พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่230 ในที่สุดกรรมก็ตามสนองนาง!
บทที่230 ในที่สุดกรรมก็ตามสนองนาง!
ทันทีที่จางจั๋วได้รับทราบข่าวสารที่มีใจความว่า เมิ่งซีโจวถูกนำตัวไปจองจำไว้ในคุกหลวง เขาก็ดีอกดีใจจนแทบคลุ้มคลั่ง
เห็นหรือไม่เล่า คนชั่วย่อมต้องได้รับผลกรรมตามสนอง! หาใช่มีชีวิตอยู่ดีมีสุข เพียงแต่เวลาเส้นตายยังมาไม่ถึงเท่านั้นเอง!
เมิ่งชินรุ่ยแสร้งทำเป็นสุขภาพไม่สู้ดี เมื่อจะเล่นละครย่อมต้องเล่นให้ครบชุด เขาถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บนเตียงจริงๆ หมอมาตรวจอาการหลายต่อหลายรอบแล้ว ทั้งยังปิดประตูเรือนงดรับแขกทั้งสิ้น ทำให้การเฝ้าระวังจางจั๋วจึงหย่อนยานลงไม่น้อย
จางจั๋วรีบให้อนุหลิวปล่อยเขาออกไป หลังจากสืบถามดูจึงได้ล่วงรู้ว่า เมิ่งซีโจวถูกจับเข้าคุกไปด้วยข้อหารับเงินสินบน
เขาคิดอยู่แล้วเชียว สตรีผู้หนึ่งอยู่ดีไม่ว่าดี เอาแต่ออกนอกจวนไปวิ่งวุ่นทำการค้า ทั้งยังทำเสียยิ่งใหญ่รุ่งโรจน์ ได้รับคำชื่นชมจากผู้คนไปทั่ว ใต้หล้านี้มีเหตุผลเช่นนั้นที่ใดกัน? มองปราดเดียวก็รู้ว่ามิใช่เรื่องดีอันใด!
คนต่ำทรามไร้คุณธรรมเยี่ยงเมิ่งซีโจว ไหนเลยจะมีน้ำใจและจิตใจกว้างขวางเช่นนั้นได้เล่า? เพียงแต่ภายหลังเมื่อนางเข้ารับราชการ จางจั๋วจึงมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ที่แท้ทั้งหมดก็เพื่อปูทางให้ตนเองเท่านั้น คุณธรรมความเมตตาอันใด ความห่วงใยใต้หล้าอันใด ล้วนแต่เป็นการเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้น!
คนผู้หนึ่งฝืนฉวยเอาชื่อเสียงดีงามที่มิใช่ของตนมาไว้กับตัว ย่อมต้องได้รับผลกรรมตามสนอง! และแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่นานนัก เมิ่งซีโจวก็ถูกผลกรรมสะท้อนกลับมาเล่นงานเข้าให้แล้ว!
จางจั๋วถูไม้ถูมือ เฝ้ารอคอยวันที่เมิ่งซีโจวจะถูกตัดสินโทษ ทางที่ดีที่สุดคือให้นางถูกพิพากษาประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะกลางท้องถนน เขาจะได้เห็นหน้านางเป็นครั้งสุดท้าย ตอนนางถูกแห่ประจานไปตามถนน ถึงตอนนั้น เขาย่อมจะต้องทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ โยนใบผักและหนอนเน่าใส่นางให้สาแก่ใจ
เรื่องราวในโลกใบนี้ช่างผันผวนไร้เที่ยงแท้เสียจริง
จางจั๋วนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายใจเฉิบ เมิ่งซีโจวคงคิดว่าหากหลบหน้าเขาเสียได้ ข่าวลือซุบซิบทั้งหลายก็คงจะสงบลง ชีวิตของนางก็ยังดำเนินต่อไปได้ดังเดิมกระมัง?
ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!
ต่อให้นางจะหลบหลีกอย่างไร ก็ไม่มีทางหลบพ้นกหมาย หลบพ้นความยุติธรรมไปได้! ตราบใดที่สวรรค์ยังมีตา นางย่อมต้องตกอยู่ในจุดจบอันน่าอนาถเป็นแน่!
จางจั๋วส่งฮึมฮัมบรรเลงเพลงอย่างลำพองใจไม่หยุด รอจนเมิ่งซีโจวตาย เขาก็จะได้ชำระแค้นใหญ่หลวงนี้ แล้วบุญคุณความแค้นในชาติปางก่อนล้วนมลายสิ้น! นับว่าเขาไม่ผิดต่อบิดาผู้จากไปก่อนวัยอันควรแล้ว บิดาผู้อยู่บนสรวงสวรรค์ หากได้เห็นครอบครัวของพวกเขาต้องตายไปอย่างน่าอนาถ คงจะเจ็บปวดใจจนแทบทนไม่ไหวกระมัง? เดิมทีครอบครัวสี่คนที่พึ่งพาอาศัยกัน เปี่ยมไปด้วยความสุขสมบูรณ์พูนพร้อม กลับถูกเมิ่งซีโจวทำลายจนแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี!
ชาติที่แล้ว แม้แต่ตัวเขาก็ยังต้องตายด้วยน้ำมือของเมิ่งซีโจว มาชาตินี้ผ่านเรื่องราวพลิกผันหลายตลบ ต่อให้คั่นกลางด้วยชีวิตหนึ่งชาติ ในที่สุดเขาก็ได้ลงมือปลิดชีพศัตรูด้วยตนเอง นับว่าไม่ละอายใจแล้ว! คู่ควรต่อดวงวิญญาณบนสวรรค์ของบิดาผู้จากไปก่อนวัยอันควร และคู่ควรต่อมารดาชราผู้ตรากตรำลำบากเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่!
จากนั้น เขาก็จะอยู่ในตระกูลเมิ่งในฐานะคุณชายรองผู้มั่งคั่งสูงศักดิ์ เล่นสนุกกับสตรีบ้าง วันคืนเช่นนั้นย่อมสุขสำราญเกินกว่าที่จินตนาการคาดฝันไว้!
จางจั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คิดว่าเวลานี้ข้างนอกคงมีคนไม่น้อยกำลังวิ่งวุ่นเพื่อเมิ่งซีโจวอยู่กระมัง? อย่างไรเสีย หนูก็มักอยู่กันเป็นรังมิใช่รึ!
ในฐานะพี่รองผู้แสนดีของนาง เขาจะไม่ยื่นมือช่วยนางสักหน่อยได้อย่างไรกันเล่า?
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะก้าวเดินออกจากประตูไป
…..
ภายในคุกหลวง เมิ่งหนานอี้รับมือกับการรุกไล่ของเมิ่งซีโจวไม่ไหวแล้ว ทว่านางยังพอมีฝีมือสามารถอ่านสถานการณ์ออก เมื่อเห็นตนเองยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นทุกที จิตใจก็พลันร้อนรนดั่งมดบนกระทะร้อน เหงื่อชุ่มจนปอยผมบนหน้าผากเปียกแนบติดกับผิว
แต่ในใจของเมิ่งหนานอี้ยังขืนดื้อด้วยแรงฮึดสู้อีกสายหนึ่ง
นางแพ้ไม่ได้ นางไม่มีทางพ่ายแพ้!
นางเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่หลายครา กระทั่งท่าไม้ตายลับเฉพาะที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ก็ยังงัดออกมาใช้ ทว่าผลลัพธ์กลับมิอาจเป็นไปดังใจ ความพ่ายแพ้มาเยือนรวดเร็วกว่าที่นางคาดคิดไว้เสียอีก!
เมิ่งหนานอี้ใบหน้าซีดเผือด จ้องมองกระดานหมากตรงหน้าเขม็ง เมื่อพบว่าแม้จะมองหาเยี่ยงไร ก็ไม่เหลือหนทางรอดให้เห็นแล้ว หน้าอกของนางพลันกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ก่อนจะสะบัดมือคว่ำกระดานหมากทั้งกระดาน!
นางลุกพรวดขึ้น ถอยหลังไปสองก้าว
“เหตุใดข้าต้องเดิมพันกับเจ้าด้วย เจ้ามีคุณสมบัติอันใดจะมาเดิมพันกับข้ารึ? เมิ่งซีโจว เจ้าจงเข้าใจให้กระจ่าง บัดนี้เจ้าเป็นนักโทษใต้บันไดของข้า! หากข้าต้องการให้เจ้าตายยามสาม ก็หามีผู้ใดรั้งเจ้าไว้ถึงยามห้าได้!”
ช่วงแรกนางคล้ายกำลังพึมพำกับตนเอง ทว่ายิ่งเอ่ยก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นทุกขณะ
“ข้าผู้ซึ่งเป็นถึงฮองเฮาสูงศักดิ์ล้ำฟ้า ไม่มีเหตุผลอันใดจะต้องรักษาสัญญากับคนใกล้ตายเยี่ยงเจ้า! ใช่แล้ว… เจ้าสมควรตายไปเสียเดี๋ยวนี้เลย! ใครก็ได้มานี่เร็ว!”