พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่32 อกตัญญู! นำกฎตระกูลมา!
บทที่32 อกตัญญู! นำกตระกูลมา!
เมิ่งชินรุ่ยที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงขุนนางมาเนิ่นนานหลายปี เฝ้าอวดอ้างตนมาตลอดว่าเป็นผู้บ่มเพาะจิตใจจนถึงขั้นที่ว่า ‘แม้เขาไท่ซานถล่มลงต่อหน้า สีหน้าก็ยังมิอาจแปรเปลี่ยนได้’ แต่ยามนี้กลับถูกเรื่องอื้อฉาวอันน่าละอาย ที่บุตรีและบุตรชายแห่งสายเลือดตนเป็นผู้ก่อขึ้น ทำเอาทั้งตกตะลึงทั้งโมโหเดือดดาลจนเลือดลมถึงกับพลุ่งพล่านขึ้นสู่ทรวงอก
เขารู้สึกเพียงว่านภาปฐ)พีหมุนเคว้งคว้าง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบมิอาจทรงกายยืนได้อยู่
ถัดจากนั้น เปลวเพลิงแห่งความแค้นเคืองล้นฟ้า ก็พลันพุ่งตรงใส่ฮูหยินเมิ่งในบัดดล!
เรื่องอัปยศอดสูสะเทือนฟ้าสะท้านดินเช่นนี้ เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนทั้งตระกูลต้องมัวหมอง และตัดขาดซึ่งเส้นทางขุนนางของเขาจนสิ้นซากได้ เรื่องเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่ควรจะนำมาพูดอย่างเปิดเผย และโพนทะนาต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวนอย่างนั้นหรือ?!
หากมีบ่าวปากมากผู้ใดนำเรื่องนี้ออกไปแพร่งพรายสู่ภายนอกแม้เพียงครึ่งคำ จวนจงหย่งโหวของเขายังจะมีหน้าอันใดยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อีกเล่า? และตัวเขาเมิ่งชินรุ่ย ยังจะมีหน้าอันใดยืนอยู่กลางราชสำนักได้อีกเล่า?!
สตรีโง่งมผู้นี้! ช่างโง่เขลาจนยากจะเยียวยาแล้วจริงๆ!
แต่เขากลับหารู้ไม่ว่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแผนการที่ฮูหยินเมิ่งได้ไตร่ตรองและคำนวณไว้ก่อนแล้ว มีแต่ต้องทำให้คนทั้งจวนล่วงรู้กันทั่ว จึงจะสามารถปิดประตูตายทุกทางหนีของเมิ่งซีโจวได้สิ้น!
หาไม่แล้ว ด้วยอุปนิสัยของเมิ่งชินรุ่ยที่แลเห็นเพียงผลประโยชน์ตน เพื่อรักษามูลค่าที่บุตรีทั้งหลายยังพอจะมีให้ใช้ประโยชน์ได้บ้าง เขาย่อมจะต้องทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเล็กอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องเล็กก็ให้สูญหายไป ยกสูงแล้ววางเบาเป็นแน่ บางทีอาจถึงขั้นสั่งให้นางกล้ำกลืนเรื่องนี้กลับลงท้องไป แล้วออกหน้าเสแสร้งทำเป็นว่า ภายในจวนแห่งนี้ล้วนมีแต่ความสงบสุขต่อหน้าผู้คนภายนอกเสียด้วยซ้ำ!
แต่ครานี้เรื่องอื้อฉาวถูกนางโหมประโคมจนเอิกเกริกไปทั่วจวน ทั้งนายทั้งบ่าวล้วนแต่ได้ยินกับหูกันทั้งสิ้น แล้วจะมิให้เมิ่งชินรุ่ยต้องลงทัณ์เมิ่งซีโจวอย่างหนักได้อย่างไรเล่า! เพราะหากเขากล้าละเว้นปกป้องเข้าข้าง พรุ่งนี้ย่อมต้องมีีกากล่าวโทษว่าเขาปกครองเรือนมิเคร่งครัด เมินเฉยต่อจารีต และศีลธรรมอันดีกองสุมเต็มโต๊ะทรงอักษรขององค์ฮ่องเต้เป็นแน่!
ด้วยเหตุนี้ แม้เมิ่งชินรุ่ยจะรู้สึกไม่เต็มใจทำสักเพียงใด ย่อมต้องรีบปั้นสีหน้าท่าทางเข้มงวดในการปกครองเรือนออกมาให้เห็นในทันที
“นังตัวอัปมงคล! จงลากตัวนางไปยังศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้! แล้วใช้กตระกูลเฆี่ยนโบยนางห้าสิบที!”
ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นั้นเมื่อได้ฟัง ต่างพากันสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าเฮือกใหญ่!
กตระกูลของจวนจงหย่งโหวนั้น แส้ที่ใช้เฆี่ยนโบยจะมีเงี่ยงอยู่ ทั้งยังอาบแช่อยู่ในน้ำเกลือมาตลอดทั้งปี เพียงฟาดลงไปแค่ครั้งเดียวก็สามารถฉีกเนื้อเปิดหนังได้แล้ว ความเจ็บปวดแสบร้อนย่อมต้องแล่นแผ่ซ่านเข้าลึกถึงขั้วกระดูก อีกทั้งบาดแผลยังจะหายช้ายิ่งนัก!
ยามนั้น บุตรชายคนที่สี่ของประมุขแห่งจวนจงหย่งโหวนามเมิ่งชินเฉิง ผู้ลุ่มหลงการเล่นพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น ถึงกับลักลอบยักยอกทรัพย์สินของจวนโหวไปเกินกว่าครึ่ง ทำให้ทั้งจวนต้องประหยัดอดออมกันอยู่นานกว่าครึ่งปี
ครานั้น เมิ่งชินรุ่ยเดือดดาลจนแทบระงับโทสะไว้ไม่อยู่ ทว่าก็ยังสั่งลงโทษเมิ่งชินเฉิงด้วยการโบยเฆี่ยนเพียงสามสิบแส้เท่านั้น และเพียงแค่สามสิบแส้นี้ ก็ทำให้เขาต้องถึงกับนอนซมมิอาจลงจากเตียงอยู่นานหลายเดือน
แต่ทว่ายามนี้เขากลับจะให้บุตรีผู้มีเรือนร่างแสนบอบบางและอ่อนแอผู้หนึ่ง ต้องรับการโบยเฆี่ยนถึงห้าสิบแส้ต่อหน้าผู้คน! แม้อาจไม่ถึงตาย ทว่าครึ่งชีวิตหลังจากนี้ เกรงว่านางคงจะมิอาจลุกขึ้นยืนได้อีกแล้วกระมัง!
บรรดาบ่าวไพร่ที่ได้รับคำสั่ง ต่างพากันปรี่เข้าไปจับกุมเมิ่งซีโจวไว้โดยเร็ว
เมิ่งซีโจวเองก็หาได้ประหลาดใจอันใดไม่ ที่เมิ่งชินรุ่ยจะสั่งลงโทษจัดการนางเช่นนี้ ทว่า หากนางต้องมารับแส้ถึงห้าสิบครั้งในยามนี้ ความทุกข์ทรมานที่นางต้องทนรับในชาติภพก่อน ย่อมต้องสูญเปล่ามิอาจสะสางความแค้นได้เป็นแน่!
หางตาของเมิ่งซีโจวกวาดมองไปทางฮูหยินเมิ่งผู้เป็นมารดา สถานการณ์ที่ดูราวกับเผชิญหนทางตันเช่นนี้ กลับเหมาะแก่การใช้แผนซ้อนแผนอย่างยิ่ง
นางแสร้งทำเป็นดิ้นรนขัดขืน น้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงอ่อนหวาดฟังดูประหนึ่งลูกกวางน้อย แต่ทุกถ้อยวาจากลับเจือด้วยความคับแค้นที่พร้อมจะเดิมพันแลกด้วยทุกสิ่ง
“ท่านพ่อ ลูกหาได้ทำเช่นนั้นไม่! ท่านมองดูลูกเติบใหญ่ขึ้นมาท่ามกลางสายตาตนเอง นิสัยใจคอของลูกเป็นเช่นไร ท่านพ่อยังมิรู้แจ่มแจ้งอีกรึเจ้าคะ?”
“ท่านพ่อ ลูกไม่มีวันกระทำเรื่องอัปยศชั่วช้าไร้ยางอายเช่นนั้นได้เด็ดขาด! ที่ลูกออกนอกจวนไปนั้น ก็เพราะต้องไปจัดการสะสางเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง และหากมิใช่เพราะเหตุนี้ ไฉนองค์รัชทายาทจึงต้องทรงส่งองครักษ์ประจำพระองค์มาคอยคุ้มกันลูกกลับจวนด้วยเล่า? เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความลับสำคัญแห่งราชสำนักและการทหาร ลูกจึงไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมาส่งเดช ขอท่านพ่อได้โปรดส่งสารไถ่ถามไปถึงองค์รัชทายาทด้วยเถิด เมื่อถึงยามนั้น พระองค์จะต้องทรงมีรับสั่งชี้แจงท่านพ่อกลับมาเอง”