พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่48 ยิงโดนเจ้าทั้งที่ปิดตา น้องหญิงอย่าได้หลบเลี่ยง
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่48 ยิงโดนเจ้าทั้งที่ปิดตา น้องหญิงอย่าได้หลบเลี่ยง
บทที่48 ยิงโดนเจ้าทั้งที่ปิดตา น้องหญิงอย่าได้หลบเลี่ยง
เมิ่งซีโจวพลันเลิกคิ้ว เริ่มรู้สึกสนอกสนใจขึ้นมาจริงๆ “โอ้? เป็นของขวัญอันใดกัน ลองเอ่ยออกมาให้ข้าฟังหน่อย”
“จะรีบร้อนไปไยเล่า” สตรีสวมใส่อาภรณ์เหลืองอีกผู้หนึ่งนามเหลยรุ่ย รีบเอ่ยแทรกขึ้นทันใด “นี่เจ้าจดจำธรรมเนียมเดิมมิได้แล้วรึ จำต้องเล่นเกมกันสักหลายตาก่อน ผู้ใดชนะจึงจะมีสิทธิ์ได้ของขวัญที่ว่าไป!”
เมิ่งซีโจวเข้าใจได้ในทันใด จึงคลี่ยิ้มบางพลางเอ่ยตอบ “ย่อมได้”
เมื่อเมิ่งหนานอี้เห็นว่าตนได้กลายมาเป็นเพียงฉากหลังอย่างสิ้นเชิงแล้ว เพลิงแห่งโทสะที่มิอาจยอมรับและความริษยาภายในใจพลันกระหน่ำโหมลุกโชนขึ้นอีกครา!
เดิมทีควรเป็นนางต่างหากที่จะต้องเป็นตัวเอกของงานเลี้ยงในวันนี้!
นางไม่อาจทนให้ผู้คนเมินเฉยต่อตนถึงเพียงนี้ได้! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต้องถูกความเจิดจรัสของเมิ่งซีโจวกลบรัศมีตนเสียมิดเช่นนี้!
“ข้าก็จะเล่นด้วย!” นางร้องโพล่งออกมา และเพราะความร้อนอกร้อนใจ น้ำเสียงที่เปล่งจึงฟังแหลมสูงบาดหูอยู่หลายส่วน
ภายในศาลาริมน้ำพลันเงียบงันลงชั่วขณะหนึ่ง
แต่ทันใดนั้นเอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงจี้เยวี่ยพลันยิ่งผลิบานงดงามกว่าเดิม “เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน! คนมากจึงค่อยครึกครื้นน่าสนุกหน่อย พวกเจ้าทั้งหลายว่าใช่หรือไม่เล่า?”
“แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!” ทุกคนในที่นั้นต่างพากันขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
การละเล่นได้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ด่านแรกคือการยิงธนู สนามและเป้าได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแต่แรกแล้ว
เมื่อการจับสลากแบ่งกลุ่มเสร็จสิ้น เมิ่งซีโจวกับเมิ่งหนานอี้ก็ ‘บังเอิญ’ ถูกจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
กติกาหรือก็ช่างง่ายดายนัก แต่ละกลุ่มมีสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ยิงธนู ส่วนอีกคนกลับต้อง… ถูกมัดตรึงไว้กับหลักไม้ที่อยู่ไกลออกไป บนศีรษะจะวางผลแอปเปิลลูกหนึ่งไว้เพื่อเป็นเป้าให้อีกฝ่ายยิง!
หัวใจของเมิ่งหนานอี้พลันกระตุกวูบขึ้นทันใด! ครั้นมองเห็นหัวลูกธนูที่สะท้อนประกายวาววับเยียบเย็น นางก็พลันคิดแผนชั่วอันยอดเยี่ยมออกมาได้ในบัดดล!
นี่ช่างนับเป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้นางโดยแท้!
เมิ่งหนานอี้ชิงเอ่ยปากขึ้นก่อนเมิ่งซีโจว “มิสู้… ให้น้องหญิงเป็นผู้ยิงธนูในรอบนี้ก่อนดีหรือไม่? จะได้ถือโอกาสสาธิตให้พี่หญิงดูด้วย”
ภายในใจของนางเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดียิ่ง ขอเพียงนางมือไม้สั่นจน‘พลั้งมือ’ เพียงเล็กน้อย แล้วลูกศรเบี่ยงทิศไปปักเข้าที่แขนของเมิ่งซีโจว หรือไม่ก็บ่าของนางเข้า… มิว่าจะเป็นที่ใดก็ล้วนเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น!
ถึงตอนนั้น ผู้ใดเล่าจะกล้ากล่าวหาว่านางจงใจแสร้งทำเป็นยิงผิดเล่า? ก็ในเมื่อพวกนางทั้งหลายเป็นฝ่ายชักชวนนางมาเล่นเกมที่หยาบกระด้างป่าเถื่อนเช่นนี้เอง ในเมื่อเป็นการละเล่นที่อันตรายถึงเพียงนี้ จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นบ้างก็นับเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดแล้ว!
เมิ่งซีโจวหันมองนางปราดหนึ่ง แววตาทั้งสองประหนึ่งหยั่งรู้ทุกความคิดของอีกฝ่าย แต่กลับยังคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า
“ได้สิ เช่นนั้นน้องหญิงก็เป็นฝ่ายยิงก่อนเถิด”
เมิ่งหนานอี้พยายามกดข่มหัวใจที่กำลังเต้นระรัวรุนแรงด้วยความตื่นเต้นยินดี ที่กำลังเอ่อท่วมท้นเอาไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะรับคันธนูมาจากบ่าวรับใช้มาถือไว้ในมือ
ทว่า ครั้นนางลองออกแรงเหนี่ยวคันธนูแล้ว กลับพบว่าธนูอ่อสลักลวดลายที่ดูเหมือนเบาหวิวคันนั้น กลับแน่นนิ่งราวกับถูกหล่อขึ้นจากเหล็กกล้าทั้งแท่ง! นางไม่สามารถขยับเขยื้อนมันได้แม้แต่น้อย!
แม้นางจะพยายามออกแรงดึงจนสุดกำลัง ราวกับได้เค้นเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดในชีวิตออกมาแล้ว จนแก้มทั้งสองข้างถึงกับแดงก่ำ วงแขนสั่นระริกราวปีกผีเสื้อกระพือสั่นไหว แต่สายธนูกลับเพียงสั่นสะท้านเล็กน้อยเท่านั้น!
“พรวด…”
มิรู้ว่าผู้ใดกันที่กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ พลันปล่อยเสียงหลุดออกมาคำหนึ่งด้วยความขบขัน
เมิ่งหนานอี้ทั้งอับอายทั้งคับแค้นใจจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น!
แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ กัดฟันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างอีกครา แล้วดึงง้างสายธนูอย่างสุดกำลัง!
“อ๊า!”
แทบไม่ต้องเอ่ยถึงการง้างสายธนู มิเพียงนางไม่สามารถง้างมันออกได้ แต่นิ้วที่จับผิดท่าผิดทางนั้นกลับถูกสายธนูดีดรัดเข้าอย่างแรง จนธารโลหิตสีแดงสดพลันซึมไหลออกมาฉับพลัน!
กระแสความเจ็บปวดสุดแสบพลันแล่นแปลบขึ้นจนนางต้องคลายมือ ปล่อยคันธนูหนักให้ร่วงหล่นลงกระแทกกับพื้นเสียงดัง “ปัง”
“คุณหนูรองเมิ่ง! มือของท่าน—!” สาวใช้นางหนึ่งร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เมิ่งหนานอี้กุมมือข้างนั้นไว้แน่น นางเจ็บปวดจนหยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มเบ้า ใบหน้าจากที่แดงก่ำค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เห็นแล้วช่างน่าอเนจอนาถใจยิ่งนัก
“ดูท่าวันนี้น้องหญิงคงไร้วาสนาในการยิงธนูเสียแล้ว” เสียงกล่าวเนิบช้าของเมิ่งซีโจวพลันเปล่งดังขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องให้ข้าเป็นผู้ลงมือเองแล้ว”
เมิ่งหนานอี้ทั้งเจ็บตัว ทั้งแค้นใจ ทั้งยังอับอายยิ่งนัก ท่ามกลางสายตาผู้คน นางถูกสาวใช้ประคองร่างลงไปรักษาแบบแผลที่นิ้ว จึงหมดโอกาสจะแสร้งทำร้ายเมิ่งซีโจวให้กลายเป็นอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิง
เมิ่งซีโจวก้มลงหยิบคันธนูที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา พลิกชั่งน้ำหนักในมือตนเล็กน้อย ก่อนจะก้าวไปยืนบนเส้นยิงธนูด้วยท่วงท่าสง่าสำรวม ท่าทางของนางดูผ่อนคลายไม่ต่างจากการเดินเล่นภายในสวน นางดูมิได้ตั้งใจเล็งเป้าอย่างจริงจัง เพียงหยิบลูกธนูขึ้นพาดสาย แล้วง้างคันธนูทันที จากนั้นก็พลันได้ยินเสียง “ฟิ้ว” ดังแหวกห้วงอากาศขึ้น ลูกธนูดอกนั้นพุ่งตรงปักเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำ!
“เยี่ยม!” เจียงจี้เยว่เป็นผู้ร้องชมขึ้นก่อน “สมกับเป็นหัวหน้ากลุ่มหมาป่าของพวกเราอย่างแท้จริง! ท่วงท่าการยิงยังคมกริบ แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานก็ยังคงเหมือนเดิม!”
พลันมีคุณหนูข้างๆหลายคนพากันร้องโวยวายอย่างไม่ยอมแพ้ “พี่จี้เยว่ ท่านลำเอียงเกินไปแล้ว! ผู้ใดเล่าจะไม่รู้ว่าฝีมือการยิงธนูของซีโจวนั้นเป็นหนึ่งหาผู้ใดเปรียบ หากให้นางยิงเช่นนี้ย่อมไม่ต่างจากยกชัยชนะให้นางไปตรงๆหรอกรึ? เช่นนั้นย่อมจะไม่ยุติธรรมต่อคุณหนูรองเมิ่งนัก!”
เจียงจี้เยว่แสร้งทำทีประหนึ่งเพิ่งนึกขึ้นมาได้ นางปรบมือฉาดหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า “พูดได้มีเหตุผลนัก! เช่นนั้นก็ต้องเพิ่มความยากขึ้นอีกสักหน่อยจึงจะสนุก!”
นางหันไปทางเมิ่งซีโจว ส่งยิ้มละไมดุจแมวขโมยปลาย่างที่ยังไม่ล้างคราบคาวให้ พลางเอ่ยถามเสียงหวานขึ้นว่า
“ซีโจว เจ้าว่าอย่างไรเล่า?”
เมิ่งซีโจวเลิกคิ้วรับคำพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ นางวางคันธนูลงช้าๆ พลางกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย
“โอ้? เช่นนั้นแล้ว ตามความเห็นของพวกเจ้า ควรต้องทำเช่นไรจึงจะนับว่ายุติธรรมเล่า?”
เหลยรุ่ยหัวเราะคิกคัก ก่อนหยิบแพรไหมสีดำเส้นหนึ่งออกมา
“ง่ายจะตายไป ปิดตายิงธนูเสียสิ! เช่นนี้ต่างหากจึงจะเรียกว่ามีฝีมืออย่างแท้จริง ทั้งยังน่าตื่นเต้นมากด้วย!”
“ปิดตายิง?!”
วาจาประโยคที่ดุจดั่งอสนีบาตผ่าลงจากห้วงเวหานี้ พลันระเบิดกึกก้องดังขึ้นข้างหูของเมิ่งหนานอี้ ผู้ซึ่งเพิ่งจะพันแผลเสร็จสิ้นหยกๆ!