พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่227 จงปลิดชีพด้วยมือตนเองเสีย!
บทที่227 จงปลิดชีพด้วยมือตนเองเสีย!
เมิ่งซีโจวได้ยินเสียงนั้นแล้ว จึงค่อยบรรจงลุกขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูคุก แล้วกล่าวกับเมิ่งหนานอี้โดยมีซี่กรงกันกลางระหว่างพวกนางทั้งสองไว้ ยามนี้ต่างฝ่ายต่างประจันหน้าจ้องมองกันแน่นิ่ง
ยามใบหน้างามล่มเมืองที่แทบจะเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วทั้งสองประจันกัน มักทำให้ผู้คนที่พบเห็นเผลอใจลอยไปชั่วขณะ ราวกับสิ่งที่ตนกำลังจ้องมองอยู่นั้นมิใช่คนอีกผู้หนึ่ง หากแต่เป็นเงาสะท้อนในกระจกใสกระจ่างบานหนึ่ง
เหล่านางกำนัลที่ยืนอยู่ด้านหลังเมิ่งหนานอี้ต่างพากันกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว แต่ตกตะลึงได้เพียงเสี้ยวอึดใจ ครั้นนึกถึงอุปนิสัยของนายตนขึ้นมาได้ ก็รีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดหวั่นทันที มิกล้าเงยหน้าขึ้นมองให้มากไปกว่านั้นอีกแม้เพียงปราดเดียว
เมิ่งซีโจวมิได้ตอบคำถามที่เต็มไปด้วยเจตนายั่วยุของเมิ่งหนานอี้ นางเพียงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดุจสหายเก่าที่ห่างหายกันไปนานและได้กลับมาพบพานกันอีกครา
“เมิ่งหนานอี้ ไม่พบกันเสียนาน”
นางกำนัลผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังเมิ่งหนานอี้ ร้อนรนอยากจะแสดงความจงรักภักดีต่อผู้เป็นนาย จึงรีบแผดเสียงแหลมกล่าวตำหนิขึ้นทันที
“บังอาจ! เจ้ากล้าเรียกฮองเฮาของเราโดยตรงเช่นนี้ได้อย่างไร สมควรถูกตบปาก!”
เมิ่งซีโจวได้ยินดังนั้น มุมปากพลันยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าของเมิ่งหนานอี้ไม่จางคลาย
“นางกำนันของน้องสาวข้าผู้นี้ช่างน่าสนใจเสียจริง มิรู้ว่าสั่งสมความคับแค้นใจต่อเจ้าไว้มากมายเพียงใด จึงได้ร้อนใจอยากระบายอารมณ์นัก ถึงกับต้องอาศัยใบหน้าของข้าที่เหมือนเจ้าราวกับแกะเป็นที่ระบายถึงเพียงนี้?”
สีหน้าการแสดงออกของนางกำนัลผู้นั้นพลันแปรเปลี่ยนในทันใด ยามนี้กลับกลายเป็นซีดเผือดในชั่วพริบตา!
นางคาดไม่ถึงจริงๆว่า ความจงรักภักดีที่ตนอุตส่าห์ออกหน้าแสดงเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย เมื่อผ่านปากอีกฝ่าย กลับถูกบิดทวนสวนกระแสไปอีกทาง กลับกลายเป็นความเคียดแค้นและคำสาปแช่งนายหญิงของตนเสียได้!
ตบหน้าเมิ่งซีโจว มิเท่ากับตบหน้าฮองเฮาหรอกรึ?!
“เจ้า! เจ้ากล่าวร้ายป้ายสีผู้อื่น!” นางกำนัลร้อนรนจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก รีบละล่ำละลักแก้ตัวจนพูดจาไม่เป็นภาษา “ทูลฮองเฮา! พระองค์ทรงมีพระคุณต่อบ่าวหนักแน่นดุจขุนเขา! บ่าวมิเคยมีความคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย!”
“พอได้แล้ว!”
เมิ่งหนานอี้ฟังเจ้าคนโง่นั่นที่ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งทำให้เรื่องเลวร้ายลงกว่าเดิม เพลิงโทสะพลันลุกโชนในอก จึงตวาดขัดขึ้นเสียงกร้าว
เหตุใดในตำหนักของนางจึงมีแต่บ่าวไพร่โง่เง่าไร้ประโยชน์ กระทำการมิเคยสำเร็จไม่พอ ยังทำเสียเรื่องเสียราวอีก! ซ้ำวันนี้ยังติดตามออกมาทำเรื่องขายหน้าให้นางถึงนอกวังด้วย!
เมิ่งหนานอี้ถลึงตาดุดันใส่นางกำนัลผู้นั้น อีกฝ่ายพลันเงียบกริบราวจั๊กจั่นในยามเหมันต์ฤดู หดตัวถอยไปยืนด้านหลังทันที
เมิ่งหนานอี้เบนสายตากลับมามองเมิ่งซีโจวอีกครา พยายามสะกดเพลิงโทสะในใจลงอย่างฝืนทน ประคองรักษาท่วงท่าเย่อหยิ่งถือดีของตนเอาไว้
“พี่หญิงช่างกล่าววาจาล้อเล่นเก่งเสียจริง ก็แค่ดวงตาปลาขุ่นมัวคู่หนึ่งเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติใดคู่ควรจะนำไปปะปนกับไข่มุกเล่า?”
เมิ่งซีโจวฟังจบก็แสร้งยกมือขึ้นโบกพัดที่ปลายจมูกด้วยความรังเกียจ ทั้งยังถอยหลังไปครึ่งก้าวแล้วกล่าวว่า
“น้องหญิง ไยต้องดูแคลนตนเองถึงเพียงนั้นเล่า? ต่อให้กลิ่นกายเจ้าจะเน่าเหม็น คล้ายมีกลิ่นคาวปลาไม่น่าพิสมัยติดอยู่แปดส่วน แต่อย่างน้อยก็เป็นถึงก้อนกรวดที่ถูกน้ำขัดจนเรียบลื่น ส่องประกายแสงวาววับ ยังไม่ถึงขั้นต่ำต้อยน่าอนาถเท่าดวงตาปลาเสียหน่อย”
เพียงถ้อยคำเบาหวิวประโยคเดียว ก็ทำให้เมิ่งหนานอี้ที่เมื่อครู่ยังพยายามประคองท่าทีสงบเยือกเย็นไว้ได้อยู่ ถึงกับหลุดเสียอาการในชั่วพริบตา เพลิงโทสะพลันพุ่งวาบขึ้นกลางใจ!
นางกล้าดีเยี่ยงไรมาว่าตนเป็นก้อนกรวด?!
นี่มิใช่กำลังเหน็บแนมนางอย่างโจ่งแจ้งอยู่หรอกหรือ กล่าวหาว่านางเป็นของที่ถูกคนนับพันเหยียบย่ำ ถูกคนนับหมื่นย่างผ่าน!
“เมิ่ง—ซี—โจว!”
เมิ่งหนานอี้เอ่ยเค้นนามอีกฝ่ายลอดไรฟัน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความโกรธ “จวนจะตายอยู่รอมร่อแล้ว ยังคิดจะอวดคารมอันน่าสมเพชของเจ้าอีกรึ! หรือกลัวจะถูกทรมานนักหนา ก็เลยอยากจะให้ข้าสังหารเจ้าเสียให้รู้แล้วรู้รอดกระมัง?!”
เมิ่งซีโจวกลับเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “ดูๆไปแล้ว น้องหญิงอยู่ในวังมาก็เนิ่นนานแล้ว กลับไร้ความก้าวหน้าแม้เพียงครึ่งส่วน ทว่ากำนัลผู้นี้เจ้ากลับเลือกมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว มีท่วงทำนองคล้ายบ่าวคนเก่าของเจ้าอยู่หลายส่วน มิรู้เลยว่ายังเหมือนถึงขั้นวาดคิ้วเป็นเส้นปลิงดั่งในวันวานได้หรือไม่?”
นี่นางล่วงรู้ถึงสภาพน่าอับอายของตนในวันนั้น เมื่อครั้งที่เจ้าสารเลวสองคนอย่างจ้าวหังกับกวนจื่ออี้ไปที่จวนได้อย่างไร?! ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เมิ่งซีโจวยังอุตส่าห์ขุดเรื่องนั้นขึ้นมาทิ่มแทงใจนางได้อีก!
เมิ่งหนานอี้โกรธจนทั้งร่างสั่นเทิ้ม ใบหน้าประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวซีดขาว
“อี๋ชุน!” เมิ่งหนานอี้พลันหันขวับไปด้านหลัง ตวาดสั่งนางกำนัลอีกคนที่ดูสุขุมหนักแน่นกว่า “เอาสิ่งนั้นมาให้ข้า!”
เมิ่งซีโจวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นึกว่าเมิ่งหนานอี้จะหยิบของจำพวกสุราพิษหรือต่วนแพรขาวออกมาเสียอีก คาดไม่ถึงว่านางกำนัลผู้นั้นกลับประคองกระดานหมากล้อมชุดหนึ่งเข้ามา
เมิ่งหนานอี้สะกดเพลิงโทสะที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่กลางอกไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะแค่นยิ้มหยันออกมาแล้วเอ่ยว่า “เจ้ามาเล่นหมากล้อมกับเราฮองเฮาผู้นี้สักกระดานเถิด หากเจ้าชนะ เราย่อมจะประทานพระเมตตาครั้งใหญ่หลวง ปล่อยให้เจ้ามีทางรอดสักสายหนึ่ง แต่หากเจ้าแพ้…”
นางเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ในดวงตาพลันปรากฏแววอำมหิตโหดเหี้ยมวาบผ่าน
“เจ้าก็จงเลือกหนทางตาย ทำการปลิดชีพด้วยมือตนเสียบัดนี้ ว่าอย่างไรเล่าเมิ่งซีโจว เจ้ากล้าหรือไม่?”