พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่26 เผาแม่เฒ่าจางทั้งเป็น
บทที่26 เผาแม่เ่าจางทั้งเป็น
ชาติปางก่อน…แม่เ่าจางผู้นี้ได้เล่นเล่ห์เพทุบายและวางแผนการสารพัดเพื่อให้นางตั้งครรภ์ ครั้นนางสู้อุตส่าห์ตั้งท้องมาอย่างยากลำบาก เพียงได้ยินแม่มดหมอผีเอ่ยคำว่า ‘คล้ายจะตั้งครรภ์บุตรี’ สีหน้าของแม่เ่าจางผู้นี้ก็พลันแปรเปลี่ยน ผิดแผกจากเดิมดุจหน้ามือเป็นหลังมือ นางเริ่มใช้วิธีโหดเหี้ยมทุกอย่าง ทั้งนี้เพียงแค่หมายทำลายทารกในครรภ์ของนางให้สิ้นใจตาย!
แต่ภายหลังไม่ทราบด้วยเหตุอันใด มารเ่าผู้นี้จึงกลับสงบลงได้ ทว่าแต่ละวันกลับจ้องมองครรภ์ของนางไม่วางตา แววตาทั้งสองเปล่งประกายโลภะประดุจสัตว์ร้าย ปากก็พึมพำเพ้อเจ้อประหนึ่งคนเสียสติ
กระทั่งภายหลังเมิ่งซีโจวจึงได้ล่วงรู้ความจริงว่า — แท้จริงแล้วเป็นเพราะผู้มีอำนาจในเมืองหลวง ได้เสนอขอซื้อรกหลังคลอดของนางเป็นจำนวนเงินสองตำลึง!
เงินสองตำลึงเชียวนะ! เงินจำนวนนี้ย่อมมากพอที่จะทำให้ฝูงสุนัขจิ้งจอกหมาป่าพวกนั้น ได้กินดีอยู่ดีไปครึ่งค่อนชีวิตเชียวล่ะ!
ในวันใกล้คลอด เดิมทีนางเรี่ยวแรงอ่อนแอยิ่งแล้ว กลับต้องเผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ประสบภาวะคลอดบุตรยาก ความเจ็บปวดครั้งนั้นประหนึ่งร่างทั้งร่างถูกฉีกทึ้งทั้งเป็น ลมหายใจรวยรินราวจะดับสูญ ในยามที่รกหลังคลอดซึ่งเป็นเป้าหมายกำลังจะสูญไปพร้อมกับชีวิตของนางนั้น—
นางมารเ่าผู้นี้กลับคลุ้มคลั่งดั่งสุนัขบ้า กระโจนพรวดขึ้นไปบนเตียงคลอดของนาง!
ฝ่าเท้าที่เปรอะเปื้อนโคลนดินคู่นั้น—
เหยียบกระทืบลงบนท้องของนางอย่างโหดเหี้ยม!
หนึ่งครั้ง!
ตามมาอีกหนึ่งครั้ง!
นางมารเ่าทุ่มเทกำลังทั้งกายสุดแรงที่มี กระทืบฝ่าเท้าลงมาบนท้องของนางอย่างไม่ปรานี!
“อ๊าก——!!!”
นั่นยังจะนับเป็นความทุกข์ทรมานได้หรือไม่? เมิ่งซีโจวรู้สึกประหนึ่งอวัยวะภายในทั้งห้า รวมถึงกระดูกทั่วทั้งร่าง ล้วนถูกนางมารเ่าตนนี้เหยียบย่ำจนแหลกละเอียด! นางต้องนอนจมกองโลหิต หยาดน้ำตา หยาดเหงื่อและหยาดโลหิตไหลอาบจนทั่วใบหน้าของนาง ยามนั้นแม้แต่เสียงกรีดร้องยังมิอาจเปล่งออกมาได้ ทำได้เพียงแค่เผยอริมฝีปากอ้าอย่างไร้เรี่ยวแรง ประดุจปลาที่กำลังใกล้จะสิ้นลม…
ความเจ็บปวดที่กัดกินไปถึงกระดูกนั้น! ความแค้นที่โหมกระหน่ำปานฟ้าถล่มทลายนั้น! ต่อให้เฉือนเนื้อของนางมารเ่าผู้นี้ออกมาเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น บดกระดูกทั่วร่างของมันให้แหลกเป็นเถ้าธุลี ก็ยังยากจะลบล้างความแค้นในหัวใจของนางได้แม้เพียงเสี้ยว!
บัดนี้ ในที่สุด…
เสียงหัวเราะแหลมของเมิ่งซีโจวพลันขาดห้วงลง
ประกายในดวงตาของนางพลันดับสิ้นสนิท นางจ้องมองไปทางร่างของนางมารเ่าที่ยามนี้กำลังหอบหายใจรุนแรง พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นเยียบจนชวนขนหัวลุก
“แท้จริงแล้ว… กรรมเวรย่อมเวียนวน การมาของข้าครานี้ มิใช่เป็นผลกรรมที่ตระกูลจางของพวกเจ้าพึงต้องรับสนองหรอกรึ?”
“บุตรสาวกับบุตรเขยของเจ้า ข้าเป็นผู้ผลักพวกมันลงบ่อน้ำจนร่างกายแหลกเหลวด้วยสองมือ”
“ส่วนบุตรชายปัญญาอ่อนที่เจ้ารักดั่งแก้วตาดวงใจนั้น ข้าก็เป็นคนวางยาพิษมันเอง แล้วลงมือทำลายรากราคะของมันด้วยตนเอง”
“บุตรชายคนโตของเจ้าน่ะรึ เป็นข้าที่ส่งมันไปปรนนิบัติบำเรอกามให้กับเศรษฐ)ีผู้มีรสนิยมชื่นชอบการเสพเมถุนบุรุษ…”
ทุกถ้อยวาจาที่นางเอื้อนเอ่ยออกมา นางยังก้าวเท้าเข้าใกล้หญิงชราอีกหนึ่งก้าว คำพูดทุกประโยคของนางดุจเข็มอาบยาพิษที่ทิ่มแทงลึกลงไปในอกของนางมารเ่าอย่างไร้ปราณี!
เส้นเอ็นเขียวคล้ำปูดโปนปรากฏขึ้นบนลำคอแม่เ่าจางเด่นชัด ดวงตาทั้งสองแดงก่ำดุจโลหิต ลูกตาถูกถลึงจนแทบถลนออกจากเบ้า!
“ตระกูลของพวกเจ้า…ในที่สุดก็สูญสิ้นไร้ซึ่งทายาทจริงๆแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
“อ๊าาาาา!” ครั้นได้ยินวาจาทิ่มแทงใจนั้น แม่เ่าจางก็ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป นางกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวดใจดุจคนเสียสติ!
“ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!” นางดิ้นรนไปมาคลุ้มคลั่ง บิดกายหมายจะพุ่งกระโจนเข้าฉีกทึ้งร่างของเมิ่งซีโจวให้แหลกเป็นชิ้น!
เมิ่งซีโจวยืนอยู่ในระยะที่อีกฝ่ายเอื้อมอีกเพียงนิด ย่อมสามารถเข้าถึงตัวนางได้ง่ายดาย มุมปากแย้มยิ้มเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างมีเลศนัย
“ถึงคราของเจ้าแล้ว…”
“เจ้า…นี่เจ้าจะทำอันใด! นังปีศาจ! นี่เจ้ากล้า! เจ้ากล้า! ฟ้าดินได้โปรดเมตตา—!”
เมิ่งซีโจวแย้มยิ้มอ่อนโยนยิ่งนัก
“ข้าจะทำอะไรน่ะหรือ? ค่ำคืนมืดมิดเช่นนี้ ลมแรงพัดกระหน่ำเช่นนี้… ย่อมเป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับการฆ่าคนวางเพลิงมิใช่รึ?”
นางหันกายเดินปรี่เข้าไปที่โรงฟืน จัดการขนฟืนแห้งออกมากองสุมล้อมรอบเตียงไม้เป็นชั้นแล้วชั้นเล่าแน่นหนา
นางหาได้ใส่ใจเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังสะเทือนไปทั่วทั้งเรือนไม่ เมิ่งซีโจวค่อยๆจุดไฟด้วยสีหน้าท่าทางสงบนิ่ง เปลวเพลิงเล็กๆค่อยๆเริ่มลุก ก่อนจะค่อยๆไล่ตามฟืนไม้ขึ้นไปทีละชั้น
“โครม!”
เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสูงรวดเร็วในชั่วพริบตา ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ลุกโหมไหม้ถึงไปเตียงไม้ที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เพลิงสีแดงลูกใหญ่ค่อยๆกลืนกินเงาร่างบนเตียงเข้าไปทั้งเป็น!
ครั้นเสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายแล้ว เมิ่งซีโจวจึงเหินกายออกนอกหน้าต่างไปอย่างแผ่วเบา ไม่เหลียวหลังกลับมามองเลยสักนิด มุ่งหน้าตรงสู่ปากทางหมู่บ้านทันที
เบื้องหลังนางยามนี้ เปลวเพลิงได้ลุกโชนแดงฉาน แผ่คลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า เผาผลาญบาปกรรมที่ตระกูลจางได้สั่งสมมา พร้อมทั้งความหวาดกลัวของนางให้มลายสิ้นเป็นเถ้าธุลี!
ค่ำคืนนี้ หมู่บ้านเสี่ยวเหอย่อมต้องรับชะตาพินาศนี้ท่ามกลางความหวาดผวา ส่วนชีวิตใหม่ของนางต่อจากนี้…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!