พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่226 เป็นพ่อคนช่างเหน็ดเหนื่อยนัก
บทที่226 เป็นพ่อคนช่างเหน็ดเหนื่อยนัก
ข่าวใหญ่เรื่องเมิ่งซีโจวถูกจับเข้าคุกอย่างกะทันหันนั้น ประหนึ่งอสุนีบาตฟาดลงในเวลากลางวัน ทำเอาทุกผู้คนต่างตั้งตัวกันไม่ทัน
ผู้ที่มาจับกุมตัวนางก็คือหน่วยองค์รักษ์ที่ขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้ คนเหล่านี้ลงมือรวดเร็วโหดเหี้ยมเด็ดขาดไร้ปรานี ไม่มีช่องว่างให้ได้ไกล่เกลี่ยเลยสักนิด
พวกเขาบุกตรงเข้าไปที่กรมพระคลังท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย แล้วลากตัวเมิ่งซีโจวที่กำลังสะสางงานราชการอยู่ แล้วนำตัวออกไปด้วยกิริยาที่แข็งกร้าว
เดิมทีนั้น ทุกคนล้วนคิดว่าเคราะห์ร้ายครั้งนี้ของนางเกิดจากเรื่องเสื่อมเสียในความประพฤติส่วนตัว นั่นเพราะเมื่องสองวันก่อน เมิ่งจิ่งหมิงก็เพิ่งจะไปตีกลองร้องทุกข์ที่ศาลาว่าการเมือง กล่าวโทษเมิ่งซีโจวด้วยข้อหาอื้อฉาว จนกลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วทั้งเมืองหลวง เรื่องนี้แทบจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาร้อนแรงที่สุดตามตรอกซอกซอยไปแล้ว
ทว่า สิ่งที่ทำให้ผู้คนถึงกับต้องตาค้างก็คือ ข้อหาที่ทำให้นางต้องถูกกุมตัวไปจองจำนั้น ท้ายที่สุดกลับมิใช่เรื่องนี้ หากแต่เป็นข้อหาว่าเมิ่งซีโจวทานทนต่อกลิ่นเงินไม่ไหว แอบรับสินบนจำนวนมหาศาล!
เดิมทีนางก็มีเรื่องเกี่ยวพันกับการค้าขายอยู่แล้ว ในสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อย สตรีสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ กลับเอาตัวไปข้องเกี่ยวกับกิจการพ่อค้าไพร่ นี่มิใช่เพราะตกลงไปในหลุมเงินทอง จนยินยอมลดตัวให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเองหรอกหรือ?
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้คนไม่น้อยเชื่อในข้อกล่าวหานี้และไม่นึกประหลาดใจ กระทั่งยังทอดถอนใจว่า “เป็นเช่นนั้นจริงๆด้วย”
เมิ่งชินรุ่ยรู้สึกว่าช่างนี้ดวงชะตาของตนตกต่ำยิ่งนัก เขาไม่รู้จริงๆว่าตนได้ไปล่วงเกินผู้ใดเข้า เหตุใดจวนจงหย่งโหวของเขาจึงมีแต่มรสุมพัดใส่ไม่หยุดหย่อน มิเคยได้สงบเลยสักครา!
หลังได้ยินข่าวนี้ เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องตำราเป็นเวลานาน สติพร่าเลือน ความคิดความอ่านยุ่งเหยิงราวเส้นป่านพันกัน
ท้ายที่สุด เขาก็ตัดสินใจวางตนอยู่นอกวง มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเย็นชา อย่างไรเสีย เรื่องเช่นนี้ ผู้บริสุทธิ์ย่อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้เอง!
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ที่เมิ่งจิ่งหมิงไปก่อเรื่องก่อราวไว้ที่ศาลาว่าการเมือง เขายังไม่ทันได้คิดบัญชีกับเมิ่งซีโจวเลยด้วยซ้ำ!
ตบมือข้างเดียวย่อมไม่มีทางดัง คนอย่างเมิ่งจิ่งหมิงจะไปใส่ร้ายนางอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไรกัน? เมิ่งซีโจวต้องกระทำเรื่องอัปยศอันใดไว้เป็นแน่ เพียงแต่เขาเห็นแก่หน้าตาของจวนโหว จึงไม่อยากสาวลึก และไม่อยากเปิดโปงเรื่องนี้ก็เท่านั้นเอง!
ในวันนั้น เรื่องราววุ่นวายใหญ่โตถึงเพียงนี้ แต่นางกลับเอาแต่หลบหน้าหลบตา กัดฟันทนเป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมปรากฏตัว สุดท้ายจำต้องเป็นเขาผู้เป็นบิดา ที่ออกหน้าไปเก็บกวาดปัญหายุ่งเหยิงนี้ให้แทน! ยามคับขันกลับไร้ประโยชน์แม้แต่น้อย เขาไม่รู้จริงๆว่ายังจะฝากความหวังอันใดไว้กับนางได้อีก!
เมิ่งชินรุ่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดขุ่นเคืองอยู่กลางอก
เดิมที เรื่องสมรสระหว่างเมิ่งซีโจวกับองค์รัชทายาทนั้น ก็สมควรถูกหยิบยกขึ้นมาจัดการได้แล้ว ทว่ากลับไร้วี่แววแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำนางเองก็ยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เอาแต่ก่อเรื่องวุ่นวายไปเรื่อย บัดนี้ถึงขั้นนำพาตนเองเข้าไปอยู่ในคุกเสียแล้ว!
นี่เพราะเหตุใดกันแน่? หรือว่าราคาของการเติบโต คือการโยนความฉลาดเฉลียวทั้งหมดทิ้งไปอย่างนั้นรึ? หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อบุตรีเติบใหญ่แล้ว ก็จะไม่คล้ายบิดาอีกต่อไป แต่นานวันกลับจะยิ่งเหมือนมารดา สตรีที่โง่งมจนฟ้าดินยังต้องทอดถอนใจผู้นั้นกระมัง?
หากเป็นเช่นนี้ก็หาใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใดนัก เพราะอย่างไรเสีย จนถึงตอนนี้ฮูหยินเมิ่งก็ยังไม่เข้าใจว่า ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผู้ที่นางจะพึ่งพาได้มีเพียงเขาผู้เป็นสามีเท่านั้น หาใช่ตระกูลเดิมที่ทอดทิ้งนางไปนานแล้ว!
เมิ่งชินรุ่ยรู้สึกว่า ก่อนหน้านี้ที่ตนช่วยเมิ่งซีโจวระงับข่าวลือ ก็นับว่าเมตตาอย่างถึงที่สุดแล้ว นางก่อหายนะต่อเนื่องจนลามมาถึงจวนโหวเช่นนี้ ย่อมสมควรแล้วที่จะต้องแบกรับความผิดด้วยตนเอง!
เขาเป็นบิดาของนางก็ใช่ แต่หาใช่ผู้ที่มีหน้าที่คอยตามเช็ดล้างเรื่องโสมมให้นางเสียหน่อย!
น้ำขุ่นครานี้ เขาจะไม่มีวันยื่นเท้าลงไปข้องเกี่ยวด้วยเป็นอันขาด ในเมื่อเมิ่งซีโจวกล้าก่อเรื่อง ก็ต้องกล้าที่จะรับผลของมันด้วย! อุตส่าห์รับสินบนทั้งที ยังมิรู้จักเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิดเสียบ้าง ช่างเป็นสตรีโง่งมเสียจริง… เฮ้อ!
ทว่าในฐานะบิดาแท้ๆ หากไม่เสแสร้งออกหน้าทวงความเป็นธรรมเพื่อบุตรีสักหน่อย ก็เกรงว่าผู้ใดเห็นเข้าจะไม่เป็นการดีนัก
แต่หากจะให้ออกหน้ากะทันหันยามนี้ เจ้าตัวก็กลับหน้าบางและใจไม่กล้าพอ เช่นนั้น เขาจะประกาศต่อภายนอกว่าป่วย และขอลาหยุดงานสักสองสามวัน หลบไปหาความสงบเสียบ้าง จะได้ไม่ต้องให้พวกศัตรูเก่าในราชสำนัก ฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้มาพูดจาเหน็บแนมกระแนะกระแหนใส่ หรือไม่ก็ถึงขั้นยื่นีกากล่าวโทษเขา
ชั่วชีวิตนี้ เขายังไม่เคยต้องกล้ำกลืนความเสียเปรียบจนพูดไม่ออกเช่นนี้มาก่อนเลย!
เมิ่งซีโจว! เจ้าดูเอาเถิดว่าเจ้าก่อเรื่องงามไส้อันใดไว้!
ภายในคุกหลวงอันเย็นเยียบและชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเน่าเหม็นปะปนกันอยู่ในห้วงอากาศ เพียงสูดดมเข้าไปคราแรกก็ฉุนจนแทบสำลัก ทว่าเมื่ออยู่ไปนานเข้า จมูกก็กลับค่อยๆด้านชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
เมิ่งซีโจวนั่งอยู่เพียงลำพังบนกองฟางแห้งเย็น มิได้มีท่าทีแตกตื่นลนลานสักเท่าใด ตรงกันข้าม นางยังดูมีแก่ใจพินิจมองทุกสิ่งรอบกายอย่างสบายอารมณ์ สีหน้านั้นถึงขั้นเรียกได้ว่าสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านใดๆเลยสักนิด
เพราะนางรู้ดีว่า คนผู้นั้นย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางรอนานเกินไป
เป็นดังคาด หลังจากนางนับซี่ลูกกรงเหล็กของห้องขังอย่างเอื่อยเฉื่อยจนเสร็จแล้ว เสียงฝีเท้าแจ่มชัดก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน
เมิ่งหนานอี้สวมชุดลำลองตามระเบียบศักดิ์แห่งฮองเฮา เดินเยื้องย่างเข้ามาอย่างสง่างาม ท่ามกลางเหล่าขันทีและนางกำนัลที่ห้อมล้อม ใบหน้าประดับประดาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ประหนึ่งแมวที่จับหนูได้แล้วและกำลังหยอกเย้ามันเล่น
นางก้าวเอื่อยเฉื่อยมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องขัง สายตากวาดมองสภาพแวดล้อมอันแสนสกปรกคับแคบแห่งนี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบาเจือความดูแคลน
“พี่หญิง นับจากนี้ต่อไป ที่นี่ก็คือบ้านหลังใหม่ของท่านแล้ว ไม่ทราบว่าเครื่องเรือนและการจัดวางเช่นนี้… ยังถูกใจท่านอยู่หรือไม่?”