างกาย คราบโลหิตเก่าที่ฝังแน่นมานาน ผสมปนเปกับน้ำหิมะที่ซึมเข้ามาจากด้านนอก กลายเป็นความหนาวเหน็บเย็นยะเยือกเสียดลึกไปถึงกระดูก
เมิ่งหนานอี้เผลอยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว หมายจะปิดปากปิดจมูก กันกลิ่นชวนคลื่นเหียนนั้นออกไป แต่กลับพบว่า แขนเสื้อของตนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบราและสิ่งโสโครกมานานแล้ว ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งน่ารังเกียจไม่ต่างกัน
นางสะบัดมือออกอย่างแรงด้วยความขยะแขยง พลันรู้สึกปั่นป่วนในท้องราวกับแม่น้ำคว่ำทะเลพลิก
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้นกันแน่?!
เห็นอยู่ว่าเมื่อครู่นางเพิ่งเหยียบย่ำเมิ่งซีโจว นางแพศยาผู้นั้นให้จมลงสู่โคลนตมอย่างสิ้นท่า ทั้งยังเป็นผู้ลงมือส่งนางเข้าไปยังหอคณิกาลับที่ตนบรรจงคัดสรรด้วยตนเอง แล้วในขณะที่กำลังจะกลับวังหลวงอยู่แท้ๆ ไฉนชั่วพริบตาเดียว นางกลับมาโผล่อยู่ในสำนักลงทัณฑ์ที่แสนอึมครึมน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้อย่างไร้ต้นสายปลายเหตุได้เล่า?!
หรือว่าเมิ่งซีโจวจะล่วงรู้แผนการของนาง จึงแอบสมคบกับผู้ใดลอบจับตัวนางมาขังไว้ที่นี่?
ไม่! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
เมิ่งหนานอี้ปฏิเสธความคิดเหลวไหลในใจนี้ทันที แววตาพลันฉายประกายดุร้ายเหี้ยมเกรียม
เมิ่งซีโจวในยามนี้ เป็นเพียงปลาเนื้ออ่อนถูกแล่เสร็จสรรพอยู่บนเขียง รอให้นางไปเชือดเฉือนได้ตามใจชอบเท่านั้น! จะยังมีความสามารถล้นฟ้าถึงขั้นทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?!
ป่านนี้ นางแพศยาผู้นั้นคงจะกำลังอยู่ในหอคาวโลกีย์อันโสมม ร่ำไห้คร่ำครวญจนฟ้าดินสะเทือน น้ำตาไหลจนเหือดแห้ง ลำคอกรีดร้องจนแหบพร่า อยู่ก็เหมือนตาย อยากตายก็มิอาจตายได้!
แต่หากมิใช่ฝีมือของเมิ่งซีโจว แล้วจะเป็นผู้ใดกัน?
หลังได้เข้าครองตำหนักกลาง นางก็ประพฤติตนด้วยความระมัดระวังมาโดยตลอด ทุกย่างก้าวล้วนสุขุมรอบคอบ ไม่เคยตั้งตนเป็นศัตรูกับผู้ใดอย่างเปิดเผย รักษาชื่อเสียงของฮองเฮาผู้เปี่ยมคุณธรรมไว้ได้อย่างหมดจด อีกทั้งข้างกายยังมียอดฝีมืออย่างฉู่เซียวคอยอารักขาอยู่ทุกขณะ ผู้ใดกันที่เคียดแค้นนางถึงเพียงนี้ ทั้งยังมีความสามารถล้นฟ้าปานนี้ได้ ถึงขั้นทำให้นางหมดสติอย่างไร้สุ้มเสียง แล้วจับนางโยนเข้ามาไว้ในกองทัณฑ์หลวงแห่งนี้ได้อย่างไร้ร่องรอย?
คู่คิ้วของเมิ่งหนานอี้ขมวดแน่นเข้าหากัน สีหน้าเคร่งเครียดเสียจนรอยย่นแทบหนีบแมลงวันตายได้
นางเพิ่งคิดจะฝืนกายลุกขึ้นสำรวจมองรอบด้าน ทว่าจู่ๆในห้วงสมองกลับปวดแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง ความทรงจำสายหนึ่งที่มิใช่ของนางอย่างสิ้นเชิง หากกลับแจ่มชัดสมจริงยิ่งนัก พลันถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งสายน้ำหลากทะลักเขื่อน!
นางเจ็บปวดเสียจนต้องยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ เสียงร้องครางอันยากจะอดกลั้นไว้ได้ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของนาง ร่างทั้งร่างขดงออยู่บนพื้นและสั่นสะท้านไม่หยุด
ผ่านไปเนิ่นนาน ความเจ็บปวดราวถูกฉีกกระชากนั้นจึงค่อยๆทุเลาลง
เมิ่งหนานอี้ค่อยๆเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เดิมแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะและความฉงนงุนงง บัดนี้กลับเหลือเพียงความตื่นตะลึงที่แทบจะเรียกได้ว่าเหลวไหลสิ้นดี!
ปรากฏว่านาง… กลับชาติมาเกิดใหม่แล้วรึ?
ชาติที่แล้ว นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ วางหมากอย่างแยบยล ค่อยๆก้าวทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ในที่สุดก็สามารถทำลายเมิ่งซีโจวลงได้อย่างสิ้นซาก และก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮองเฮาได้สำเร็จ เห็นชัดว่ากำลังจะได้เสวยสุขอยู่บนกองความมั่งคั่งและมีเกียรติยศสูงส่งกว่าผู้ใดในใต้หล้า จากนั้นไปจะมิมีผู้ใดสามารถทำให้นางรำคาญใจได้อีก แล้วเหตุใด…สวรรค์จึงต้องให้นางกลับมามีชีวิตอีกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญเช่นนี้อีกคราด้วยเล่า?!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางสู้ตรากตรำจนแทบกระอักเลือดจึงได้มา ผลลัพธ์ทั้งหมดกลับมลายหายไปในชั่วพริบตา!
และทุกสิ่งทุกอย่างในชาตินี้ กลับแตกต่างจากชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง!
เมิ่งซีโจวถึงกับตะกายออกมาจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอกินคนแห่งนั้นได้รวดเร็วกว่าเดิม! เรื่องนี้ยังพอทำเนา แต่นางกลับยังบังอาจหาญกล้าถึงขั้นส่งตนเข้าไปอยู่ในวังหลังของฮ่องเต้ชราผู้นั้น!
เช่นนี้ควรเรียกอันใดดี? ชาติก่อนข้าเคยเป็นสะใภ้ของฮ่องเต้เฒ่านั่น แต่ชาตินี้กลับต้องกลายมาเป็นสนมของมันไปเสียแล้วรึ?
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหลุดออกจากวงโคจรควบคุมของนางอย่างสิ้นเชิง!
นางกลับถูกบีบให้เดินมาถึงริมหน้าผา ถูกใส่ร้ายว่าลอบวางยาพิษฮองเฮา ก่อนจะถูกพระราชทานความตายให้ มิหนำซ้ำยังต้องถูกจับโยนเข้ามาไว้ในกองสืบสวนลงทัณฑ์แห่งนี้อีก เพียงเพื่อต้องการเค้นถามให้ได้ว่า เหตุไฉนนางจึงได้มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนั้นได้!
หากเป็นเมิ่งหนานอี้ในชาตินี้ เมื่อต้องเผชิญกับหนทางตันเช่นนี้ บางทีคงมีแต่หนทางตายเท่านั้นจริงๆ
แต่เมิ่งหนานอี้ในยามนี้ คือผู้ที่เคยตะเกียกตะกายออกมาจากศึกวังหลังที่เต็มไปด้วยซากศพและกองเลือด! เล่ห์เหลี่ยมลับๆในวังหลัง กลอุบายสกปรกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้ายป้ายสีหรือจัดฉากโยนความผิด นางล้วนคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าสิ่งใด!
คิดจะจับปลาที่เคยแหวกว่ายกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ โยนลงไปในคูน้ำเล็กๆแล้วหวังให้มันจมน้ำตายน่ะรึ?
ช่างเพ้อฝันสิ้นดี!
นางจะตายอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด! ยิ่งมิอาจปล่อยให้เมิ่งซีโจวได้สมปรารถนา!
เมิ่งหนานอี้สูดลมหายใจลึก บังคับตนเองให้จิตใจสงบลง นางปรายตามองซี่กรงเหล็กที่มีสนิมขึ้นเขรอะนั่น ก่อนจะค่อยๆกำสองหมัดบีบแน่น
ก็แค่ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งเท่านั้น ยังจะมีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัวอีกเล่า?
นางเคยเอาชนะเมิ่งซีโจวได้อย่างราบคราบมาแล้วคราหนึ่ง เคยเหยียบอีกฝ่ายไว้ใต้ฝ่าเท้าได้ หากต้องทำอีกสักครั้ง นังบัดซบเมิ่งซีโจวนั่นย่อมจะต้องมีแต่จะพ่ายแพ้เร็วกว่าเดิม และจะต้องแพ้แบบยับเยินยิ่งกว่าเก่าเท่านั้น!
แต่น่าเสียดายเพียงแค่ว่า… ชาตินี้ฉู่เซียวไม่อยู่แล้ว
ครั้นนึกถึงฉู่เซียว ในใจของเมิ่งหนานอี้ก็พลันบังเกิดความอัดอั้น และเสียใจขึ้นมาอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน
มีดที่ใช้งานได้ดีที่สุดเล่มนั้น กลับถูกนางในชาตินี้หักทิ้งด้วยมือตนเสียแล้ว! ยามนั้น นางคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ จึงได้โง่เขลาถึงเพียงนั้นได้ ไม่เพียงตกหลุมพรางของเมิ่งซีโจวครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังตัดแขนขวาตนเองทิ้งเสียอีก!
หากฉู่เซียวยังมีชีวิตอยู่ แม้เบื้องหน้าจะเป็นทางตันถึงตายเช่นนี้ นางก็ยังมั่นใจเต็มสิบส่วนว่า จะสามารถพลิกกระดานกลับมาได้อย่างงดงาม ทว่าไพ่ตายใบใหญ่ที่สุดใบนั้น กลับถูกนางฉีกทำลายด้วยมือตนเองไปแล้ว ยามนี้จึงทำได้เพียงต้องคิดหาทางรอดอื่นแทน
ทางรอด… อยู่ที่ใดกัน?
นางหลับตาลงครู่หนึ่ง ครั้นลืมตาขึ้นอีกครา ใต้ดวงตาคู่นั้นก็กลับมาใสกระจ่างไร้คลื่นลมแล้ว
นางลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นผงตามร่างกาย แม้สภาพจะแลดูน่าอเนจอนาถ แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรงขึ้นอีกครา ก่อนจะก้าวเดินออกไปนอกห้องขัง
นางจะไปพบผู้ดูแลของสำนักลงทัณฑ์แห่งนี้สักหน่อย
เพื่อเจรจาข้อตกลงกับเขาสักครา คิดๆดูแล้ว เขาคงจะไม่ปฏิเสธเสียทีเดียวกระมัง